ภาคเหนือยังวิกฤต ค่าฝุ่นพิษกระทบสุขภาพประชาชน

สถานการณ์คุณภาพอากาศพื้นที่ภาคเหนือช่วงเช้าวันนี้ (31 มี.ค. 62) พบอยู่ในระดับ คุณภาพปานกลางถึงมีผลกระทบต่อสุขภาพ จากการตรวจสอบพบสารมลพิษทางอากาศเกินมาตรฐานได้แก่ ฝุ่นละออง ขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) โดยตรวจพบค่าระหว่าง 42 – 355 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร เกินมาตรฐานที่บริเวณ ต.ในเวียง อ.เมือง น่าน, ต.ห้วยโก๋น อ.เฉลิมพระเกียรติ น่าน, ต.บ้านต๋อม อ.เมือง พะเยา, ต.พระบาท อ.เมือง ลำปาง, ต.สบป้าด อ.แม่เมาะ ลำปาง, ต.บ้านดง อ.แม่เมาะ ลำปาง, ต.แม่เมาะ อ.แม่เมาะ ลำปาง, ต.บ้านกลาง อ.เมือง ลำพูน, ต.เวียง อ.เมือง เชียงราย, ต.เวียงพางคำ อ.แม่สาย เชียงราย, ต.ช้างเผือก อ.เมือง เชียงใหม่, ต.ศรีภูมิ อ.เมือง เชียงใหม่, ต.สุเทพ อ.เมือง เชียงใหม่, ต.ช่างเคิ่ง อ.แม่แจ่ม เชียงใหม่, ต.นาจักร อ.เมือง แพร่, ต.จองคำ อ.เมือง แม่ฮ่องสอน

ส่วนฝุ่นละออง ขนาดไม่เกิน 10 ไมครอน (PM10) ตรวจพบค่าระหว่าง 76 – 397 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตรเกินมาตรฐานที่บริเวณต.ในเวียง อ.เมือง น่าน, ต.ห้วยโก๋น อ.เฉลิมพระเกียรติ น่าน, ต.บ้านต๋อม อ.เมือง พะเยา, ต.พระบาท อ.เมือง ลำปาง, ต.แม่เมาะ อ.แม่เมาะ ลำปาง, ต.บ้านกลาง อ.เมือง ลำพูน, ต.เวียง อ.เมือง เชียงราย, ต.เวียงพางคำ อ.แม่สาย เชียงราย, ต.ช้างเผือก อ.เมือง เชียงใหม่, ต.ศรีภูมิ อ.เมือง เชียงใหม่, ต.สุเทพ อ.เมือง เชียงใหม่, ต.ช่างเคิ่ง อ.แม่แจ่ม เชียงใหม่, ต.จองคำ อ.เมือง แม่ฮ่องสอน

ทั้งนี้ พบว่า ที่ ต.เวียงพางคำ อ.แม่สาย จ.เชียงราย มีค่าสารมลพิษทางอากาศเกินมาตรฐานอย่างหนัก ทั้งในส่วนของฝุ่นละออง ขนาดไม่เกิน 10 ไมครอน  (PM10)  และ ฝุ่นละออง ขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) คือ ค่าฝุ่นละออง ขนาดไม่เกิน 10 ไมครอน  (PM10) เกินค่ามาตรฐานที่ 397 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (เมื่อเวลา 07.00 น.) และ ฝุ่นละออง ขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) เกินค่ามาตรฐานที่ 355 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (เมื่อเวลา 07.00 น.) ซึ่งถือว่าสูงสุดในพื้นที่ภาคเหนือ

อย่างไรก็ตาม พบว่าประชาชนในพื้นที่เริ่มประสบภาวะแสบตา คอ และจมูก ทั้งนี้จึงขอประชาสัมพันธ์ให้กลุ่มผู้สูงอายุ เด็กเล็ก และผู้ที่มีโรคประจำตัวงดทำกิจกรรมกลางแจ้งเป็นเวลานาน และควรสวมใส่หน้ากากอนามัยกรณีต้องเดินทางออกจากบ้าน

ขนส่งฯ วอนงดวิ่งรถบรรทุกเปล่า 11-17 เม.ย. นี้ ลดความหนาแน่นการจราจร

นายกมล บูรณพงศ์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า เพื่อบรรเทาปัญหาด้านการจราจรและป้องกันการเกิดอุบัติเหตุร้ายแรง กรมการขนส่งทางบกขอความร่วมมือผู้ประกอบการขนส่งหลีกเลี่ยงการขนส่งสินค้า และงดการใช้รถที่ไม่มีการบรรทุกสินค้า (รถเปล่า) ช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2562 ระหว่างวันที่ 11-17 เมษายน 2562

นอกจากนี้ได้ขอความร่วมมือองค์กรด้านการขนส่งสินค้าจำนวน 15 แห่ง ประกอบด้วย สหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย, สมาคมขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย, สมาคมขนส่งสินค้าและโลจิสติกส์ไทย, สมาคมขนส่งสินค้าภาคอีสาน, สมาคมโลจิสติกส์และขนส่งภาคใต้, สมาคมผู้ประกอบการรถบรรทุกน้ำมันแห่งประเทศไทย, เป็นต้น งดการขนส่งสินค้าและแจ้งให้กับสมาชิกได้รับทราบ

สำหรับผู้ประกอบการขนส่งที่มีความจำเป็นต้องขนส่งสินค้าในช่วงดังกล่าว ต้องบริหารจัดการเดินรถโดยหลีกเลี่ยงเส้นทางและช่วงเวลาที่มีประชาชนใช้รถใช้ถนนเป็นจำนวนมาก ตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรงและอุปกรณ์ส่วนควบของรถก่อนใช้งานทุกครั้ง

กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศประจำวันที่ 31 มีนาคม 2562

กรมอุตุฯ เตือนพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และลูกเห็บตกในบางพื้นที่ ซึ่งเป็นผลมาจากพายุฤดูร้อน ที่กำลังจะเกิดขึ้นในช่วง 31 มี.ค. – 3 เม.ย. นี้

พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า บริเวณประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนถึงร้อนจัดบางพื้นที่ ส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออกจะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยมีพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และลูกเห็บตกบางแห่ง ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากพายุฤดูร้อนที่จะเกิดขึ้น โดยหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ สิ่งปลูกสร้าง และป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง รวมถึงอันตรายจากฟ้าผ่า เกษตรกรควรเตรียมการป้องกันและระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตรไว้ด้วย สำหรับภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่ง ขอให้ประชาชนบริเวณภาคใต้ระวังอันตรายจากฝนตกหนัก

อุตุฯ ประกาศเตือน พายุฤดูร้อน 31 มี.ค. – 3 เม.ย. 62

เช้าวันนี้ (31 มีนาคม 2562 ) กรมอุตุฯ ได้ออกประกาศเตือน เรื่อง “พายุฤดูร้อนบริเวณประเทศไทยตอนบน (มีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 31 มีนาคม – 3 เมษายน 2562)”  ฉบับที่ 4 ลงวันที่ 31 มีนาคม 2562 เมื่อเวลา 05.00 น. โดยรายละเอียดเป็นการแจ้งเตือนพายุฤดูร้อนที่กำลังจะเข้าในพื้นที่ประเทศไทยในช่วงวันที่ 31 มีนาคม – 3 เมษายน 2562

โดยประเทศไทยตอนบนจะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และมีลูกเห็บตกบางพื้นที่ รวมถึงมีฟ้าผ่า โดยจะเริ่มจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออกก่อน ส่วนภาคกลางและภาคเหนือจะได้รับผลกระทบในวันถัดไป จึงขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากพายุฤดูร้อนที่จะเกิดขึ้น โดยหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ สิ่งปลูกสร้างและป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง รวมถึงระวังอันตรายจากฟ้าผ่า สำหรับเกษตรกรควรเตรียมการป้องกันและระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตรไว้ด้วย โดยผลกระทบตามภาคต่าง ๆ มีดังนี้

วันที่ 31 มีนาคม 2562

  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัดร้อยเอ็ด ยโสธร อำนาจเจริญ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี
  • ภาคตะวันออก จังหวัดปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา จันทบุรี และตราด

วันที่ 1-2 เมษายน 2562

  • ภาคเหนือ จังหวัดน่าน แพร่ อุตรดิตถ์ สุโขทัย ตาก กำแพงเพชร พิษณุโลก พิจิตร และเพชรบูรณ์
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัดเลย หนองบัวลำภู อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ สกลนคร นครพนม ชัยภูมิ ขอนแก่น มหาสารคาม กาฬสินธุ์ มุกดาหาร ร้อยเอ็ด ยโสธร อำนาจเจริญ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี
  • ภาคกลาง จังหวัดอุทัยธานี นครสวรรค์ ชัยนาท ลพบุรี สระบุรี สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา
  • รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล
  • ภาคตะวันออก จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด

วันที่ 3 เมษายน 2562

  • ภาคเหนือ จังหวัดน่าน แพร่ อุตรดิตถ์ สุโขทัย ตาก กำแพงเพชร พิษณุโลก พิจิตร และเพชรบูรณ์
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัดเลย หนองบัวลำภู อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ สกลนคร นครพนม ชัยภูมิ ขอนแก่น มหาสารคาม กาฬสินธุ์ และมุกดาหาร
  • ภาคกลาง จังหวัดอุทัยธานี นครสวรรค์ ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง สุพรรณบุรี และพระนครศรีอยุธยา รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล
  • ภาคตะวันออก จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา และชลบุรี

ทั้งนี้เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงอีกระลอกหนึ่งได้แผ่ลงมาปกคลุมถึงประเทศจีนตอนใต้แล้ว คาดว่าจะแผ่ลงมาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนในวันนี้ (31 มีนาคม 2562) และจะปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และทะเลจีนใต้ จนถึงวันที่ 3 เมษายน 2562 ในขณะที่บริเวณประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนถึงร้อนจัด ทำให้บริเวณดังกล่าวมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด

พยากรณ์อากาศวันนี้

ภาคเหนือ

อากาศร้อนถึงร้อนจัดในตอนกลางวัน  อุณหภูมิต่ำสุด 16-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 35-41 องศาเซลเซียส ลมตะวันตก ความเร็ว 15-20 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

อากาศร้อนถึงร้อนจัดในตอนกลางวัน โดยมีพายุฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงและมีลูกเห็บตกบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดร้อยเอ็ด ยโสธร อำนาจเจริญ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี อุณหภูมิต่ำสุด 18-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 36-40 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคกลาง

อากาศร้อนถึงร้อนจัด กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดพระนครศรีอยุธยา อ่างทอง สิงห์บุรี ลพบุรี และสระบุรี อุณหภูมิต่ำสุด 26-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 37-41 องศาเซลเซียส ลมใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.

ภาคตะวันออก

อากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีพายุฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงและมีลูกเห็บตกบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 25-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-38 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นต่ำกว่า 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก)

มีเมฆบางส่วน กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดสุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส อุณหภูมิต่ำสุด 24-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูง 1-2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก)

มีเมฆบางส่วน กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดกระบี่ ตรัง และสตูล อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 35-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 10-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นต่ำกว่า 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

อากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 27-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-38 องศาเซลเซียส ลมใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.