ประมวลภาพ ชมพูพันธุ์ทิพย์ บานสะพรั่ง! ที่สวนจตุจักร

ประมวลภาพ ชมพูพันธุ์ทิพย์ ที่สวนจตุจักร

วันนี้ (5 เม.ย.62) ที่บริเวณรถไฟฟ้า BTS สถานีหมอชิต ต้น “ชมพูพันธุ์ทิพย์” กำลังออกดอกบานสะพรั่ง อย่างสวยงาม ดอกเป็นสีพูเข้มสลับกับสีชมพูอ่อน สีสันสดใส ที่จะบานเป็นประจำในทุกๆ ปี มีให้เห็นในช่วงเข้าสู่ฟดูร้อน

ซึ่งสามารถมองเห็นได้เป็นแนวรั้วทางยาวของสวนสาธารณะจตุจักร สร้างความสนใจให้กับประชาชนที่สัญจรไปมาในการเดินทางไปทำงานของแต่ลคน ขณะที่บางคนก็หยุดถ่ายภาพเก็บความสวยงานของดอก ชมพูพันธุ์ทิพย์ ไว้ ขอบอกเลยว่าสวยงามไม่แพ้ดอกนางพญาเสือโคร่ง หรือ ซากุระในประเทศญี่ปุ่นเลยทีเดียว

แต่ถ้าใครจะแวะไปชมหรือเก็บภาพสวยๆ ทั้งด้านภายในสวนจตุจักร หรือ บริเวณรถไฟฟ้า BTS สถานีหมอชิต นั้น ต้องรีบๆหน่อย เพราะดอกชมพูพันธุ์ทิพย์จะร่วงโรยแล้วหมดต้อในอีกไม่กี่วัน

ทั้งนี้ประโยชน์ชมพูพันธุ์ทิพย์นิยมปลูกเป็นไม้ประดับเนื่องจากมีสีดอกที่สวยงาม ใบสามารถต้มแก้เจ็บท้องหรือท้องเสีย หรือตำให้ละเอียดพอกใส่แผล ส่วนลำต้นใช้ทำฟืนและเยื่อใช้ทำกระดาษได้เป็นต้น

สำหรับต้น “ชมพูพันธุ์ทิพย์” เป็นไม้ยืนต้นผลัดใบ ขนาดกลางถึงใหญ่ เรือนยอดรูปไข่หรือทรงกลม แผ่กว้างเป็นชั้น ๆ เปลือกต้นเรียบสีเทาหรือสีน้ำตาล เมื่ออายุมากเปลือกแตกเป็นร่อง กิ่งเปราะหักง่าย ใบเป็นใบประกอบรูปนิ้วมือ ใบย่อย 5 ใบ ก้านใบรวมยาว 5-30 เซนติเมตร ก้านใบย่อยยาว 0.5-2.5 เซนติเมตร ใบรูปขอบขนานหรือรูปไข่แกมรูปรี กว้าง 3-7 เซนติเมตร ยาว 7.5-16 เซนติเมตร ปลายใบแหลมหรือเรียวแหลม โคนใบมนหรือสอบ ขอบใบเรียบ แผ่นใบหนาสีเขียวเข้ม

ดอกมีสีชมพูอ่อน ชมพูสดถึงสีขาว กลางดอกสีเหลือง ออกเป็นช่อแบบช่อกระจุกที่ปลายกิ่ง มีดอกย่อยจำนวนมาก โคนกลีบดอกเชื่อมติดกันเป็นหลอดปลายแยกเป็น 5 แฉก คล้ายรูปแตร ยาว 5-7 เซนติเมตร ดอกบานเต็มที่กว้าง 5-8 เซนติเมตร มักบานพร้อมกัน ร่วงง่าย ผลเป็นผลแห้ง แตกเป็นฝักกลม ยาว 15-30 เซนติเมตร เมื่อแก่แตกเป็น 2 ซีก เมล็ดแบนสีน้ำตาล มีปีก ขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ดหรือตอนกิ่ง

ใครหนอช่างใจร้าย ภาพหมูทอดผสมเบ็ดตกปลา วางยาหวังฆ่าสุนัข – แมว

ภาพเศร้า คนใจร้ายนำหมูทอดซุกเบ็ดตกปลาล่อวางยาหมา-แมวจรจัด ที่ จ.นครศรีธรรมราช โชคดีที่มีคนพบเห็นและนำไปทิ้งทัน

วันนี้ (5 เม.ย. 2562) โลกออนไลน์ได้เกิดเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง เมื่อเพจ นครออนไลน์ ซึ่งเป็นเพจพูดคุยของประชาชนในพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช ได้มีการเผยแพร่ภาพสุดเศร้าเมื่อมีคนใจร้ายนำเนื้อหมูทอดที่ฝังด้วยตาเบ็ดตกปลา ก่อนนำไปกองไว้ข้างกองขยะ เพื่อวางยาฆ่าหมา-แมวที่อยู่บริเวณดังกล่าวหากมันกินเข้าไป โชคดีที่มีคนมาเห็นก่อนและเก็บไปทิ้งก่อนที่สัตว์จำพวกดังกล่าวจะมากินเข้าไป

ขณะที่ผู้โพสต์ได้มีข้อความระบุว่า  #โหดสัส !! ไม่รู้ใครเอาเนื้อหมูเกี่ยวตาเบ็ดไว้แล้วเอาไปกองให้หมาแมวมากิน ที่สวนสัตว์ทุ่งท่าลาด บริเวณทางไปกองขยะ (เก็บทิ้งเรียบร้อยแล้ว) #เมืองคอน
– ขอบคุณแฟนเพจครับ!!

