กทม.แจงกรณีรื้อทางเท้า ชี้ดูเหมือนใหม่แต่จริงๆพื้นทรุด-แตกร้าว

กรุงเทพมหานคร ชี้แจงกรณีรื้อทางเท้าหน้าโรงแรม ย่านนานา ชี้สภาพดูเหมือนใหม่แต่จริงๆแล้ว พื้นทรุดมีรอยแตกร้าว ยืนยันจะปรับปรุงให้ได้มาตรฐาน

จากกรณีเพจเฟซบุ๊ก กลุ่มคนไทยขอทวงคืนทางเท้า ได้เผยแพร่ภาพทางเท้าบริเวณหน้าโรงแรมแห่งหนึ่ง ย่านนานา ซึ่งสร้างโดยบริษัทเอกชน ถูกรื้อทุบเพื่อเตรียมสร้างใหม่ โดยทางเพจตั้งข้อสงสัยว่าทั้งที่สภาพทางเท้ายังดูดีอยู่ แต่ทำใหม่ทางเจ้าหน้าที่ถึงเข้ามาดำเนินการปรับสภาพทางเท้าบริเวณดังกล่าว จนเกิดการวิพากษ์วิจารณ์กันเป็นจำนวนมาก

โดยความคืบหน้าล่าสุด นายธีรวัจน์ ห้วยหงษ์ทอง ผู้อำนวยการสำนักงานก่อสร้างและบูรณะ สำนักการโยธา กรุงเทพมหานคร เปิดเผยถึงเรื่องนี้กับ รายการเรื่องเล่าเช้านี้ ทางช่อง 3 โดยกล่าวว่า สาเหตุที่ต้องต้องทุบทิ้งแล้วทำใหม่นั้น เนื่องจากได้รับการร้องเรียนจากประชาชนเป็นจำนวนมาก ทางเจ้าหน้าที่จึงได้ลงพื้นที่ตรวจสอบ

ซึ่งหากมองจากภายนอกแล้วนั้น อาจคิดว่ายังดูดีมีสภาพใหม่ แต่แท้จริงแล้วเกิดการชำรุด ทั้งพื้นทรุด มีรอยแตกร้าว นอกจากนี้ทางสำนักงานกรุงเทพมหานคร ต้องปรับปรุงให้กระเบื้องเป็นแบบเดียวกันตลอดแนวเส้นทาง อย่างไรก็ตามพร้อมยืนยันว่าจะปรับปรุงใหม่ตามมาตรฐาน

ข้อมูลจาก : รายการเรื่องเล่าเช้านี้

ภาพ : เพจกลุ่มคนไทยขอทวงคืนทางเท้า

ปภ.เผยพื้นที่วาตภัยมากกว่า 30 จังหวัด เร่งช่วยเหลือ

พายุฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรง มีพื้นที่ได้รับผลกระทบ 30 จังหวัด รวม 78 อำเภอ 175 ตำบล 395 หมู่บ้าน บ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหาย 3,459 หลัง ผู้บาดเจ็บ 2 ราย

นายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า จากอิทธิพลหย่อมความกดอากาศต่ำเนื่องจากความร้อนปกคลุมประเทศไทยตอนบน ส่งผลให้ตั้งแต่วันที่ 25 – 29 เมษายน 2562 เกิดพายุฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรง มีพื้นที่ได้รับผลกระทบ 30 จังหวัด ได้แก่ ปราจีนบุรี นครพนม สุราษฎร์ธานี หนองบัวลำภู พิษณุโลก ปทุมธานี แพร่ ตราด อุตรดิตถ์ มหาสารคาม ชัยภูมิ สระบุรี อ่างทอง เลย ลพบุรี อุบลราชธานี สกลนคร อุดรธานี ร้อยเอ็ด พะเยา อุทัยธานี ขอนแก่น ลำปาง ชัยนาท นครสวรรค์ สุรินทร์ นครราชสีมา บุรีรัมย์ กำแพงเพชร และเพชรบุรี รวม 78 อำเภอ 175 ตำบล 395 หมู่บ้าน บ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหาย 3,459 หลัง ผู้บาดเจ็บ 2 ราย (ลำปางและสุรินทร์)

