พลังโซเชียลแชร์! จนโจรนำรถจักรยานยนต์มาคืนเจ้าของ

หลังโซเชียลแชร์ภาพโจรขโมยรถจักรยานยนต์หน้าร้านเกมส์เยื้องสถานีตำรวจแค่ 200 เมตร โจรรู้ตัวติดต่อเจ้าของรถขอนำมาคืนแต่อย่าเอาเรื่อง

หลังจากวานนี้ (16 เม.ย. 2562) ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ “ธนากร อัยวรรณ์” โพสต์ภาพจากคลิปวงจรปิดบันทึกภาพใบหน้าของชายคนหนึ่ง ซึ่งระบุว่า เป็นโจรขโมยรถจักรยานยนต์ไป

ต่อมาวันนี้ 17 เม.ย. 2562 ผู้สื่อข่าวติดต่อไปยังเจ้าของเฟซบุ๊กพร้อมลงพื้นที่ตรวจสอบกรณีดังกล่าว พบกับนาย ธนากร อัยวรรณ์ อายุ 24 ปี พนักงานที่ร้านเกมส์ชื่อ USTREET หลังมหาวิทยาลัยขอนแก่น อยู่ห่างจากสถานีตำรวจภูธรย่อย มหาวิทยาลัยขอนแก่นประมาณ 200 เมตร

โดยนายธนากร พาผู้สื่อข่าวเดินดูจุดที่โจรรายนี้ขโมยรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ ฮอนด้า คลิก 110 ไอ สีน้ำขาวน้ำตาล หมายเลขทะเบียน ขขย 349 กาฬสินธุ์ ไป ซึ่งเป็นบริเวณหน้าร้านเกมส์มีกล้องวงจรปิดสามารถบันทึกเอาไว้ได้อย่างชัดเจน โดยรูปพรรณของโจรรายนี้สวมเสื้อยืดสีขาว กางเกงขายาวสีดำ สวมหมวกแก๊ป เดินตระเวนหารถเหยื่อโดยได้เลือกหารถที่ไม่ได้ล็อคคอ โดยจะไปนั่งดูบนรถเป้าหมาย และเลือกประมาณ 3 คัน จึงเดินเข้าไปยังบ้านแห่งหนึ่งก่อนจะออกมานั่งรถผู้เสียหายสักพัก และทำการขโมยโดยถอยรถออกมาและสตาร์ทเครื่องขับออกไปอย่างลอยนวล

นายธนากร เล่าเหตุการณ์ให้ผู้สื่อข่าวฟังว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวานนี้เวลาประมาณ 16.30 น. ซึ่งก่อนเกิดเหตุตนเองขับรถจักรยานยนต์มาจอดที่บริเวณหน้าร้านตามปกติและเข้าไปทำงาน กระทั่งตนเองต้องการใช้รถ แต่พอเดินออกไปที่หน้าร้านพบว่า รถตนเองหายไป จึงรีบเปิดภาพจากกล้องวงจรปิดดูพบว่า มีชายวัยรุ่นอายุประมาณไม่เกิน 20 ปี เดินออกมาจากร้านเกมส์ที่อยู่ติดกันและเดินผ่านกล้องวงจรปิดของร้านตนเองมา

ก่อนจะไปนั่งที่รถจักรยานยนต์ของลูกค้าที่จอดข้างร้าน สักพักเดินออกไปฝั่งตรงข้ามซึ่งเป็นบ้านคน ก็ได้ไปนั่งบนรถจักรยานยนต์อีกคันหนึ่ง สักพักได้เดินเข้าไปในมุมอับของกล้องแล้วก่อเหตุงัดบ้าน ขโมยเอาแล็ปท็อปและกล้องดิจิตอลไป จากคลิปเห็นว่า โจรได้สะพายกระเป๋าซึ่งคาดว่ามีของทั้ง 2 อย่างอยู่ภายใน จากนั้นก็กลับมานั่งที่รถตน ก่อนจะมองดูลาดเลาจนทั่ว แล้วลงมือถอยรถของตนเองออกมา แล้วขับรถหลบหนีไป

ซึ่งหลังจากตนเองทราบเรื่อง ได้ขอตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดภายในร้านติดกันจนเห็นภาพใบหน้าของโจรรายนี้ และรวบรวมหลักฐานเป็นภาพของโจรรายนี้ เพื่อเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ จากนั้นตนได้นำภาพดังกล่าวมาโพสต์ลงบนโซเชียล กระทั่งมีเพื่อนของโจรรายนี้แจ้งเบาะแสมาและประสานโจรรายนี้ จนโจรรายนี้ติดต่อมาว่าจะนำรถมาคืนแต่ขออย่าให้ตนเองเอาเรื่อง

