สายเอเชียขาขึ้นรถแน่นต่อเนื่อง เตือน! จอมซิ่ง-จอมปาดระวังใบสั่งส่งถึงบ้าน

การจราจร สายเอเชียขาขึ้นช่วง จ.ชัยนาท รถแน่นต่อเนื่อง เจ้าหน้าที่เตือน! จอมซิ่ง-จอมปาด ระวังใบสั่งส่งถึงบ้าน

วันที่ 12 เมษายน 2562 การจราจร และบรรยากาศการเดินทางกลับภูมิลำเนาของประชาชนในวันหยุดเทศกาลสงกรานต์ 2562 วันแรก บนทางหลวงหมายเลข 32 สายเอเชีย ช่วง จ.ชัยนาท ถนนสายหลักในการเดินทางขึ้นสู่ภาคเหนือ พบว่ายังคงมีปริมาณรถมากอย่างต่อเนื่องจากเมื่อคืนที่ผ่านมา และเริ่มเพิ่มมากขึ้นในช่วงเช้าจนถึงเวลานี้

แต่ยังไม่มีรายงานปัญหาการติดขัด โดยยังคงแล่นได้อย่างคล่องตัว ทำความเร็วได้ประมาณ 80-100 ก.ม./ชั่วโมง แม้ว่าในบางช่วงจะมีปริมาณรถแล่นเต็มทั้ง 4 ช่องจราจรก็ตาม แต่จะมีการชะลอตัวบ้างในจังหวะสัญญาณไฟแดงที่บริเวณแยกหางน้ำสาคร อ.มโนรมย์

แต่เมื่อผ่านพ้นจุดนี้ไปแล้วก็แล่นได้คล่องตัวไปจนเข้าพื้นที่ อ.พยุหะคีรี จ.นครสวรรค์ ที่ หลักกิโลเมตรที่ 150 ที่เป็นจุดบรรจบกับทางหลวงหมายเลข 340 สุพรรณบุรี-ชัยนาท ซึ่งมีลักษณะเป็นคอขวดก็จะมีการชะลอตัวเล็กน้อยในบางช่วง เมื่อผ่านไปได้ก็จะสามารถแล่นได้อย่างคล่องตัวจนถึงทางเลี่ยงเมืองนครสวรรค์

ทั้งนี้เจ้าหน้าที่แจ้งเตือนถึงรถซิ่งและรถที่ชอบปาดทั้งหลายว่า แม้ในช่วงเทศกาลสงกรานต์เจ้าหน้าที่จะมีงานเพิ่มมากขึ้น แต่การตรวจจับการกระทำความผิดกฎหมายจราจรก็ยังคงมีอยู่ตามปกติ เพราะตลอดเส้นทางจะมีกล้องวงจรปิด และกล้องบันทึกความเร็วทำงานอยู่ตลอด เพราะฉะนั้นถ้ายังคึกคะนองไม่เคารพกฎจราจรจะมีการส่งใบสั่งถึงบ้าน

โฆษกฯบิ๊กป้อม เตือน! อย่าตกเป็นเครื่องมือกลุ่มป่วน ปล่อยข่าวเท็จโยง “บิ๊กโจ๊ก”

จับตากลุ่มป่วนให้ข้อมูลเท็จในโซเชียล เตือนประชาชนหนักแน่น แยกแยะ ไม่ตกเป็นเครื่องมือแชร์หรือส่งต่อ อาจเข้าข่ายผู้กระทำผิดเสียเอง

วันที่ 12 เม.ย. 2562 : พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกฝ่ายความมั่นคง เปิดเผยว่า หลังมีคำสั่งปรับย้าย พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ไปดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ปรากฎความเคลื่อนไหวของกลุ่มบุคคล ที่เผยแพร่และส่งต่อภาพและข้อมูลอันเป็นเท็จ โดยพยายามบิดเบือน เชื่อมโยงกล่าวหาให้ร้าย พาดพิง ไปยังบุคคลต่างๆ ให้เสื่อมเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่นเกลียดชัง อีกทั้งยังปล่อยข้อมูลเท็จ ยั่วยุ ปลุกปั่นให้สังคมแตกแยก ตามที่มีปรากฎในสื่อโซเชียลมีเดียอย่างต่อเนื่องนั้น

