อุตุฯ เตือน 13-16 เม.ย. จะมีพายุฤดูร้อนฝนฟ้าคะนอง ลูกเห็บตกบางพื้นที่

อุตุฯ เตือน อุตุฯ เตือน 13-16 เม.ย. เหนือ อีสาน กลาง ตะวันออก จะมีพายุฤดูร้อนฝนฟ้าคะนอง ลูกเห็บตกบางพื้นที่

กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนโดยทั่วไปกับมีอากาศร้อนจัดบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลาง โดยมีฝนฟ้าคะนองบางแห่งในภาคเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก ภาคกลาง และภาคใต้ ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนดูแลสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศร้อนในระยะนี้ไว้ด้วย

อนึ่งในช่วงวันที่ 13 – 16 เม.ย. 62 บริเวณความกดอากาศสูงจากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือและทะเลจีนใต้ ในขณะที่บริเวณประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อน ทำให้บริเวณภาคเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก มีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้นโดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และลูกเห็บตกบางพื้นที่

ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา ความกดอากาศต่ำเนื่องจากความร้อนปกคลุมประเทศไทยตอนบน ทำให้ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนโดยทั่วไป กับมีอากาศร้อนจัดบางพื้นที่ ในขณะที่มีลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุมภาคตะวันออก ภาคกลาง ภาคเหนือตอนล่าง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ส่วนภาคใต้มีลมตะวันออกพัดปกคลุม ทำให้บริเวณดังกล่าวยังคงมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง

ภาคเหนือ

อากาศร้อนถึงร้อนจัดในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนองเล็กน้อยทางตอนล่างของภาค อุณหภูมิต่ำสุด 20-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 39-42 องศาเซลเซียส ลมตะวันตก ความเร็ว 15-20 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

อากาศร้อนถึงร้อนจัดในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ และมีลมกระโชกแรง ส่วนมากบริเวณ จังหวัดสกลนคร นครพนม นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี อุณหภูมิต่ำสุด 22-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 38-42 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคกลาง

อากาศร้อนถึงร้อนจัดในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ และมีลมกระโชกแรง ส่วนมากบริเวณจังหวัดราชบุรี กาญจนบุรี และสุพรรณบุรี อุณหภูมิต่ำสุด 25-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 38-41 องศาเซลเซียส
ลมใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.

ภาคตะวันออก

อากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ และมีลมกระโชกแรง ส่วนมากบริเวณจังหวัดชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด และสระแก้ว อุณหภูมิต่ำสุด 26-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-39 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นต่ำกว่า 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก)

มีเมฆบางส่วน กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส อุณหภูมิต่ำสุด 24-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-37 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูง 1-2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก)

มีเมฆบางส่วน กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล อุณหภูมิต่ำสุด 23-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-37 องศาเซลเซียส ลมตะวันเหนือ ความเร็ว 10-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นต่ำกว่า 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

อากาศร้อนในตอนกลางวัน อุณหภูมิต่ำสุด 27-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 36-39 องศาเซลเซียส ลมใต้ความเร็ว 10-20 กม./ชม.

อุตุฯ เตือน! เตรียมรับมือ พายุฤดูร้อน 13-16 เม.ย. นี้

นายภูเวียง ประคำมินทร์ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา “พายุฤดูร้อนบริเวณประเทศไทยตอนบน (มีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 13-16 เม.ย. 2562)” ฉบับที่ 1 ลงวันที่ 11 เม.ย. 2562 โดยระบุว่า ในช่วงวันที่ 13-16 เม.ย. 2562 ประเทศไทยตอนบนจะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง กับมีลูกเห็บตกบางพื้นที่ รวมถึงฟ้าผ่า โดยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออกจะมีผลกระทบในวันที่ 13 เม.ย. 2562 ส่วนภาคเหนือตอนล่าง และภาคกลาง จะเริ่มได้รับผลกระทบในวันถัดไป

จึงขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากพายุฤดูร้อนที่จะเกิดขึ้น โดยหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ และป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง รวมถึงระวังอันตรายจากฟ้าผ่า สำหรับเกษตรกรควรเตรียมการป้องกันและระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตรไว้ด้วย

ทั้งนี้ เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงจากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือและทะเลจีนใต้ ในขณะที่ประเทศไทยมีอากาศร้อน ทำให้บริเวณดังกล่าวจะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยจะเริ่มแผ่เข้ามาปกคลุมบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออกก่อน จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด

พ่อเลี้ยงโหด! ใช้ค้อนทุบหัวลูกเลี้ยง ท้อง 7 เดือน ดับคาบ้านพัก เหตุง้อแม่ไม่สำเร็จ

วันนี้ (11 เม.ย. 62) มีรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจสน.คันนายาว ได้รับแจ้งเหตุพบศพภายในหมู่บ้านย่านแยกลำกะโหลก แขวงบางชัน เขตคลองสามวา กทม. จึงเดินทางเข้าไปตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน และ เจ้าหน้าที่อาสาร่วมกตัญญู

ทั้งนี้ ที่เกิดเหตุเป็นทาวเฮ้าส์ 3 ชั้น ด้านล่างเป็นร้านเสริมสวย บริเวณห้องนอนบนชั้น 2 พบศพ นางสาวนันท์ชยา จันทะโมคา อายุ 29 ปี ซึ่งกำลังตั้งครรภ์ได้ 7 เดือน นอนคว่ำหน้าเสียชีวิต มีรอยบาดแผลตรงข้อมือขวา ที่ศีรษะถูกตีด้วยของแข็ง เป็นแผลฉกรรจ์ และที่ท้องมีร่อยรอยถูกทุบ หูด้านซ้ายขาด ข้างศพพบฆ้อนตอกตะปู ที่ใช้ก่อเหตุตกอยู่

จากการสอบถาม นายธนวัฒน์ แก้วคำสอน อายุ 29 ปี แฟนของผู้เสียชีวิต เล่าว่า ปกติตนเองและแฟนพักอาศัยอยู่ที่บ้านหลังดังกล่าวกับพี่สาวแฟน แม่แฟน และพ่อเลี้ยงแฟน ซึ่งทุกคนต่างออกไปทำงาน กระทั่งเมื่อบ่าย น้องชายของแม่ได้กลับมาที่บ้านเห็นผิดสังเกตจึงเดินตรวจสอบตามห้องต่างๆ พบว่า นางสาวนันทิยา ถูกฆาตรกรรม

ส่วนสาเหตุมาจาก นายภูมิใจ ซึ่งเป็นพ่อเลี้ยงได้ทะเลาะกับแม่ผู้เสียชีวิตอย่างรุนแรง ก่อนที่แม่ของผู้เสียชีวิตจะได้หนีไปอยู่ต่างจังหวัด และแม้นายภูมิใจจะพยายามตามกลับ แม่ผู้เสียชีวิตก็ไม่ยอมกลับทำให้ นายภูมิใจ โกรธ และขู่ฆ่าลูกเลี้ยง และในวันนี้อาของผู้เสียชีวิตก็กลับมาพบศพจริงๆ

ขอบคุณภาพ Pramonchai Monprasert