พิพากษา!! ห้ามการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนฯ ปิดการจราจร บนถนนแจ้งวัฒนะ

ศาลปกครองกลางมีคำพิพากษาห้ามการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนฯ ปิดการจราจร บนถนนแจ้งวัฒนะ กรณีก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพู

เมื่อวันที่ 11 เมษายน 2562 ศาลปกครองกลางได้มีคำพิพากษา คดีหมายเลขดำที่ 39/2562 หมายเลขแดงที่ 403/2562 ระหว่าง ห้างหุ้นส่วนจำกัด ลา ลูน่า ผู้ฟ้องคดี กับ การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 และผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 กรณีผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ออกประกาศแจ้งปิดเบี่ยงจราจรพื้นราบทุกช่องทางชั่วคราว บนถนนแจ้งวัฒนะ ฝั่งขาเข้า มุ่งหน้าหลักสี่ ตั้งแต่บริเวณเชิงทางขึ้นสะพานข้ามแยกศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ ถึงบริเวณสถานีบริการน้ำมันเอสโซ่ เพื่อดำเนินงานตามโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพู ตั้งแต่วันที่ 27 มีนาคม 2562 ถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2562 ระหว่างเวลา 22.00 – 04.00 นาฬิกา

โดยศาลปกครองกลางวินิจฉัยว่า หนังสือของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 ฉบับลงวันที่ 21 มิถุนายน 2561 เป็นเพียงหนังสือสั่งการภายในระหว่างผู้บังคับบัญชากับผู้ใต้บังคับบัญชาของเจ้าพนักงานตำรวจ เพื่อให้ทราบแผนการใช้ถนนบริเวณพิพาทเพื่อการก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพู การที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 ใช้หนังสือสั่งการภายในดังกล่าวเป็นหนังสืออนุญาตให้บริษัทซิโน – ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) ดำเนินการปิดเบี่ยงจราจรเพื่อก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพู โดยผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 ไม่ได้ออกหนังสืออนุญาตแก่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 หรือบริษัทซิโน – ไทยฯ โดยตรง จึงถือไม่ได้ว่าเป็นการอนุญาตที่ถูกต้องตามกฎหมาย

เกิดเหตุยิงปะทะกันขึ้น! ระหว่างเจ้าหน้าที่กับผู้ก่อการร้าย

เกิดเหตุยิงปะทะกันขึ้น! ที่สะบ้าย้อย จ.สงขลา  ตชด.เจ็บ 1 คนร้ายเจ็บ 1 เป็นผู้ก่อการร้าย 2 หมายจับ ร่วมก่อเหตุวางระเบิดเสาไฟฟ้าแรงสูงคืนเดียวกับระเบิดนางเงือกแหลมสมิหลา

วันนี้ (11 เม.ย.2562) เวลา 10.30 น.พ.ต.ต.อำนวย วาจาสุจริต สารวัตรสอบสวนสภ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา รับแจ้งว่าเกิดเหตุยิงปะทะกันขึ้นระหว่างเจ้าหน้าที่กับผู้ก่อการร้าย ในพื้นที่บ้านล่องควน หมู่6 ต.คูหา อ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา

ขณะที่เจ้าหน้าที่หน่วยเฉพาะกิจสงขลาและตำรวจ สภ.สะบ้าย้อย เข้าติดตามจับกุมผู้ต้องหาในคดีวางระเบิดเสาไฟฟ้าในพื้นที่อ.ควนเนียงเมื่อวันที่26 ธันวาคม 61 ซึ่งเป็นเหตุการณ์เดียวกับระเบิดนางเงือกแหลมสมิหลา

หลังรับแจ้งทางพ.ต.อ.สมบูรณ์ ทองสมบูรณ์ ผกก.สะบ้าย้อย ได้ส่งกำลังเข้าไปเสริม และปิดล้อมจุดเกิดเหตุ โดยพบว่ามีเจ้าหน้าที่ถูกยิงได้รับบาดเจ็บ 1 นายคือ ส.ต.อ.สิทธิกรณ์ อินต๊ะเสาร์ ตำแหน่ง ผบ.หมู่ ตชด.43 กระสุนเฉี่ยวที่หน้าผากถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลสะบ้าย้อยอาการปลอดภัย

ส่วนคนร้ายถูกยิงได้รับบาดเจ็บ1 คนคือ นายอัมรัน มูดอ อายุ 33 ปี ถูกยิงเข้าที่แผ่นหลังและจับกุมตัวเอาไว้ได้ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลสะบ้าย้อยเช่นกัน เป็นผู้ก่อการร้ายระดับปฏิบัติการมีหมายจับติดตัว 2 หมาย

หลังเกิดเหตุทางตำรวจสภ.สะบ้าย้อย และเจ้าหน้าที่จากศูนย์พิสูจน์หลักฐาน9 ได้เข้าตรวจสอบและเคลียร์พื้นที่เกิดเหตุเพื่อเก็บหลักฐาน โดยพบอาวุธปืนขนาด .357 ของคนร้ายตกอยู่บริเวณจุดที่ปะทะ และอยู่ในสภาพที่ยิงจนหมดแม็ค7 นัด แต่กระสุนทำงานแค่3 นัดส่วนอีก4 นัดด้าน

ทางเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานได้เก็บลายนิ้วมือแฝงเอาไว้รวมทั้งจะนำไปตรวจสอบอย่างละเอียดว่าเคยใช้ก่อเหตุและตรงกับคดีใดบ้างและยังพบกระเป๋าเป้ของนายอัมรัน ตกอยู่1 ใบด้วย นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ยังได้เข้าตรวจค้นภายในบ้านพักขอ นายอัมรัน ซึ่งตั้งอยู่เลขที่ 78/1 หมู่6 ต.คูหา ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากที่ปะทะเพื่อหาหลักฐานเพิ่มเติมที่เกี่ยวกับการก่อเหตุความไม่สงบ

