นายกรัฐมนตรีร่วมงานเลี้ยง เนื่องในวันกองทัพอากาศ

นายกรัฐมนตรีร่วมงานเลี้ยงเนื่องในวันกองทัพอากาศ ขอให้น้อมนำแนวทางพระราชทานจิตอาสา ของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มาขับเคลื่อนภารกิจในด้านการช่วยเหลือประชาชน

วานนี้ (9 เมษายน 2561) ที่ อาคารรณนภากาศ โรงเรียนนายเรืออากาศนวมินทกษัตริยาธิราช ถนนพหลโยธิน เขตสายไหม กรุงเทพฯ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยนางนราพร จันทร์โอชา ภริยา ร่วมงานเลี้ยงรับรองเนื่องในวันกองทัพอากาศ ประจำปี 2562 โดยมีพลอากาศเอก ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี ผู้บัญชาการเหล่าทัพ อดีตผู้บัญชาการทหารอากาศ ข้าราชการกองทัพอากาศระดับชั้นนายพล ผู้ช่วยทูตทหาร ผู้แทนรัฐวิสาหกิจและภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องกับกองทัพอากาศเข้าร่วม

เมื่อนายกรัฐมนตรีและภริยาเดินทางถึงบริเวณงานเลี้ยง พลอากาศเอก ชัยพฤกษ์ ดิษยะศริน ผู้บัญชาการทหารอากาศรอต้อนรับและเรียนเชิญร่วมถ่ายภาพบริเวณหน้าห้องจัดงาน จากนั้น นายกรัฐมนตรีพร้อมภริยาชมนิทรรศการของกองทัพอากาศ และเดินเข้าสู่ภายในห้องจัดงาน หลังจากนั้น พลอากาศเอก อมร แนวมาลี อดีตผู้บัญชาการทหารอากาศกล่าวเชิญชวนดื่มถวายพระพร ผู้บัญชาการทหารอากาศกล่าวเนื่องในวันกองทัพอากาศ ประจำปี 2562

เสร็จแล้ว นายกรัฐมนตรีกล่าวสุนทรพจน์เนื่องในวันกองทัพอากาศ ตอนหนึ่งความว่า กองทัพอากาศ เป็นหน่วยงานที่มีภารกิจในการป้องกันราชอาณาจักรเหนือน่านฟ้าไทยและการป้องกันภัยคุกคามในทุกรูปแบบ ในการรักษาผลประโยชน์ของชาติและการพัฒนาประเทศ

ในด้านยุทธศาสตร์ทางการทหาร ซึ่งเป็นภารกิจสำคัญยิ่งที่ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า กองทัพอากาศจะต้องเตรียมความพร้อมในทุก ๆ ด้าน เพื่อรองรับสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างทันท่วงที ทั้งในด้านความพร้อมของกำลังพลกองทัพอากาศที่มีสมรรถนะเหมาะสม มีความคล่องตัวสูง สามารถปฏิบัติภารกิจได้อย่างรวดเร็ว รวมทั้งความพร้อมในด้านยุทธการที่จะช่วยอำนวยการปฏิบัติการใช้กำลังทางอากาศทั้งในประเทศและนอกประเทศ

ตลอดจนด้านร่วมมือประสานงานกับฝ่ายอื่น ๆ เพื่อเกื้อกูล สนับสนุน และบูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิผล โดยมีจุดมุ่งหมายให้ประเทศชาติและประชาชนได้อยู่อย่างปกติสุข ปลอดจากภยันตราย รวมทั้งช่วยบรรเทาปัญหาความเดือดร้อนต่าง ๆ ของประชาชน

นายกรัฐมนตรีกล่าวต่อไปว่า ภารกิจของกองทัพอากาศมีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาลในการบูรณาการการทำงานและความร่วมมือระหว่างภาครัฐและประชาชน และ โดยที่ผ่านมากองทัพอากาศได้ปฏิบัติภารกิจในการปกป้องน่านฟ้าไทย รักษาอธิปไตยและความมั่นคงของชาติ รวมถึงการสนับสนุนการดำเนินงานของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาและช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่พี่น้องประชาชนอย่างเต็มประสิทธิภาพ

ตอนท้าย นายกรัฐมนตรีกล่าว ชื่นชมและขอขอบคุณกำลังพลทหารอากาศทุกคน ที่ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาได้ร่วมมือร่วมใจกันปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มแข็งด้วยความวิริยอุตสาหะ ทุ่มเทและเสียสละ จนสามารถปฏิบัติภารกิจในทุก ๆ ด้าน ที่ได้รับมอบหมายมีความสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี และขอให้ทุกท่านน้อมนำแนวทางพระราชทานจิตอาสาของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มาขับเคลื่อนภารกิจในด้านการช่วยเหลือประชาชนและผสานการพัฒนากองทัพอากาศในด้านต่าง ๆ เพื่อพัฒนาภารกิจกองทัพอากาศให้บรรลุเป้าหมายของวิสัยทัศน์ในการพัฒนากองทัพอากาศสู่การเป็นกองทัพชั้นนำในภูมิภาคและร่วมกันพัฒนาชาติบ้านเมืองให้มีความมั่นคงอย่างยั่งยืนตลอดไป

หุ้นไทย คาดแกว่งตัวในแดนลบ เปิด 5 หุ้นเด่นเดือน เม.ย.

