จวกยับ!! สาวโพสต์ถาม ‘แค่เมาแล้วขับ’ ถูกปรับเกือบหมื่น

ชาวเน็ตจวกยับ!! สาวโพสต์ถาม ‘แค่เมาแล้วขับ’ ทำไมโดนปรับ 8,000 บาท ด้านตำรวจออกมาชี้แจงทำความเข้าใจ ก่อนที่สาวเจ้าของโพสต์ออกมาขอโทษ

กลายเป็นกระแสในโลกออนไลน์อย่างมาก เมื่อมีหญิงสาวรายหนึ่งได้โพสต์ข้อความไปยังเพจเฟซบุ๊ก ข่าวสารชาวบ้านโป่ง โดยข้อความระบุว่า “อะไรเมาแล้วขับ โดนปรับ 8,000 บาท งงแค่เมาแล้วขับนะคะ คุณตำรวจ สภอ.บ้านโป่ง” จนเกิดการถกเถียงในโพสต์ดังกล่าว

ซึ่งล่าสุดเมื่อวานนี้ (15 เม.ย.62) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกี่ยวกับกรณีดังกล่าวทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี ได้ออกมาชี้แจงผ่านเพจเฟซบุ๊ก สถานีตำรวจภูธรบ้านโป่ง Banpong Police Station โดยระบุว่า

“การขับขี่ยานพาหนะใดๆขณะเมาสุรา ตาม พ.ร.บ.จราจรฉบับใหม่ มีอัตราบทลงโทษใหม่ คือ จำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับขั้นต่ำ 10,000 ถึง 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ นอกจากนี้ยังให้ศาลสั่งพักใช้ใบอนุญาตขับขี่ มีกำหนดไม่น้อยกว่า 6 เดือน หรือเพิกถอนใบอนุญาต จนถึงการยึดรถที่ใช้ไม่เกิน 7 วัน”

โดยทาง สภ.บ้านโป่ง ได้ดำเนินการตาม พ.ร.บ.จราจร ฉบับใหม่ ตามนโยบายที่ได้รับมอบหมายจากผู้บังคับบัญชา โดยทางตำรวจผู้จับกุมได้ส่งตัวผู้กระทำความผิดส่งพนักงานสอบสวนเพื่อส่งฟ้องศาลตามขั้นตอนทุกราย ไม่มีการเปรียบเทียบปรับในชั้นจับกุมหรือในชั้นพนักงานสอบสวนแต่อย่างใด ส่วนศาลจะสั่งเปรียบเทียบปรับมากน้อยเพียงใดนั้น ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของศาล

นอกจากนี้ขอเรียนชี้แจงทำความเข้าใจแก่พี่น้องประชาชน ซึ่งหากมีข้อสงสัยหรือต้องการข้อมูลใดๆเพิ่มเติม สามารถติดต่อสอบถามทางเพจได้ตลอดเวลา และขอให้พึงระมัดระวังในการโพสต์ข้อความใดๆที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายหรือเข้าใจผิด เพราะอาจมีความผิด พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์

อย่างไรก็ตามหลังทางเพจสถานีตำรวจภูธรบ้านโป่ง ได้โพสต์ข้อความดังกล่าว สาวเจ้าของโพสต์เรื่องดังกล่าว ได้เข้ามาคอมเมนต์ยอมรับผิดและขอโทษ นอกจากนี้ยังระบุด้วยว่าจขะไม่โพสต์ในลักษณะดังกล่าวเช่นนี้อีก

รถไฟขบวน 46 ปาดังเบซาร์-กรุงเทพฯตกราง ผดส.ต้องไปใช้บริการรถทัวร์

เกิดอุบัติเหตุรถไฟขบวน 46 ปาดังเบซาร์-กรุงเทพฯตกรางที่สถานีรถไฟชุมทางหาดใหญ่ ขณะทำการสับเปลี่ยนตู้โดยสาร เจ้าหน้าที่ใช้เวลากู้กว่า 2 ชั่วโมงจึงแล้วเสร็จ และเปิดทางได้ตามปกติ

เมื่อช่วงเย็นวานนี้ (15 เม.ย.62) ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเกิดอุบัติเหตุขบวนรถไฟขบวน 46 ปาดังเบซาร์-กรุงเทพฯ ตกรางก่อนถึงตัวสถานีรถไฟชุมทางหาดใหญ่เพียงเล็กน้อย โดยคันที่ตกรางเป็นคันที่12 เพลาตกจากราง 1 เพลา