ตนเองจึงบอกว่า อยากให้เข้ามาเคลียร์ เพราะได้ขโมยแล็ปท็อปและกล้องดิจิตอลมูลค่าร่วม 20,000 บาท ที่บ้านของเหยื่อฝั่งตรงข้ามไป ท้ายที่สุดโจรรายนี้ก็ได้นำรถมาคืนตนจริง แต่ไม่ได้นำแล็ปท็อปและกล้องของผู้เสียหายอีกรายมาคืน โดยตนก็ไม่ได้พบกับคนร้ายแต่อย่างใด แม้ว่าตนเองจะได้รถคืนแล้ว แต่คิดว่าพฤติกรรมดังกล่าวของโจรรายนี้อาจเกิดขึ้นอีก อยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยติดตามตัวมาดำเนินคดีในสิ่งที่โจรรายนี้ได้ก่อขึ้นด้วย

ขณะที่ผู้สื่อข่าวได้สอบถามกับเจ้าของแล็ปท็อป และกล้องที่ถูกขโมยไปทราบว่า ขณะนั้นไม่มีใครอยู่บ้านเพราะออกไปซื้อของ แต่เพียงแค่ 2 ชม. เท่านั้นพบว่าโจรรายนี้แอบปีนตึกขึ้นมา และงัดประตูห้องนอนเข้าไปขโมยเอาของดังกล่าวไป 2 ชิ้น ซึ่งขณะนี้ได้แจ้งความเอาไว้แล้ว

กรมสุขภาพจิตแนะ 5 วิธีปฏิบัติ ลดภาวะหดหู่หลังหยุดยาว

กรมสุขภาพจิต แนะสำรวจอารมณ์ตนเองในช่วงหลังวันหยุดยาว และการดูแลจิตใจตัวเองด้วย 5 วิธีปฏิบัติ เพื่อไม่ให้เกิดภาวะหดหู่หลังหยุดยาว

นายแพทย์เกียรติภูมิ วงศ์รจิต อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวว่า หลังจากที่ทุกคนได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ในช่วงหยุดยาวที่ผ่านมา หลายคนคงได้ฟื้นฟูกำลังกายและกำลังใจของตนเองกลับมาจนพร้อมสำหรับการทำงานในช่วงเวลาต่อจากนี้ แต่หลายคนอาจจะยังมีความรู้สึกว่าตนเองไม่ได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ และรู้สึกว่ามีความเครียด เมื่อคิดถึงเรื่องการเรียนและการทำงานที่รออยู่ตรงหน้า จนเกิดอาการที่เรียกว่า ภาวะหดหู่หลังหยุดยาว (Post-holiday blues) ซึ่งเกิดได้จากการกลับมาสู่ภารกิจหรือกิจวัตรประจำวันแบบเดิมหลังจากการหยุดยาว

หากมีภาวะหดหู่หลังหยุดยาวนี้ จะมีความรู้สึกเหนื่อยแม้ได้พักผ่อนมาอย่างต่อเนื่องแล้ว รู้สึกเครียด วิตกกังวล เบื่ออาหาร นอนไม่หลับ ไม่อยากกลับไปเรียนหรือทำงาน แม้คนส่วนมากจะมีอาการที่ไม่รุนแรงมากนัก และสามารถหายได้เองเมื่อเวลาผ่านไปสักระยะ แต่ก็จะสามารถรบกวนสมรรถภาพของตนเองได้ในช่วงกลับไปสู่ภารกิจเดิม ทำให้ทำหน้าที่ได้อย่างไม่เต็มประสิทธิภาพในช่วงแรก ยิ่งหากเป็นการหยุดต่อเนื่องที่ยาวนานแล้ว โอกาสจะเกิดภาวะหดหู่หลังจากหยุดยาวก็จะสูงขึ้นกว่าการหยุดช่วงสั้น

อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวเพิ่มเติมว่า เราควรสำรวจอารมณ์ตนเองในช่วงหลังวันหยุดยาวว่ามีอาการเหล่านี้หรือไม่ และดูแลจิตใจตัวเองด้วย 5 วิธีการ ดังนี้

1) วางแผนชีวิตล่วงหน้า เพื่อลดความสับสนและความกังวลใจถึงภารกิจที่ต้องทำหลังจากกลับมารับผิดชอบต่อจนสิ้นปี

2) บันทึกสิ่งที่อยากเปลี่ยนแปลง เพื่อให้ชีวิตมีเป้าหมายมากขึ้น อาจปรับจากเป้าหมายที่ตั้งไว้ในช่วงปีใหม่ก็ได้เช่นกัน

3) พูดคุยกับคนรอบข้าง ถึงความสุขที่ผ่านมาในช่วงวันหยุดหรือความกังวลใจที่จะต้องกลับมาทำงาน

4) ไม่เทียบตัวเองกับคนอื่น เพราะแต่ละคนมีกิจกรรมและความชอบที่แตกต่างกัน ความสุขจึงเป็นสิ่งที่นำมาเปรียบเทียบกันไม่ได้

5) หาความตื่นเต้นใหม่ๆ เสมอ เช่น การเรียนรู้สิ่งที่ไม่เคยเรียนมาก่อน ทำกิจกรรมที่สนุกและตื่นเต้น หรือวางแผนการเดินทางครั้งถัดไป เพื่อให้ชีวิตมีสีสันและสภาพจิตใจพร้อมรับมือกับทุกปัญหาในอนาคต

ทั้งนี้ ขอให้ทุกท่านเดินทางกลับจากการพักผ่อนอย่างมีสติ เดินทางด้วยความระมัดระวังและปลอดภัย

แจ้งปิดการจราจร เส้นทางขบวนเชิญน้ำอภิเษก วันที่ 18-19 เมษายน 62

บช.น. แจ้งปิดการจราจรเส้นทางขบวนเชิญน้ำอภิเษกในวันที่ 18-19 เมษายน 62 ตั้งแต่เวลา 06.00 น.-11.00น.

พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก รอง ผบช.น. และ พล.ต.ต.นิธิธร จินตกานนท์ ผบก.จร. ได้แจ้งประชาสัมพันธ์ข่าวสารด้านการจราจร กรณี ที่บช.น. จะทำการปิดการจราจรในเส้นทางขบวนเชิญน้ำอภิเษกวันที่ 18 เม.ย.2562 (เส้นทางจากกระทรวงมหาดไทย ไปวัดสุทัศน์) และวันที่ 19 เม.ย.2562 (จากวัดสุทัศน์ ไปยังวัดพระศรีรัตนศาสดาราม) โดยมีรายละเอียด ดังนี้

1. การปิดการจราจร
  • วันพฤหัสบดีที่ 18 เม.ย.2562

– ปิดการจราจร ตั้งแต่เวลา 06.00 น. -11.00 น. ถนนที่ปิดการจราจรจำนวน 7 สาย ได้แก่

1) ถนนอัษฎางค์ (จากแยกผ่านพิภพ ถึงแยกสะพานช้างโรงสี)

2) ถนนบำรุงเมือง (แยกสะพานช้างโรงสี ถึง แยกสาราญราษฎร์)

3) ถนนตะนาว (จากแยกคอกวัว ถึง แยก สี่กั๊กเสาชิงช้า)

4) ถนนดินสอ (จากอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถึง เสาชิงช้า)

5) ถนนเฟื่องนคร (จากแยกสี่กั๊กพระยาศรี ถึง แยกสี่กั๊กเสาชิงช้า)

6) ถนนตีทอง (จากแยกเฉลิมกรุง ถึง แยกเสาชิงช้า)

7) ถนนอุณากรรณ (จากแยกอุณากรรณ ถึง แยกศิริพงษ์)

  • วันศุกร์ที่ 19 เม.ย.256

– ปิดการจราจร ตั งแต่เวลา 06.00 น. -11.00 น. ถนนที่ปิดการจราจรจำนวน 16 สาย ได้แก่

1) ถนนบำรุงเมือง (แยกสะพานช้างโรงสี ถึง แยกสาราญราษฎร์)

2) ถนนตะนาว (จากแยกคอกวัว ถึง แยก สี่กั๊กเสาชิงช้า)

3) ถนนเฟื่องนคร (จากแยกสี่กั๊กพระยาศรี ถึง แยกสี่กั๊กเสาชิงช้า)

4) ถนนตีทอง (จากแยกเฉลิมกรุง ถึง แยกเสาชิงช้า)

5) ถนนอุณากรรณ (จากแยกอุณากรรณ ถึง แยกศิริพงษ์)

6) ถนนดินสอ (จากอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถึง เสาชิงช้า)

7) ถนนราชดำเนินกลาง ฝั่งขาออก (จากอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถึง แยกผ่านพิภพ)

8) ถนนราชดำเนินในตลอดสาย

9) ถนนราชินี (จากแยกผ่านพิภพ ถึง แยกสะพานช้างโรงสี)

10) ถนนอัษฎางค์ (จากแยกผ่านพิภพ ถึง แยกสะพานช้างโรงสี)

11) ถนนหน้าพระลาน ตลอดสาย

12) ถนนสนามไชย (แยกป้อมเผด็จ ถึง แยกวงเวียน รด.)

13) ถนนหับเผย

14) ถนนหลักเมือง

15) ถนนกัลยาณไมตรี

16) ซอยสราญรมย์

2. แนวทางการปิดจราจร

จะทำการปิดการจราจรเมื่อขบวนผ่าน สำหรับเส้นทางใดที่ขบวนยังไม่ผ่าน หรือเส้นทางใด ที่ขบวนผ่านไปแล้ว และไม่เป็นการกระทบต่อขบวน เจ้าหน้าที่ตำรวจจะพิจารณาเปิดการจราจรเป็นช่วง ๆ ไป เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกการจราจรให้กับประชาชนโดยเร็ว เพื่อให้ได้รับผลกระทบจากปัญหาการจราจรน้อยที่สุด

กองบัญชาการตำรวจนครบาล จึงขอแจ้งประชาสัมพันธ์ให้พี่น้องประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนน ได้ทราบ เพื่อเตรียมความพร้อมวางแผนในการเดินทาง และขออภัยในความไม่สะดวกมา ณ โอกาสนี้ หากต้องการสอบถามข้อมูลเส้นทางเพิ่มเติม สามารถสอบถามได้ที่ ศูนย์ควบคุมและสั่งการจราจร (บก.02) หมายเลข โทรศัพท์ 1197 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง หรือ WWW.TRAFFICPOLICE.GO.TH