‘เนติวิทย์’ มาแล้ว! ห้อยป้ายคล้ายบัตรเลือกตั้ง ‘นายสั่งมา’ ยื่นผ่อนผันทหาร

วันนี้ (4 เม.ษ. 62) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายเนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล อายุ 23 ปี อดีตประธานสภานิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้เดินทางมาผ่อนผันการเกณฑ์ทหารตามสิทธิ ที่ หน่วยคัดเลือกทหาร วัดราษฎร์​โพธิ์ทอง​ จ.สมุทรปราการ

ทั้งนี้ นายเนติวิทย์ ได้ห้อยป้ายที่หน้าอก เป็นภาพของบัตรเลือกตั้ง มีชื่อของพรรคการเมืองต่างๆ พร้อมกับถ้อยคำขนาดใหญ่กลางป้าย ว่า นายสั่งมา โดยปีที่แล้ว นายเนติวิทย์ ได้สวมนาฬิกาข้อมือมาหลายเรือนพร้อมบอกว่า ยืมเพื่อนมา เนื่องจากกรณีกระแสข่าวนาฬิกาหรูของ พล.อ.ประวิตร นั้นเอง

โดย นายเนติวิทย์ เผยว่า ปีนี้ผ่อนผันเป็นครั้งที่ 3 ส่วนป้ายที่ห้อยมาเป็นการรำพึงรำพันความในใจ ในการเลือกตั้งที่ผ่านมา ทำไมมีบัตรเกินบัตรเสริมจำนวนมาก และยังมีการร้องเรียนจำนวนมาก เช่น ในค่ายทหาร ที่มีการเกณฑ์และสั่งกันให้มาลงชื่อ

นอกจากนี้ นายเนติวิทย์ ยังได้ถือมีป้ายข้อความว่า “เกณฑ์กองทัพออกจากการเมือง หยุดสร้างวาทกรรมแบ่งแยกคนไทย” เพราะรู้สึกไม่พอใจที่ ผบ.ทบ. ออกมาพูดล่าสุด เพราะเป็นการแบ่งแยกคนในชาติ ทำให้รู้สึกว่าไม่ได้เป็นคนในแผ่นดินเดียวกัน เป็นสิ่งที่ไม่น่าพึงปฏิบัติของ ผบ.ทบ. ยังเกณฑ์คนไปในชาติ แต่ตัวเองไม่สามารถหยุดออกจากการเมืองได้

การเกณฑ์ทหาร จึงเป็นการทำลายชาติมากกว่า เพราะเป็นการอยู่ภายใต้เบี้ยของคนพวกนี้ที่หาผลประโยชน์ทางการเมือง ไม่ได้หาผลประโยชน์ของประเทศชาติอย่างแท้จริง ผมจึงเขียนอีกใบว่า “เกณฑ์นายพลกลับกรมกอง” เพราะถึงเวลาที่เราต้องเกณฑ์นายพลออกจากการเมือง ออกไปอยู่ในส่วนของตัวเอง เป็นการสะท้อนความรู้สึกของผม

กกต. เรียก ‘ศรีสุวรรณ’ ให้ถ้อยคำสอบ ‘ธนาธร’ กรณีโอนทรัพย์สิน Blind trust

นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่า ได้รับหนังสือด่วนจากสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กรณีที่สมาคมฯได้เคยร้องเรียนเมื่อวันที่ 19 มี.ค.62 ให้มีการตรวจสอบนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ซึ่งเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ หลังแถลงข่าวโอนทรัพย์สินไปให้ trust หรือ กองทุน เป็นผู้ดูแล

โดยอ้างว่า วิธีการนี้เป็นมาตรฐานใหม่ ไม่เคยมีนักการเมืองคนไหนใช้ private fund มาก่อน อาจเข้าข่ายหลอกลวงหรือจูงใจให้เข้าใจผิดในคะแนนนิยมของผู้สมัครหรือพรรคการเมืองตาม ม.73(5) ของ พรป.ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 2561 เพราะวิธีการดังกล่าวในอดีตเคยมีนักการเมืองมากมายที่ใช้วิธีการโอนหุ้นของตนไปให้ trust ดูแล ไม่ใช่เรื่องใหม่หรือเป็นนักการเมืองคนแรกที่กระทำเช่นนี้ตามที่ นายธนาธร แอบอ้างแต่อย่างใด

ทั้งนี้ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้มีหนังสือมายังสมาคมฯเพื่อให้ไปให้ถ้อยคำเพิ่มเติมพร้อมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินการไต่สวน สอบสวน เอาผิดกับนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ต่อไป ซึ่งหาก กกต.วินิจฉัยว่า การกระทำดังกล่าวเป็นการฝ่าฝืนตาม ม.73(5) จริง ก็จะมีบทลงโทษตาม ม.195 ของพรป.ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 2561 คือ ต้องระวางโทษจําคุกตั้งแต่ 1 ปี ถึง 10 ปี หรือปรับตั้งแต่ 2 หมื่นบาท ถึง 2 แสนบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง ของผู้นั้นมีกําหนด 20 ปีด้วย

อย่างไรก็ตาม สมาคมฯจะเดินทางไปให้ถ้อยคำต่อ กกต. ในวันศุกร์ที่ 5 เมษายน 2562 เวลา 13.00 น. ณ สำนักงาน กกต. ศูนย์ราชการ อาคาร B หลักสี่ กทม.

