สาวประเภทสองพบตำรวจแล้ว หลังใส่ซีทรูเปลือยอกเที่ยวสงกรานต์

สาวประเภทสองเปลือยอกเที่ยววันไหลสงกรานต์บุรีรัมย์เข้าพบตำรวจแล้ว อ้างคึกคะนองขอโทษชาวบุรีรัมย์ทำเสื่อมเสีย ยันไม่มีหน้าอกตามภาพ แต่ที่เห็นมาจากการใช้แอพมือถือตกแต่ง

จากกรณีที่คนในโลกออนไลน์ ได้มีการแชร์ภาพพร้อมเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ เร่งติดตามตัวหญิงสาวรายหนึ่งสวมเสื้อซีทรู เผยให้เห็นหน้าอกระหว่างเที่ยวงานไหลสงกรานต์ ที่ จ.บุรีรัมย์ 16 เม.ย.

เนื่องจากเห็นว่าเป็นการกระทำไม่เหมาะสม และสร้างความเสื่อมเสียให้กับจังหวัด แะลผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ม.14(4) นำภาพลามกเข้าสู่ระบบคอมพ์ฯ  ซึ่งจะมีอัตราโทษแรง ปรับไม่เกิน 1 แสนบาท และจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับ ก่อนที่เวลาต่อมาจะทราบว่าสสาวคนดังกล่าวเป็นสาวประเภทสองนั้น

ล่าสุดสาวประเภทสองคนดังกล่าวเข้าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองบุรีรัมย์เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาแล้ว ทราบชื่อคือ  นายภานุพงศ์ หรือฟิน  อายุ 19 ปี โดยน้องฟิน เผยว่า เสียใจกับการกระทำดังกล่าว และถือเป็นบทเรียนครั้งใหญ่ในชีวิต ขณะเดียวกันก็ขอโทษคนไทย และชาวบุรีรัมย์ทุกคนที่ทำให้เสื่อมเสียภาพลักษณ์ในครั้งนี้

ส่วนภาพที่โพสต์ลงไปนั้น เกิดจากการใช้แอพในมือถือตกแต่งภาพ ตนไม่ได้มีหน้าอกอย่างที่เห็น และไม่ได้โป๊เปลือยตามภาพที่เผยแพร่ออกไป ทั้งนี้หลังการสอบสวนเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อหา “กระทำการอันควรขายหน้าแก่ธารกำนัล” ซึ่งมีโทษปรับไม่เกิน 5,000 บาท พร้อมทั้งได้ตักเตือนก่อนจะปล่อยตัวไป

อดีตประธานาธิบดีเปรู ‘ยิงตัวตาย’ ขณะตำรวจบุกจับกุมข้อหาคอร์รัปชัน

อลัน การ์เซียอดีตประธาธาธิบดีเปรู ยิงตัวตายหนี คดีทุจริตรับสินบน

วันที่ 17 เม.ย. 2562 สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานข่าวกรณีนายอลัน การ์เซีย วัย 69 ปี อดีตประธาธาธิบดีเปรู ใช้อาวุธปืนจ่อยิงศีรษะตนเอง ขณะเจ้าหน้าที่ตำรวจเตรียมบุกบ้านพักของเขาในกรุงลิมา เมืองหลวงและเมืองที่ใหญ่ที่สุดของประเทศเปรู เพื่อจับกุมนายการ์เซียในข้อหาในคดีทุจริตรับสินบน ซึ่งหลังจากใช้ปืนยิงศีรษะตัวเองแล้ว นายการ์เซียมีการอาการบาดเจ็บสาหัส และถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลและได้รับการกู้ชีพถึง 3 ครั้งก่อนเสียชีวิต

นายอลัน การ์เซีย

สำนักข่าว ‘ซีเอ็นเอ็น’ ระบุว่าเหตุดังกล่าว เกิดขึ้นเมื่อเวลา 06.30 น. ตามเวลาท้องถิ่น ที่บ้านพักกรุงลิมา หลังจากนายการ์เซีย ตกเป็นผู้ต้องสงสัยว่ารับสินบนจากบริษัทก่อสร้างยักษ์ใหญ่สัญชาติบราซิล แลกกับโครงการก่อสร้างสาธารณะขนาดใหญ่ในเปรู

ทั้งนี้ Odebrecht ซึ่งเป็นบริษัทก่อสร้างยักษ์ใหญ่ยอมรับว่าได้จ่ายเงินกว่า 29 ล้านดอลลาร์ หรือราว 920 ล้านบาท ให้แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐของเปรู เพื่อแลกกับสัญญาก่อสร้างรถไฟใต้ดินในกรุงลิมา โดยช่วงนั้นนายการ์เซียยังคง ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสมัยที่ 2 แต่นายการ์เซียปฏิเสธทุกข้อหามาโดยตลอด