หุ้นไทย คาดแกว่งตัว Sideways Down จากบรรยากาศการลงทุนที่ไม่สดใส เปิด 5 หุ้นเด่นเดือน เม.ย.

บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) ระบุบทวิเคราะห์วันนี้ (10 เม.ย.) ว่า แนวโน้มตลาดหุ้นไทยคาดว่า SET Index จะแกว่งตัว Sideways Down จากบรรยากาศการลงทุนที่ไม่สดใสหลัง IMF ปรับลดคาดการณ์ GDP โลกในปี 2019 ลงจาก 3.5% เหลือ 3.3% จากความเสี่ยงเรื่องสงครามการค้า

นโยบายการเงินที่ตึงตัวของ FED รวมถึง Brexit เราคาดว่ามีโอกาสที่จะเห็นแรงขายในกลุ่ม Global Play ระยะสั้นหลังจากที่ปรับตัวขึ้นแรงวานนี้ และมองว่าหุ้นที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว และมีแนวโน้มกำไร 1Q19 โดดเด่นจะเคลื่อนไหวได้ดีกว่าตลาด

สำหรับกลยุทธ์การลงทุนหุ้นไทย เก็งกำไรหุ้นที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว ส่วนที่สะสมไปแล้วยังเน้นถือต่อเนื่อง หุ้นเด่นเดือน เม.ย. ได้แก่ BDMS, EA, GLOBAL, KTC, STEC

ประเด็นสำคัญวันนี้

(-) IMF ลดคาดการณ์ GDP โลกเหลือ 3.3% ปีนี้ (จาก 3.5%) ลด GDP สหรัฐปีนี้เหลือ 2.3% (จาก 2.5%) ยูโรโซนเหลือ 1.3% (จาก 1.6%) แต่เพิ่ม GDP จีนเป็น 6.3% (จาก 6.2%) และคง GDP ของ ASEAN-5 (มาเลเซีย อินโดฯ ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ไทย) ที่ 5.1% เท่าเดิม ค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่า น้ำมันปรับลดเพราะกังวลว่ามีผลต่อ demand (ติดตามรายงาน EIA คืนนี้) ส่วนทองคำปรับขึ้นในฐานะ safe haven

(+) MAJOR เราปรับประมาณการกำไรปกติปีนี้ขึ้น 11% เป็น 1,333 ลบ. +20.7% Y-Y (เดิมคาด +9% Y-Y) จากหนังเข้าฉายที่แข็งแกร่งตั้งแต่ต้นปี (ปกติ 1Q ไม่ใช่ฤดูกาล) ซึ่ง 1Q19 มีหนังทำรายได้เกิน 100 ลบ.ถึง 5 เรื่อง ส่วน 2Q19
เป็นหน้าหนังและเป็น peak season ของก าไร และมีแผนขยายโรงหนังราว 70 โรง ปรับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 31 บาท (DCF) และคาด Dividend yield 5% ต่อปี แนะนำซื้อ

(+) THANI เราคาดกำไรสุทธิ 1Q19 ทำสถิติสูงสุด 471 ลบ. +4% Q-Q, +30% Y-Y จากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่คาด +1.3% Q-Q, +15% Y-Y และค่าใช้จ่ายสำรองฯ -10% Q-Q, -33% Y-Y แนวโน้มกำไรช่วงที่เหลือของปีจะดีขึ้นเป็นลำดับตามความต้องการสินเชื่อและการฟื้นตัวของยอดขายรถเชิงพาณิชย์ คาดกำไรทั้งปี +11% Y-Y เป็น 1,820 ลบ. แนะนำซื้อ ราคาเป้าหมาย 8.10 บาท

(+) PRM แนวโน้มกำไร 1Q19 ฟื้นจากไตรมาสก่อนแต่ยังไม่เต็มที่เพราะเรือที่รับมอบมา 3 ล าจะเริ่มทำรายได้ตั้งแต่ เม.ย. เป็นต้นไป เราอยู่ระหว่างทบทวนประมาณการ แต่ยังคาดกำไรทั้งปีอยู่ในกรอบ 800-850 ลบ. โต 12-19% Y-Y ยังคงราคาเป้าหมาย 8 บาท แนะนำซื้อ สิ่งที่ต้องลุ้นระยะสั้นคือผลประมูลโครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบังเฟส 3 ที่ PRM เข้าร่วมกับกลุ่ม NPC พรุ่งนี้ (ถ้าไม่เลื่อน)

ทอง เปิดตลาดวันนี้ราคาคงที่

ทอง เปิดตลาดวันนี้ราคาคงที่ รูปพรรณรับซื้อ 19,192.56 บาท ขายออก 20,150.00 บาท

สมาคมค้าทองคำประกาศราคาซื้อ-ขายทอง ประจำวันพุธที่ 10 เมษายน 2562 เมื่อเวลา 09.26 น. ซึ่งราคาไม่มีการเปลี่ยนแปลงเมื่อเทียบกับราคาวานนี้ โดยราคาทองราคาทองรูปพรรณ รับซื้อบาทละ 19,192.56 บาท ขายออกบาทละ 20,150.00 บาท ราคาทองคำแท่ง รับซื้อบาทละ 19,550.00 บาท ขายออกบาทละ 19,650.00 บาท