ทั้งนี้เมื่อภาพดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไป ทำให้มีคนเข้าไปแสดงความเห็นจำนวนมาก โดยส่วนใหญ่ต่างเข้าไปสาปแช่งคนที่คิดและทำแผนร้ายดังกล่าวขึ้นมา เพราะไม่ว่าคนหรือสัตว์ มันก็คือสิ่งมีชีวิตเหมือนกัน

ถ้าจะทำแบบนี้ไปตีพวกมันให้ตายไปเลยดีกว่าพวกมันจะได้ไม่ทรมาน เข้าใจว่าไม่ชอบและเกลียดพวกมัน แต่ไม่มีสิทธิ์ไปทำร้ายมันเช่นนี้ ซึ่งหากใครรู้เบาะแสของคนที่กระทำเช่นนี้ควรรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้เร่งจัดการ เพราะหากปล่อยไว้อาจไปก่อเหตุซ้ำได้

การทารุณกรรมสัตว์ถือว่าเป็นการกระทำผิดกฎหมาย ตามพระราชบัญญัติป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ โดยผู้กระทำผิดมีโทษสูงสุดจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 4 หมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ และการวางยาหวังฆ่าแมวนี้ศาลได้มีการตัดสินลงโทษจริง โดยการตัดสินลงโทษในคดีนี้เกิดขึ้นเมื่อปี 2558

เมื่อศาลจังหวัดแม่สอด ผู้พิพากษาได้ออกนั่งบัลลังก์พิพากษาคดีที่อัยการยื่นฟ้องนายทวีชัย ตันยี่ อายุ 35 ปี ผู้ต้องหาในคดีวางยาเบื่อสุนัขพันธุ์บางแก้วของนายเอกลักษณ์ อุ่นแก้ว อายุ 28 ปี บ้านเลขที่ 492 ต.พระธาตุผาแดง อ.แม่สอด จ.ตาก จนเสียชีวิตไป 4 ตัว

โดยศาลพิเคราะห์เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เห็นว่า จำเลยคือนายทวีชัยกระทำการทารุณกรรมสัตว์ อันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ ที่มีผลบังคับใช้แล้ว มีโทษสูงสุดจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 4 หมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ และทำให้เสียทรัพย์ จึงลงโทษปรับกระทงละ 6,000 บาท สองกระทงรวมเป็นเงินค่าปรับ 12,000 บาท โทษจำคุกเป็นเวลา 4 เดือน

แต่จำเลยให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา และจำเลยไม่เคยทำผิดมาก่อน โทษจำให้รอลงอาญาไว้เป็นเวลา 1 ปี ส่วนโทษปรับก็ลดให้กึ่งหนึ่ง คงปรับแค่ 6,000 บาท.

ปศุสัตว์บุกช่วยสุนัขกว่า 40ตัว แฉที่เลี้ยงไม่เหมาะสมแถมเพาะขายด้วย

รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ ร่วมกับทาง Watch Dog Thailand บุกช่วยสุนัขกว่า 40ตัว เผยสถานที่เลี้ยงไม่เหมาะสม แถมเพาะสุนัขส่งขาย

วันนี้ (5 เม.ษ.62) ที่ สภ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี นายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ ร่วมกับทาง Watch Dog Thailand เดินทางไปแจ้งความเอาผิด นายศักดินนท์ บุญพิทักษ์ อายุ 66 ปี เจ้าของฟาร์มสุนัขบางบัวทอง ในพื้นที่ ม.5 ต.โสนลอย อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี ซึ่งเพาะพันธุ์สัตว์โดยไม่ได้รับอนุญาต และยังละเมิดกฎหมายการจัดสวัสดิภาพสัตว์หลายประการ

ซึ่งก่อนหน้านี้ได้เคยเข้าช่วยเหลือสุนัขในฟาร์มมาแล้ว 2 ครั้ง เมื่อปี 61 และเดือนมกราคม ปี 62 และมีการเซ็นต์สัญญาว่าจะไม่เอาสุนัขมาเพาะพันธุ์จำหน่ายอีก แต่เพจ Watch Dog Thailand สืบทราบข้อมูลว่าทางเจ้าของฟาร์มละเมิดสัญญา