โดยขณะเกิดเหตุรถไฟขบวนนี้ได้เดินทางมาจากสถานีปาดังเบซาร์เข้าเทียบชานชลาที่1 ของสถานีรถไฟชุมทางหาดใหญ่ และกำลังจะถอยตู้โดยสารเพื่อไปเชื่อมต่อกับขบวน 38 สุไหงโก-ลก-กรุงเทพฯ เพื่อเดินทางต่อเข้ากรุงเทพฯ แต่ขณะถอยหลังตู้โดยสารคันที่12 เกิดตกรางแต่ไม่มีผู้โดยสารอยู่บนตู้ เจ้าหน้าที่สถานีรถไฟหาดใหญ่ต้องใช้ปั้นจั่นยกขบวนรถไฟที่ตกรางใช้เวลากว่า2 ชั่วโมงจึงกู้สำรวจ

และจากผลพวงของขบวนรถไฟคันนี้ตกราง ได้ทำให้ขบวนรถไฟ 38 สุไหงโก-ลก-กรุงเทพฯล่าช้ากว่ากำหนดเพียงขบวนเดียวจากปกติที่จะออกจากสถานีรถไฟหาดใหญ่ในเวลาประมาณ18.10 น.แต่ก็ต้องล่าช้าออกกว่า2 ชั่วโมง

นอกจากนี้ยังทำให้ผู้โดยสารที่จะเดินทางด้วยตู้โดยสารคันที่12 ซึ่งตกรางไม่สามารถเดินทางต่อด้วยรถไฟได้ซึ่งมีผู้โดยสารที่เดินทางกับตู้โดยสารคันนี้40 คน แยกเป็นขึ้นจากสถานีรถไฟหาดใหญ่ 20 คน สถานีรถไฟพัทลุง 17 คน สถานีรถไฟชะอวด 2 คนและสถานีรถไฟสุราษฎร์ธานี1 คน ทางสถานีรถไฟหาดใหญ่ต้องจัดรถบัส2 คันเพื่อรับส่งผู้โดยสารทั้ง40 เดินทางเข้ากรุงเทพฯแทน ส่วนที่เหลือก็สามารถเดินทางด้วยรถไฟขบวนที่38 ได้ตามปกติ ส่วนสาเหตุที่ทำให้รถไฟตกรางยังอยู่เจ้าหน้าที่ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ

คสช. เผย 5 วัน ยึดรถฝ่าฝืนเมา-ขับ ได้ 5,318 คัน

วันนี้ (16 เม.ย. 62) ประชาชนทยอยเดินทางกลับจากการเฉลิมฉลองและท่องเที่ยวในเทศกาลสงกรานต์ โดยเจ้าหน้าที่ทุกส่วนจะดูแลการเดินทาง อำนวยความสะดวก เปิดเส้นทางพิเศษ ช่วยการระบายรถให้มีความคล่องตัว เพื่อให้ประชาชาเดินทางได้อย่างราบรื่นและปลอดภัย

สำหรับมาตรการ “ดื่มไม่ขับ จับยึดรถ” พบผู้กระทำผิดในลักษณะที่สุ่มเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุโดยประมาทด้วยการดื่มแล้วขับขี่ในวันที่ 15 เมษายน 2562 มีดังนี้

– รถจักรยานยนต์ พบการกระทำความผิด 45,508 ครั้ง เจ้าหน้าที่จำเป็นต้องยึดไว้ 1,166 คัน

​- รถโดยสารสาธารณะและรถยนต์ส่วนบุคคล พบการกระทำความผิด 42,696 ครั้ง เจ้าหน้าที่ได้ยึดใบขับขี่ไว้ 2,291 คน ยึดรถยนต์ 457 คัน

โดยตลอด 5 วันที่ผ่านมา (11-15 เมษายน 2562) เจ้าหน้าที่ได้ยึดรถที่ฝ่าฝืนมาตรการ ดื่มไม่ขับไว้แล้ว 5,318 คัน (แยกเป็น รถจักรยานยนต์ 3,907 คัน และรถยนต์ 1,411คัน ) และดำเนินคดีกับผู้กระทำผิด รถจักรยานยนต์ 104,279 คน รถโดยสารสาธารณะ/รถยนต์ส่วนบุคล 73,139 คน

ทั้งนี้ รถที่ควบคุมไว้นั้น เจ้าหน้าที่ได้ดูแลและจัดหาสถานที่เก็บรักษาไว้อย่างเหมาะสม โดยผู้เป็นเจ้าของรถสามารถติดต่อขอรับคืนได้หลังเทศกาลตามวันและเวลาที่กำหนด ยกเว้นรถที่อยู่ในระหว่างการดำเนินคดี ต้องรอให้กระบวนการทางคดีเรียบร้อยก่อน

ที่มา จส.100