ฝ่ายความมั่นคง กำลังติดตามและจับตาความเคลื่อนไหวของกลุ่มบุคคลดังกล่าว และขอเตือนให้หยุดการกระทำที่ผิดกฎหมาย เข้าข่ายฐานความผิดนำข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ รวมทั้งเผยแพร่และส่งต่อข้อมูลเท็จโดยรู้อยู่แล้ว ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2560 และเข้าข่ายการกระทำผิดฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญา ซึ่งมีโทษทั้งจำคุกและปรับ

ทั้งนี้ ในสถานการณ์ปัจจุบัน ที่สังคมกำลังประสบกับปัญหากับข่าวปลอม ( Fake News ) ขอให้ประชาชนหนักแน่น ร่วมเรียนรู้และรับมือกับปัญหาดังกล่าวไปด้วยกัน โดยใช้วิจารณญาณแยกแยะข่าวสารที่ได้รับ ไม่ตื่นตระหนก หากสงสัยให้ตรวจสอบข้อมูลจากภาครัฐและแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือ โดยไม่ตกเป็นเครื่องมือของกลุ่มบุคคลที่ไม่หวังดี ด้วยการแชร์หรือส่งต่อข้อมูลอันเป็นเท็จ หรือแสดงความคิดเห็นผ่านระบบคอมพิวเตอร์จากข้อมูลไม่ถูกต้อง ซึ่งอาจตกเป็นผู้กระทำความผิดตามกฎหมายดังกล่าวเสียเอง

พร้อมทั้ง ขอความร่วมมือสื่อมวลชน ได้ทำหน้าที่เป็นช่องทางสื่อสารหลักกับประชาชน ด้วยการตรวจสอบและให้ข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้อง ครบถ้วนกับประชาชน โดยคำนึงถึงผลประโยชน์ส่วนรวมและประเทศชาติเป็นหลัก เพื่อมิให้เกิดปัญหาดังเช่นอดีต ที่เราต่างมีบทเรียนร่วมกันอีก

อุกอาจ! แก๊งวัยรุ่นยกพวกเข้าทำร้ายคู่อริถึงใน รพ.ห้วยแถลง

อุกอาจ! แก๊งวัยรุ่นยกพวกเข้าทำร้ายคู่อริถึงใน รพ.ห้วยแถลง จ.นครราชสีมา บาดเจ็บ 1 ราย

พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รอง โฆษก ตร. เปิดเผยถึงกรณีความคืบหน้ากรณี สื่อได้นำเสนอข่าว เหตุกลุ่มวัยรุ่นได้ร่วมกันทำร้ายร่างกายเป็นเหตุให้ได้รับบาดเจ็บจำนวน 1 ราย ภายในบริเวณโรงพยาบาลห้วยแถลง ภายในเขต พื้นที่ สภ.ห้วยแถลง ภ.จว.นครราชสีมา ว่า ได้รับรายงานจาก สภ.ห้วยแถลง ภ.จว.นครราชสีมา ว่า เมื่อวันที่ 11 เมษายน 2562 เวลาประมาณ 03.00 น. ได้รับแจ้งเหตุกลุ่มวัยรุ่น ได้ร่วมกันทำร้ายร่างกายชายจำนวน 1 รายเป็นเหตุให้ได้รับบาดเจ็บหน้าห้องฉุกเฉิน ภายในบริเวณโรงพยาบาลห้วยแถลง ต.ห้วยแถลง อ.ห้วยแถลง จ.นครราชสีมา

จากนั้น พนักงานสอบสวน เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน และเจ้าหน้าที่ส่วนที่เกี่ยวข้องจึงได้เดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ ตรวจสอบพบว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวน 1 ราย ทราบชื่อภายหลังคือ นายวิสิทธิ์ คุมโฮม อายุ 22 ปี อยู่ในระหว่างการรักษาตัวของแพทย์ โดยจากการสืบสวนสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ นายวิสิทธิ์ฯ ซึ่งเป็นผู้ที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ และเพื่อนชายจำนวน 1 ราย ได้ไปเที่ยวชมงาน เทศกาลวันฉลองท้าวสุรนารี บริเวณที่ว่าการอำเภอห้วยแถลง อ.ห้วยแถลง จ.นครราชสีมา