คนขับรถตู้ เก็บกระเป๋าเงินส่งคืนหนุ่มเกาหลี หลังลืมไว้บนรถ

นักท่องเที่ยวชาวเกาหลี ลืมกระเป๋าเงินไว้บนรถตู้ โชเฟอร์พบเห็นได้เก็บส่งคืน ตำรวจชี้ เป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ดี

วันนี้ 4 เม.ย. 62 มีรายงานว่า ขณะที่ พล.ต.ท.ธีรพล คุปตานนท์ ผบช.ทท. พร้อมด้วย พ.ต.อ.ประวิตร ช่อเส้ง ผกก. สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี และ พ.ต.ท.ปิยะพงษ์ เอนสาร สารวัตรตำรวจท่องเที่ยวเมืองพัทยา ร่วมกันปล่อยแถวดูแลนักท่องเที่ยวต้อนรับวันสงกรานต์ ได้มีนายคู ซึงวัน (MR.KOO SEUNGWAN) อายุ 32 ปี นักท่องเที่ยวชาวเกาหลี เข้ามาแจ้งว่า ได้ลืมกระเป๋าเงินแบบถือ ภายในมีทรัพย์สิน เงินสกุลต่างประเทศจำนวน 20,000 บาท บัตรเคดิต และเอกสารสำคัญต่างๆ ไว้บนรถตู้โดยสายโดยสารประจำทาง กรุงเทพ-พัทยา

สอบถามทราบว่า นายคู ได้นั่งรถตู้โดยสารจากสถานีขนส่ง เอกมัย เพื่อเดินทางมาท่องเที่ยวต่อในพื้นที่เมืองพัทยา เมื่อถึงจุดหมายบริเวณปากซอย 12 จอมเทียน ด้วยความที่เร่งรีบลงจากรถตู้ โดยลืมกระเป๋าเงินไว้บนรถตู้คันดังกล่าว และมารู้ตัวอีกทีพบว่ารถตู้ได้ขับขี่ออกไปสักระยะหนึ่งแล้ว จึงได้เดินทางขอความช่วยเหลือตำรวจดังกล่าว

หลังจากทราบเรื่อง พล.ต.ท.ธีรพล คุปตานนท์ ผบช.ทท. ได้สั่งการตำรวจหลายหน่วยงานช่วยกันติดตามกระเป๋าคืนนักท่องเที่ยวอย่างเร่งด่วน จนกระทั่งทราบว่า นายวาณิชย์ ภูแข่งเดือน อายุ 49 ปี โชเฟอร์รถตู้โดยสารคันดังกล่าว ได้โทรศัพท์แจ้งไปยังศูนย์ประสานงานและช่วยเหลือ จส. 100 ว่ามีนักท่องเที่ยวลืมกระเป๋าไว้บนรถตู้ โดยจะนำส่งคืนเจ้าของได้ภายในไม่เกิน 2 ชั่วโมง เนื่องจากกำลังส่งผู้โดยสารตามป้ายในกรุงเทพมาหนคร ไม่สามารถเอากลับไปคืนได้ ซึ่งจะต้องรอส่งผู้โดยสารให้แล้วเสร็จ

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ระหว่างที่ นายคู รอโชเฟอร์รถตู้โดยสารนำกระเป๋าเงินส่งคืน ได้บอกกับตำรวจว่ารู้สึกหิวข้าวมาก เพราะว่าไม่ได้ทานตั้งแต่ช่วงเย็น ประกอบกับไม่มีเงินไปซื้ออาหารเนื่องจากลืมกระเป๋าเงินไว้บนรถตู้โดยสาร ตำรวจจึงได้สั่งข้าวหมูแดง ร้านขึ้นชื่อในเมืองพัทยา เสิร์ฟให้กับนายคู รับประทานประทังความหิว ก่อนนายคู จะได้รับกระเป๋าเงินคืนในที่สุด และไม่มีทรัพย์สินใดสูญหาย โดยมีนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ ร่วมเป็นสักขีพยาน

อย่างไรก็ดี ต้องขอชื่นชม โชเฟอร์รถตู้โดยสาร ที่มีความซื่อสัตย์ต่ออาชีพงานบริการ ซึ่งพบว่าโชเฟอร์รถตู้คนนี้ ได้เก็บกระเป๋าเงินคืนนักท่องเที่ยวมาหลายคนแล้ว โดยการทำดีครั้งนี้ถือเป็นการสร้างชื่อเสียงให้เมืองพัทยาให้น่าอยู่และท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก พล.ต.ท.ธีรพล คุปตานนท์ ผบช.ทท. กล่าวทิ้งท้าย