สำหรับเหตุปะทะในครั้งนี้ เกิดขึ้นขณะเจ้าหน้าที่หน่วยเฉพาะกิจสงขลา และตำรวจสภ.สะบ้าย้อย ปิดล้อมตรวจค้นจับกุม นายอัมรัน ซึ่งเป็นผู้ต้องหาที่ถูกศาลจังหวัดสงขลาออกหมายจับในคดีวางระเบิดเสาไฟฟ้าในพื้นที่ อ.ควนเนียงเมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 61 ซึ่งเป็นเหตุการณ์เดียวกับระเบิดนางเงือกแหลมสมิหลา

โดย นายอัมรันได้พักอยู่ที่บ้านเลขที่ 40 ซึ่งเป็นบ้านของแม่ แต่นายอัมรันขัดขืนไม่ยอมมอบตัวได้ใช้อาวุธปืนเปิดฉากยิงใส่เจ้าหน้าที่และวิ่งหนีออกจากบ้านข้ามมาอีกฝั่งของถนน กระสุนถูก ส.ต.อ.สิทธิกรณ์ อินต๊ะเสาร์ ตำแหน่ง ผบ.หมู่ ตชด.43 เฉี่ยวที่หน้าผากบาดเจ็บ เจ้าหน้าที่จึงยิงสกัดกระสุนถูกหน้าออกซ้าย และขาซ้ายล้มลงได้รับบาดเจ็บเจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวเอาไว้ได้ ส.ต.อ.สิทธิกรณ์ อินต๊ะเสาร์ ตำแหน่ง ผบ.หมู่ ตชด.43 กระสุนเฉี่ยวที่หน้าผาก

สำหรับนายอัมรัน เป็นแกนนำกลุ่มก่อความไม่สงบระดับปฏิบัติการมีหมายจับในคดีก่อความไม่สงบติดตัว 2 หมายจับ ล่าสุดได้เข้าก่อเหตุลอบวางระเบิดเสาส่งไฟฟ้าแรงสูงในอ.ควนเนียง จ.สงขลา ซึ่งเป็นเหตุการณ์เดียวกันกับวางระเบิดนางเงือกแหลมสมิหลาเมื่อคืนวันที่26 ธันวาคมปีที่ผ่านมา

คสช. ออกคำสั่ง ม.44 ช่วยทีวีดิจิทัลคืนใบอนุญาตได้ใน 30 วัน

ราชกิจจาฯ เผยแพร่ประกาศคำสั่งหัวหน้า คสช. ใช้ ม.44 เปิดทางช่วยทีวีดิจิทัลคืนใบอนุญาตใน 30 วัน

วันที่ 11 เม.ย. 2562 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 4/2562 เรื่อง มาตรการแก้ไขปัญหาการประกอบกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคม ซึ่งกรณีผู้รับใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่เพื่อให้บริกํารโทรทัศน์ในระบบดิจิตอลนั้น

โดยคำสั่งข้อ 10 ระบุว่า ผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการรายใดประสงค์จะคืนใบอนุญาตที่ได้รับตามประกาศ ให้แจ้งเป็นหนังสือไปยังสำนักงานกสทช. ภายใน 30 วันนับแต่วันที่คำสั่งนี้มีผลใช้บังคับ เพื่อขอแบ่งชำระเงินประมูลคลื่นความถี่ต่อไปให้สำนักงาน กสทช. พิจารณาแบ่งชำระเงินจากเงินประมูลคลื่นความถี่ทั้งหมดที่ผู้รับใบอนุญาต ต้องชำระออกเป็น 10 งวด ปีละงวด งวดละเท่า ๆ กัน

โดยให้ปีที่ผู้รับใบอนุญาตประมูลคลื่นความถี่ได้ตามคำสั่งหรือประกาศเริ่มนับเป็นงวดแรก และเมื่อสำนักงาน กสทช. พิจารณาแบ่งเงินประมูลคลื่นความถี่ที่ต้องชำระในแต่ละงวดได้แล้ว ให้ผู้รับใบอนุญาตชำระเงินประมูลคลื่นความถี่ตามงวดดังกล่าวตั้งแต่ปี พ.ศ. 2563 เป็นต้นไป สำหรับงวดที่ต้องชำระในปี พ.ศ. 2563 ให้ชำระรวมกับเงินชดเชยของงวดที่ผ่านมาด้วย

นอกจากนี้ให้ยกเว้นค่าธรรมเนียมใบอนุญาต 2 งวดสุดท้าย คือ งวดที่ 5 และ 6 หากรายใดที่นำเงินมาชำระแล้วสามารถมาขอคืนได้ และรายใดที่ยังชำระงวดที่ 4 ไม่ครบตามจำนวน ก็ให้นำเงินมาชำระค่าประมูลให้ครบตามถ้วน และตามวันเวลาครบรอบการชำระค่าประมูล ซึ่งจะครบชำระในเดือน พ.ค.2562 นี้

ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการเช่าใช้โครงข่ายโทรทัศน์ประเภทที่ใช้คลื่นความถี่ภาคพื้นดินในระบบดิจิตอล (MUX) นั้น ให้ กสทช. ช่วยสนับสนุนออกเงินค่าใช้จ่ายให้ โดยจะนำเงินไปชำระให้ผู้ประกอบการโครงข่าย คือ สถานีโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5 กรมประชาสัมพันธ์ บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) รวมเป็นเงินปีละ 1,960 ล้านบาท จนสิ้นสุดอายุใบอนุญาต


อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม  ราชกิจจานุเบกษา