รองโฆษก ตร. ชี้แจงความคืบหน้าคดีสร้างบ้านกลางทะเล

รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ระบุ การก่อสร้างบ้านกลางทะเล เป็นการก่อสร้างนอกราชอาณาจักรอัยการสูงสุดจะรับผิดชอบดูแล สั่งตำรวจ สตม. เร่งสอบปากคำ

วันนี้ (19 เม.ย.62) ที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พันตำรวจเอกกฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยถึงกรณีที่มีการก่อสร้างบ้านพักกลางทะเล ในเขตน่านน้ำสากล ใกล้เกาะภูเก็ต ว่า คดีนี้แบ่งการดำเนินการเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนในน้ำ(ในทะเล) และ ส่วนบนฝั่ง ซึ่งส่วนในน้ำ(ในทะเล)บ้านพักที่เกิดขึ้นพนักงานสอบสวนได้รับคำร้องทุกข์ไว้แล้ว ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่าเป็นกรณีที่เกิดขึ้นเกิดขึ้นนอกราชอาณาจักรโดยอัยการสูงสุดจะเป็นผู้รับผิดชอบในคดี

ส่วนบนฝั่งก็มีความผิดตามพระราชบัญญัติการเดินเรือ เนื่องจากการก่อสร้างบ้านกลางทะเล เป็นการสร้างสิ่งกีดขวางทางเดินเรือ ซึ่งจะต้องรอให้กรมเจ้าท่ามาร้องทุกข์กล่าวโทษก่อน รวมถึงจะต้องตรวจสอบโรงงานก่อสร้างบ้านพักด้วยว่ามีการขออนุญาตถูกต้องหรือไม่ และ เกี่ยวข้องกับการนำไปก่อสร้างลงในทะเลด้วยหรือไม่ด้วย

จากการตรวจสอบทราบว่าเจ้าของบ้านกลางทะเลดังกล่าวเป็นชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในราชอาณาจักรไทยในฐานะนักท่องเที่ยว โดยเบื้องต้นได้มีตำรวจสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองไปสอบปากคำเบื้องต้นแล้ว

อัยการเลื่อนฟังคำสั่งฟ้อง แกนนำกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง คดีชุมนุมหน้า UN

อัยการเลื่อนฟังคำสั่งฟ้อง แกนนำกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง คดีชุมนุมหน้า UN เป็นวันที่ 15 พฤษภาคม 2562

วันที่ 19 เม.ย. 2562 ที่สำนักงานอัยการสูงสุด ถนนรัชดาภิเษก ได้มีการนัดรายงานตัว 5 แกนนำกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง ฟังคำสั่งฟ้องคดีชุมนุมเรียกร้องการเลือกตั้งที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และสหประชาชาติ หรือ UN ที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. แจ้งความดำเนินคดทั้งหมด 62 คน โดยแบ่งเป็นผู้ถูกกล่าวหาฐานยุยงปลุกปั่น ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116 และ พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะในส่วนแกนนำ 21 คน

ล่าสุดทางอัยการได้เปลี่ยนแปลงกำหนดเวลาเลื่อนไปเป็นวันที่ 15 พฤษภาคม 2562 โดยในวันดังกล่าวแกนนำทั้ง 5 คนต้องเดินทางมารับฟังคำสั่งฟ้องของอัยการด้วยตัวเอง

นายศุภณัฐ บุญสด ทนายความจากศููนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน เปิดเผยว่า เดิมทีอัยการนัดผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 5 คนที่เคยถูกฝากขังและได้รับปล่อยตัวชั่วคราวมาฟังคำสั่งฟ้องในวันนี้ แต่ล่าสุดทางอัยการแจ้งว่าขอเลื่อนไปเป็นวันที่ 15 พฤษภาคม 2562 โดยไม่มีการแจ้งเหตุผลแต่อย่างใด

ขณะที่ยังมีผู้ถูกกล่าวหาอีกจำนวนหนึ่งที่ไม่ได้อยู่ในอำนาจฝากขัง ซึ่งวันนี้จึงไม่จำเป็นต้องเดินทางมารับฟังคำสั่งจากอัยการ แต่ทั้งนี้จะมีการสั่งฟ้องแกนนำทั้งหมดพร้อมกันหรือไม่นั้น ต้องรอดูวันที่ 15 พฤษภาคมอีกครั้ง

กลุ่มชาวพุทธฯ ยื่นฟ้อง กทม.ยกเลิกปิดกั้นรั้วรอบสนามหลวงตลอด 24 ช.ม.

