ศาลาวัดดอนสนามพังถล่ม ญาติโยมได้รับบาดเจ็บ 10 ราย

ศาลาวัดดอนสนามพังถล่ม

เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 13 เม.ย. 2562 เกิดเหตุศาลาวัดดอนสนาม อ.คลองเขื่อน จ.ฉะเชิงเทรา พังถล่มทับประชาชน จากรายงานเบื้องต้น มีผู้ได้รับบาดเจ็บรวมทั้งหมด 10 ราย เป็นหญิง 8 ราย ชาย 2 ราย 

ทั้งนี้เจ้าหน้าที่กู้ภัยฉะเชิงเทรา และพลเมืองดีช่วยกันนำผู้ได้รับบาดเจ็บส่งโรงพยาบาลครบทุกรายแล้ว

เหตุตึกถล่ม เกิดขึ้นได้จากสาเหตุใดบ้าง ?

1.ขั้นตอนการก่อสร้างไม่ถูกต้องหรือไม่มีแผนการก่อสร้าง เช่น การใช้ค้ำยันไม่เพียงพอหรือทำไม่ถูกต้องหรืออาจถอดค้ำยันเร็วเกินไปในขณะที่พื้นคอนกรีตที่เพิ่งเทยังไม่แข็งตัวพอ หรือการเทคอนกรีตกองที่จุดใดจุดหนึ่งมากเกินไปจนเพิ่มน้ำหนักที่บริเวณนั้นมากผิดปกติ หรืออาจเกิดจากการไม่ได้ดึงลวดอัดแรงในพื้นชั้นล่างก่อนที่จะทำค้ำยันเพื่อรองรับน้ำหนักพื้นชั้นที่กำลังก่อสร้างอยู่ ทำให้พื้นชั้นล่างไม่แข็งแรงที่จะรองรับน้ำหนักพื้นที่กำลังเทคอนกรีตอยู่ จนเป็นสาเหตุให้เกิดการพังถล่ม

2.การก่อสร้างที่เร่งรีบเกินไป เช่นคอนกรีตในพื้นชั้นล่างยังไม่ได้อายุ จึงยังมีกำลังรับน้ำหนักไม่เพียงพอ แต่กลับเร่งการก่อสร้างพื้นในชั้นถัดไป เพื่อให้การก่อสร้างเสร็จเร็วขึ้นทั้งๆที่คอนกรีตในพื้นชั้นล่างยังไม่แข็งแรงพอ จึงไม่สามารถรองรับน้ำหนักของพื้นชั้นบนได้ เป็นสาเหตุให้พื้นถล่มลงมา

3.การออกแบบที่ผิดพลาด เช่นการเสริมเหล็กที่ไม่ถูกต้องหรือไม่เพียงพอ เช่นการเสริมเหล็กระหว่างพื้นและเสา หรือระหว่างพื้นและกำแพงปล่องลิฟต์ หากทาไม่ถูกต้องหรือไม่เพียงพอ ก็อาจทำให้โครงสร้างปราศจากการยึดรั้งระหว่างชิ้นส่วนต่างๆ จนเป็นสาเหตุให้ ชิ้นส่วนต่างๆหลุดแยกจากกัน แล้วทำให้โครงสร้างพังถล่มลงมาได้ หรือเกิดจากการที่พื้นมีจุดสัมผัสกับเสาน้อยเกินไป ทำให้ร่วงหล่นลงมาได้ง่ายดาย

4.การใช้วัสดุก่อสร้างที่ไม่ได้มาตรฐาน เช่น คอนกรีตกำลังต่ำ เหล็กเสริมหรือลวดอัดแรงที่ด้อยคุณภาพ

5.ฐานรากวิบัติบ่อยครั้งที่โครงสร้างถล่มมีสาเหตุมาจากการวิบัติของฐานรากเช่นเสาเข็มหักหรือเสาเข็มหนีศูนย์ในลักษณะเช่นนี้อาจสังเกตพบอาคารทรุดตัวหรือทรุดเอียงด้วย

ที่มา thaiengineering.com 

ขอบคุณที่มาจาก ศูนย์วิทยุกู้ภัยฉะเชิงเทรา

สงกรานต์วันแรกยึดรถแล้ว 202 คัน

รองโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ เปิดเผย เจ้าหน้าที่ทุกหน่วยงาน ร่วมอำนวยความสะดวกให้ประชาชนเดินทางอย่างปลอดภัย ขณะที่วันแรกสงกรานต์ ผู้กระทำผิดสุ่มเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ 2,344 ครั้ง ยึดรถแล้ว 202 คัน

พันเอกหญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เปิดเผยว่า วันแรกของเทศกาลสงกรานต์ปีนี้ ประชาชนเดินทางกลับภูมิลำเนาและท่องเที่ยวอย่างหนาแน่น ส่งผลให้การจราจรในหลายพื้นที่ติดขัดเป็นช่วงๆ โดยเฉพาะเส้นทางสายหลักที่มุ่งสู่ภาคเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือ

ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วน กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย ตำรวจ ฝ่ายปกครองและจิตอาสา ร่วมกันอำนวยความสะดวกประชาชน อำนวยการจราจรตามจุดบริการและจุดตรวจอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในพื้นที่สถานีขนส่งหลักที่เป็นจุดเชื่อมต่อการเดินรถ เช่น สถานีขนส่งประจำจังหวัด สถานีขนส่งหมอชิต สายใต้ใหม่ เอกมัย โดยเจ้าหน้าที่ได้ออกตรวจและดูแลความเรียบร้อยในภาพรวม ตลอดจนป้องปรามอาชญากรรม เพื่อให้ผู้เดินทางได้รับความสะดวกเช่นกัน