ต่อมาเพื่อนของตนได้มีเรื่องชกต่อยกับกลุ่มวัยรุ่นผู้ก่อเหตุภายในงาน ทำให้เพื่อนของตนนั้นได้รับบาดเจ็บ ตนจึงได้พาเพื่อนของตนเดินทางมารักษาตัวที่โรงพยาบาลห้วยแถลง ต่อมาตามวันเวลาเกิดเหตุ ขณะที่ตนกำลังนั่ง รอแพทย์ทำการรักษาเพื่อนของตนบริเวณหน้าห้องฉุกเฉิน ของโรงพยาบาลนั้น ได้มีกลุ่มวัยรุ่นที่มีเรื่องชกต่อยกับเพื่อนของตนภายในงานก่อนหน้านี้ วิ่งเข้ามารุมทำร้ายชกต่อยตน จนเป็นเหตุให้ได้รับบาดเจ็บ จากนั้นกลุ่มวัยรุ่นดังกล่าวได้หลบหนีไป

ภายหลังเกิดเหตุ พนักงานสอบสวนได้สอบปากคำพยานไปแล้วหลายปาก โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนนั้นได้ลงพื้นที่หาเบาะแสคนร้ายที่ลงมือก่อเหตุ รวมถึงตรวจสอบรวบรวมข้อมูลกล้องวงจรปิดโดยรอบบริเวณที่เกิดเหตุ ซึ่งขณะนี้ได้ทราบถึงกลุ่มวัยรุ่นผู้ก่อเหตุลงมือก่อเหตุทำร้ายร่างกายทั้งหมดแล้วเป็นชายจำนวน 4 ราย ทั้งนี้หลังจากการรวบรวมพยานหลักฐานสำคัญทั้งหมดในคดี พนักงานสอบสวนก็จะดำเนินการขออนุมัติศาลออกหมายจับกลุ่มวัยรุ่นที่ก่อเหตุต่อไป

รอง โฆษก ตร. กล่าวต่ออีกว่า คดีนี้มีความคืบหน้าไป โดยพนักงานสอบสวน สอบปากคำพยานไปแล้วหลายปาก รวมถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทราบตัวกลุ่มวัยรุ่นผู้ก้อเหตุทั้งหมดแล้ว ทั้งนี้ยังคงต้องให้เวลาเจ้าหน้าที่ตำรวจในการสืบสวนจับกุมผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดี

พร้อมกันนี้ขอฝากเตือนไปยังกลุ่มวัยรุ่นที่มักใช้ความคึกคะนองและอารมณ์ในการตัดสินแก้ไขปัญหา ไม่เคารพต่อกฎหมายบ้านเมือง และฝากผู้ปกครองช่วยใส่ใจดูแลอบรมบุตรหลาน ปลูกฝังการตระหนักคิดให้รอบคอบและหาทางออกอย่างสันติวิธี เพราะหากได้กระทำลงไปโดยไม่ทันยั้งคิดแล้วย่อมมีความผิดและต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด

ทั้งนี้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้สั่งการให้เร่งจับกุมคนร้ายที่ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายให้ได้โดยเร็ว เพราะถือเป็นภัยสังคมอย่างยิ่ง พร้อมกันนี้ได้กำชับผู้บังคับบัญชาทุกพื้นที่ ให้กำหนดมาตรการป้องกันเหตุ เพื่อป้องกันมิให้เกิดเหตุร้ายขึ้นอีก โดยหากเกิดเหตุต้องติดตามจับกุมผู้กระทำความผิดได้โดยเร็ว ทั้งนี้พนักงานสอบสวนต้องดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐาน ด้วยความรอบครอบ รวดเร็ว เป็นธรรม อาศัยพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์และพยานหลักฐานที่เชื่อมโยงกับผู้ที่ก่อเหตุเป็นสำคัญ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับพี่น้องประชาชน