เมื่อเวลา 12.00 น.วันที่ 19 เม.ย. 2562 ที่ศาลปกครองกลาง ถ.แจ้งวัฒนะ กลุ่มชาวพุทธพลังแผ่นดินนำโดย ดร.จรูญ วรรณกสิณานนท์ เดินทางมายื่นต่อศาลปกครองกลางฟ้องกรุงเทพมหานครกรณีปิดกั้นรั้วเหล็กล้อมรอบท้องสนามหลวงตลอด 24 ชั่วโมง

ทั้งนี้ ดร.จรูญ กล่าวว่าตามที่กรุงเทพมหานครได้ออกระเบียบห้ามจัดกิจกรรมภายในสนามหลวง โดยอ้างเพื่อความสวยงาม และกันที่ไว้สำหรับจัดงานรัฐพิธีเท่านั้น เป็นการทำให้มรดกของชาติขาดประโยชน์ที่พึงมีพึงได้ กิจกรรมที่เป็นลักษณะเด่นของชาติถูกห้ามจัด กิจกรรมทางการเมืองก็ถูกห้ามจัด ทำให้บริเวณสนามหลวงใช้สอยไม่ได้ และมีการทำรั้วกำแพงเหล็กกั้นรอบสนามหลวงทุกด้าน ทำให้ผู้คนสัญจรไปมาไม่สะดวกต้องลงมาเดินบนริมถนนแทน

 ดร.จรูญ วรรณกสิณานนท์
ดร.จรูญ วรรณกสิณานนท์

ทั้งนี้ทางกลุ่มชาวพุทธพลังแผ่นดิน จึงต้องมาฟ้องศาลปกครองกลาง ให้ยกเลิกการออกระเบียบดังกล่าวและสั่งให้ กทม.รื้อรั้วกำแพงเหล็กบริเวณรอบ ๆ สนามหลวงออกทั้งหมด

โดยทางกลุ่มชาวพุทธพลังแผ่นดินระบุด้วยว่า การปิดกั้นรั้วรอบสนามหลวงตลอด 24 ชั่วโมงดังกล่าวทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อน บริเวณทางเท้าที่ กทม. กั้นไว้เป็นทางเดิน ต้นมะขามมีการตัดแต่งกิ้งก้านจนโล่งแทบจะไม่ร่มเงาให้อาศัยบังแดดได้เลย บางต้นมีการทำค้ำยันรอบโค่นต้นจนคนสัญจรต้องลงไปเดินบนถนนประชาชนคนไทยไม่มีโอกาสเข้าไปใช้พักผ่อนทำกิจกรรม ออกกำลังกาย ได้เลย มีแค่นักท่องเที่ยวที่มาชมพระบรมมหาราชวังได้เดินรอบทางเดินภายในสนามหลวง

อย่างไรก็ตาม ดร.จรูญ กล่าวว่าตนในฐานะตัวแทนของชาว กทม.และประชาชนทั่วประเทศเห็นว่าจำเลย (กทม.) ได้กระทำผิดต่อหน้าที่ที่บัญญัติให้จำเลยต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2528 มาตรา 89 และระเบียบของกรุงเทพมหานครว่าด้วยการใช้บำรุงและการดูแลพื้นที่ท้องสนามหลวงพ.ศ. 2555 จึงมาของพึ่งอำนาจศาลสั่งให้จำเลยยกเลิกการปิดกั้นรั้วรอบสนามหลวงตลอด 24 ชั่วโมง

ข้อมูลที่เกี่ยวข้อง

ตามระเบียบกรุงเทพมหานครว่าด้วยการใช้ การบํารุง และการดูแลรักษาพื้นที่ท้องสนามหลวง ในหมวด 1 (การใช้พื้นที่ท้องสนามหลวง) ระบุว่า

‘พื้นที่ท้องสนามหลวง เปิดให้ประชาชนทั่วไปใช้เพื่อการพักผ่อนหย่อนใจ และการออกกําลังกาย ตามวันเวลาที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นกรุงเทพมหานครประกาศกําหนดตามกฎหมายว่าด้วยการรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง

โดยเจ้าพนักงานท้องถิ่นกรุงเทพมหานครอาจประกาศกําหนดเงื่อนไขการใช้พื้นที่ซึ่งอาจรวมถึงการห้ามเล่นกีฬาบางชนิดหรือบางประเภท การห้ามนําสัตว์หรือสิ่งของบางชนิดหรือบางประเภทเข้ามาในพื้นที่สนามหลวง และการไม่ก่อให้เกิดความเดือดร้อนรําคาญแก่ผู้อื่นเกินสมควรตามวิสัยและพฤติการณ์’