ซึ่งกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้ประสานจังหวัด หน่วยทหาร องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยในเบื้องต้น โดยแจกจ่ายเครื่องอุปโภคบริโภค กระเบื้องมุงหลังคา และวัสดุอุปกรณ์ซ่อมแซมบ้านเรือนแก่ผู้ประสบภัย รวมถึงจัดเจ้าหน้าที่สำรวจและประเมินความเสียหาย เพื่อดำเนินการช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวงการคลังฯ ทั้งการชดเชยความเสียหายของบ้านเรือนเป็นวัสดุก่อสร้าง หรือจ่ายเงินช่วยเหลือตามความเหมาะสม อีกทั้งจ่ายเงินสงเคราะห์ค่าจัดการศพตามระเบียบและหลักเกณฑ์ที่กำหนดแก่ครอบครัวผู้เสียชีวิต

อย่างไรก็ตาม ในระยะนี้ตอนบนของประเทศไทยยังคงมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้นในหลายพื้นที่ ปภ.จึงได้ประสานจังหวัด ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต และสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดในพื้นที่เสี่ยงภัย จัดเจ้าหน้าที่และมิสเตอร์เตือนภัยติดตามเฝ้าระวังสถานการณ์ภัยตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมจัดชุดเคลื่อนที่เร็ว เครื่องมืออุปกรณ์ประจำพื้นที่เสี่ยงให้พร้อมปฏิบัติการเผชิญเหตุและช่วยเหลือผู้ประสบภัยทันทีที่เกิดภัย

ทั้งนี้ ขอฝากเตือนติดตามพยากรณ์อากาศและประกาศเตือนภัยอย่างใกล้ชิด พร้อมปฏิบัติตามคำเตือนและคำแนะนำอย่างเคร่งครัด หลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ และป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง รวมถึงระมัดระวังอันตรายจากฟ้าผ่า สำหรับเกษตรกรให้จัดทำที่ค้ำยันต้นไม้หรือที่กำบัง เพื่อป้องกันพืชผลทางการเกษตรได้รับความเสียหาย ทั้งนี้ ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากพายุฤดูร้อน สามารถติดต่อขอความช่วยเหลือได้ทางสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประสานให้การช่วยเหลือโดยด่วนต่อไป

รัฐสั่งเดินหน้าแก้หนี้นอกระบบ ย้ำต้องช่วยเหลือ-ดูแลครอบคลุมทั้งวงจร

รัฐสั่งเดินหน้าแก้หนี้นอกระบบต่อ ย้ำต้องช่วยเหลือและตามดูแลให้เป็นผลครอบคลุมทั้งวงจร

วันนี้(29 เม.ย. 62) พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกห. เปิดเผยว่า พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนรม. และรมว.กห. ได้กำชับ กอ.รมน. ฝ่ายปกครอง ตำรวจและทหาร ให้ยังคงเดินหน้าช่วยเหลือประชาชนแก้ปัญหาหนี้นอกระบบต่อไป โดยเน้นย้ำ ขอให้ กอ.รมน.เร่งประสานความร่วมมือกับทุกส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันลงมาแก้ปัญหาให้ครอบคลุมทั้งวงจรในทุกกลุ่มประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน ทั้งการเข้าไปช่วยเจรจาปลดภาระหนี้และจัดทำสัญญาใหม่ที่เป็นธรรม การบังคับใช้กฎหมาย การสนับสนุนให้ประชาชนสามารถเข้าถึงแหล่งทุนในระบบของรัฐที่จัดขึ้นเฉพาะอย่างทั่วถึง การช่วยเหลือพัฒนาทักษะอาชีพให้เข้มแข็งและมีรายได้เพียงพอ รวมถึงการตามดูแลและเข้าไปฟื้นฟูสภาพจิตใจ เพื่อมิให้เกิดภาวะเครียดจนเกิดเป็นปัญหาในครอบครัว

ทั้งนี้ เมื่อตำรวจเข้าตรวจค้น. จับกุมและสามารถยึดทรัพย์ผู้กระทำผิดได้แล้ว ให้ทะยอยส่งคืนให้ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน โดยเฉพาะบ้านและโฉนดที่ดินทำกิน เพื่อให้โอกาสทุกคนกลับมายืนได้ด้วยตนเอง อีกครั้ง และที่สำคัญ ขอให้ช่วยกันประชาสัมพันธ์ให้พี่น้องประชาชนที่มีปัญหา หรือ ยังถูกข่มขู่เอาเปรียบจากเจ้าหนี้เถื่อน แจ้งสายด่วน1155 หรือศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด อำเภอ และสถานีตำรวจทั่วประเทศ เพื่อรวบรวมข้อมูลแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ ผ่าน กอ.รมน.และศูนย์การป้องกันปราบปรามการฉ้อโกงประชาชน สำนักงานตำรวจแห่งชาติต่อไป