ผู้สนับสนุน อลัน การ์เซียอดีตประธานาธิบดีเปรูเดินทางมารวมตัวกันที่งานศพของเขา

นายการ์เซีย ดำรงตำแหน่งผู้นำเปรู 2 สมัย คือ ระหว่างปี 1985-1990 และปี 2006-2011 ได้รับฉายา “เคนเนดีแห่งลาตินอเมริกา”ก่อนหน้านี้เมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว การ์เซียได้ขอลี้ภัยที่สถานทูตอุรุกวัยหลังจากผู้พิพากษาสั่งห้ามเขาออกจากประเทศเป็นเวลา 18 เดือน แต่รัฐบาลอุรุกวัยปฏิเสธคำขอของเขาในเดือนธันวาคม

การตายของนายการ์เซีย โยงเรื่องอื้อฉาวเกี่ยวกับการทุจริตครั้งใหญ่ในละตินอเมริกา

นอกเหนือจากการทุจริตรับสินบนในเปรูแล้ว Odebrecht บริษัทก่อสร้างยักษ์ใหญ่ที่สุดในละตินอเมริกา ถูกกล่าวหาว่าจ่ายเงินสินบนเกือบ 800 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือราว 24,000 ล้านบาทระหว่างปี 2544 ถึงปี 2559 เพื่อรับสัญญาจากรัฐบาลในการสร้างถนนสะพานเขื่อนและทางหลวง

โดยเจ้าหน้าที่สืบสวนเผยว่าบริษัท Odebrecht ส่งเงินสดไปยังบัญชีธนาคารทั่วโลกซึ่งมีเส้นทางการเงินไปยังกระเป๋าตังของนักการเมืองในหลายประเทศอาทิ เม็กซิโก, เวเนซุเอลา, โคลัมเบีย, อาร์เจนตินาและโมซัมบิก สินบนบางประเภทผ่านการกรองในสหรัฐอเมริกาโดยเรื่องอื้อฉาวเกี่ยวกับการทุจริตครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์สมัยใหม่นี้ มีส่วนเกี่ยวข้องกับอดีตประธานาธิบดีละตินอเมริกาหลายราย

ที่มา cnn.com

โรงจำนำคึกคัก!! หลังสงกรานต์ประชาชนต่างนำทรัพย์สินมาจำนำ

ประชาชนในจังหวัดตรัง ใช้บริการของสถานธนานุบาลเทศบาลนครตรัง จำนวนมาก ทั้งก่อนและหลังเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งเป็นช่วงใกล้เปิดเทอมของบุตรหลาน

วันที่ 18 เมษายน 2562 นายพิชัยยศ เส้นสิ้น ผู้จัดการสถานธนานุบาลเทศบาลนครตรัง กล่าวว่า ประชาชนให้ความสนใจนำทรัพย์สินมาจำนำกับสถานธนานุบาลเทศบาลนครตรัง จำนวนมาก ทั้งนี้ก่อนช่วงเทศกาลสงกรานต์ มีประชาชนมีไถ่ถอนทรัพย์สิน เพื่อสวมใส่กลับบ้านหรือออกไปเยี่ยมญาติ หลังจากสิ้นสุดเทศกาลสงกรานต์ ประชาชนต่างนำทรัพย์สินมาจำนำกับสถานธนานุบาลเทศบาลนครตรัง จำนวนมาก ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นทองรูปพรรณ

ทั้งนี้ทางสถานธนานุบาลเทศบาลนครตรัง ได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยถูก จำนำไม่เกิน 5 พันบาท ดอกเบี้ย 0.25 เปอร์เซ็นต์ เกิน 5000 บาท ดอกเบี้ย 1 เปอร์เซ็นต์ ให้กับประชาชน เพื่อเป็นการแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายให้กับประชาชน อีกทั้งประชาชนที่จำนำทรัพย์สินไว้กับสถานธนานุบาลเทศบาลนครตรัง สามารถผ่อนต้นพร้อมกับได้ลดดอกเบี้ยอีกด้วย

อย่างไรก็ตามทางสถานธนานุบาลเทศบาลนครตรัง ได้เตรียมเงินสดไว้ประมาณ 100 ล้านบาท เพื่อให้ประชาชนได้นำทรัพย์มาจำนำ โดยแต่ละคนที่มีทรัพย์สินจะจำนำได้ไม่เกิน 5 แสนบาท อีกทั้งในช่วงนี้อยู่ในช่วงที่จะใกล้เปิดเทอม ทำให้ประชาชน ผู้ปกครองต้องใช้เงิน เพื่อซื้อเสื้อผ้า ชุดนักเรียน และจ่ายค่าเทอมให้กับบุตรหลาน อีกด้วย