โดยไปรับสุนัขที่มีการประกาศหาบ้านทางโซเชียล มาเพาะพันธุ์อย่างไม่ถูกต้องอีก โดยรองอธิบดีกรมปศุสัตว์จะไปแจ้งความด้วยตัวเอง และมีพยานที่เคยพบเห็นการละเมิดข้อตกลงของเจ้าของฟาร์ม เดินทางไปเป็นพยานในการครั้งนี้ด้วย

จากการสอบถาม น.ส.ศิริการณ์ จั่นเพ็ชร เจ้าของสุนัขพันธุ์บางแก้ว เปิดเผยว่า วันนี้ได้เดินทางมาในฐานะพยาน เนื่องจากช่วงเดือนมกราคม 62 ได้ประกาศขอคนใจบุญรับสุนัขพันธุ์บางแก้วของตนไปเลี้ยงต่อผ่านเว็บไซต์แห่งหนึ่ง เนื่องมีปัญหาเรื่องการเลี้ยงและพื้นที่ไม่สะดวกต่อการเลี้ยง จนนายศักดินนท์ เจ้าของฟาร์มสุนัข ได้ติดต่อมาและขอมารับเองที่บ้าน

โดยในช่วงติดต่อเจรจา นายศักดินนท์ ระบุว่าสถานที่เลี้ยงมีพื้นที่กว้างขวางและดูแลเป็นอย่างดี จึงตกลงให้นายศักดินนท์ รับไปเลี้ยง ช่วงที่รับไปเลี้ยงตนได้ติดต่อกับทางเจ้าของฟาร์มเป็นระยะๆ เผื่อสอบถามความเป็นอยู่ของสุนัขที่มอบให้ ก็ได้ส่งภาพมาเฉพาะตอนอยู่ในกรงเลี้ยง ซึ่งเมื่อดูจากภาพและสถานที่แล้วพบว่าไม่ตรงกับที่ระบุไว้ตอนแรก จึงติดต่อขอรับสุนัขคืนทางเจ้าของฟาร์มก็ได้บ่ายเบี่ยงและติดต่อไม่ได้ จนจึงประสานงานไปกับทางเพจ Watch Dog Thailand กระทั่งนำตัวสุนัขคืนมาได้ โดยทางเจ้าของฟาร์มของค่าเลี้ยงดู 1,000 บาท จึงได้สุนัขคืนมา

ต่อมาทางเจ้าหน้าที่จากกรมปศุสัตว์พร้อมด้วยตำรวจ สภ.บางบัวทอง ได้ทำการล่อซื้อสุนัขจากนายศักดินนท์ จนมีการตกลงซื้อขายสำเร็จ ทางเจ้าหน้าที่จึงบุกค้นที่ฟาร์มของนายศักดินนท์ทันที เบื้องต้นพบว่าสถานที่ดังกล่าวเป็นคันนา ยาวไปประมาณ 100 เมตร มีการต่อเติมทำหลังคาด้วยสังกะสี ด้านในมีกรงสุนัข และกรงนกเป็นจำนวนมาก จากการตรวจสอบพบว่ามีสุนัขทั้งสิ้น 48 ตัว และยังพบว่าไม่มีการฉีดวัคซีนโรคพิษสุนัขบ้าให้กับสุนัขที่เลี้ยงไว้ พร้อมไม่มีเอกสารประกอบการรักษาแต่อย่างใด โดยมีแค่ใบอนุญาตค้าสัตว์เท่านั้น

ทางด้าน นายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบในวันนี้พบการกระทำผิดคือ 1. ผิดใน พ.ร.บ.โรคพิษสุนัขบ้า เนื่องจากเจ้าของฟาร์มไม่มีเอกสารประวัติการรักษาดูแลสุนัขและประวัติการฉีดวัคซีน 2.กฎหมายทารุณกรรมสัตว์ เนื่องจากได้นำสุนัขและลูกสุนัขไปจำหน่าย เป็นการแสวงหาผลประโยชน์จากสัตว์ ทั้งที่ไม่ได้เป็นฟาร์มเพาะเลี้ยงขายโดยตรง 3.ผิดในข้อกฎหมายสวัสดิภาพสัตว์ ซึ่งพบว่าสุนัขที่นำไปแสวงหาผลประโยชน์ มีการเลี้ยงดูอย่างไม่ทุกต้องตามหลักสุขลักษณะ

จากลักษณะของสถานที่เลี้ยงเช่นนี้ ประกอบกับทางเจ้าของก็ได้ระบุชัดเจนว่าได้นำสุนัขส่งขายด้วย ด้วยสถานที่การเลี้ยงที่ไม่เหมาะสม อาจทำให้ได้สุนัขที่เป็นโรคและเสี่ยงที่จะไปแพร่เชื้อโรคในแหล่งตลาดซื้อขาย หรือสถานที่ที่ผู้ซื้อรับไปเลี้ยง จึงทำให้เข้าข่ายกระทำผิดกฎหมาย ซึ่งจะอายัดสุนัขทั้งเหมาะส่งไปตรวจสอบ และแจ้งข้อหาดำเนินคดีต่อไป