สำหรับการแก้ไขปัญหาอันเกิดจากการขับขี่ยานพาหนะด้วยมาตรการ “ดื่มไม่ขับ จับยึดรถ” ที่ คสช. และรัฐบาลได้ใช้ดูแลประชาชนในช่วงเทศกาลมาตลอดนั้น จากสถิติในวันแรกเมื่อวานที่ผ่านมา 11 เมษายน 2562 เจ้าหน้าที่ ตรวจพบผู้กระทำผิดในลักษณะที่สุ่มเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุโดยประมาท 2,344 ครั้ง จำเป็นต้องเก็บรักษารถไว้ 202 คัน แบ่งเป็นจักรยานยนต์ 158คัน รถยนต์ 44 คัน ยึดใบขับขี่รถจักรยานยนต์ 20 คน และยึดใบอนุญาตขับขี่รถโดยสารสาธารณะ/รถยนต์ 121 คน ส่งผู้กระทำความผิดดำเนินคดีรวม 1,168 คน

ส่วนการคับคั่งของยานพาหนะที่มีเป็นช่วงๆ ในพื้นที่ผ่านชุมชนเมืองใหญ่นั้น เจ้าหน้าที่ได้พยายามเร่งระบายรถที่ชะลอตัว หรือหยุดเป็นเวลานาน เพื่อให้การจราจรเลื่อนไหลไปได้อย่างเหมาะสม อย่างไรก็ตามในห้วงนี้สภาพอากาศที่ค่อนข้างร้อนจัด อาจส่งผลต่อสภาพยานพาหนะและการขับขี่ การพิจารณาพักรถเป็นระยะๆ ระหว่างการเดินทาง อาจช่วยให้การเดินปลอดภัยยิ่งขึ้น

บทลงโทษสำหรับกรณีเมาแล้วขับ 

  • อัตราบทลงโทษใหม่ จำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับขั้นต่ำ 10,000 ถึง 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ 
  • ศาลสั่งพักใช้ใบอนุญาตขับขี่ มีกำหนดไม่น้อยกว่า 6 เดือน หรือเพิกถอนใบอนุญาต จนถึงการยึดรถที่ใช้ไม่เกิน 7 วัน

กรมอุตุฯ เผยไทยตอนบนอากาศร้อน เหนือ อิสาน กลาง มีพายุฤดูร้อน

กรมอุตุนิยมวิทยาพยากรณ์อากาศประจำวัน

กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศในวันที่ 13 เมษายน 2562 ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนโดยทั่วไปกับมีอากาศร้อนจัดบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลาง โดยมีฝนฟ้าคะนองบางแห่งในภาคเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก ภาคกลาง และภาคใต้ ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนดูแลสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศร้อนในระยะนี้ไว้ด้วย 

ทั้งนี้ในช่วงวันที่ 13 – 16 เม.ย. 62 บริเวณความกดอากาศสูงจากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือและทะเลจีนใต้ ในขณะที่บริเวณประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อน ทำให้บริเวณภาคเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก มีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้นโดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และลูกเห็บตกบางพื้นที่ รวมถึงฟ้าผ่าได้

กรุงเทพและปริมณฑล 

อากาศร้อนในตอนกลางวัน
อุณหภูมิต่ำสุด 27-28 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 34-38 องศาเซลเซียส
ลมใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.

ภาคเหนือ

อากาศร้อนถึงร้อนจัดในตอนกลางวันโดยมีฝนฟ้าคะนองเล็กน้อยทางตอนล่างของภาค
อุณหภูมิต่ำสุด 21-27 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 38-43 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตก ความเร็ว 15-20 กม./ชม.

ภาคอิสาน

อากาศร้อนถึงร้อนจัดในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ และมีลมกระโชกแรง ส่วนมากบริเวณจังหวัดสกลนคร นครพนม นครราชสีมาบุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี
อุณหภูมิต่ำสุด 22-27 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 38-42 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคกลาง 

อากาศร้อนถึงร้อนจัดในตอนกลางวันโดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ และมีลมกระโชกแรงส่วนมากบริเวณจังหวัดราชบุรี กาญจนบุรี และสุพรรณบุรี
อุณหภูมิต่ำสุด 25-27 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 37-41 องศาเซลเซียส
ลมใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.

ภาคตะวันออก

อากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ และมีลมกระโชกแรง
ส่วนมากบริเวณจังหวัดชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด และสระแก้ว
อุณหภูมิต่ำสุด 26-28 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 33-39 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.
ทะเลมีคลื่นต่ำกว่า 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

ภาคใต้ฝั่งตะวันออก

มีเมฆบางส่วน กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่ส่วนมากบริเวณจังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส
อุณหภูมิต่ำสุด 24-27 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 33-39 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.
ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูง 1-2 เมตร

ภาคใต้ฝั่งตะวันตก

มีเมฆบางส่วน กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่ส่วนมากบริเวณจังหวัดภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล
อุณหภูมิต่ำสุด 24-27 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 34-37 องศาเซลเซียส
ลมเหนือ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.
ทะเลมีคลื่นต่ำกว่า 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร