เผยรายชื่อผู้ก่อเหตุโจมตีในศรีลังกา พบส่วนใหญ่การศึกษา-ฐานะดี

ศรีลังกาเผยชื่อหัวหน้าผู้ก่อเหตุโจมตี ขณะที่ทางการอังกฤษเปิดเผยชื่อ 1 ในผู้ก่อเหตุซึ่งเคยศึกษาในประเทศอังกฤษ โดยผู้ก่อเหตุส่วนมากมาจากครอบครัวมีฐานะและการศึกษาดีในศรีลังกา

เมื่อวันที่ 24 เมษายน 2562 นายชิรัล ลัคธิลากะ ที่ปรึกษาประธานาธิบดีศรีลังกา กล่าวกับสถานีโทรทัศน์ ‘ซีเอ็นเอ็น’ ว่า เขาเชื่อว่านายอินชาน ซีลาวาน หนึ่งในผู้ก่อเหตุวางระเบิดโจมตีโรงแรมแชงกรี-ลา ในกรุงโคลอมโบ เป็นหัวหน้ากลุ่มผู้ก่อเหตุโจมตีครั้งนี้

ขณะเดียวกัน แหล่งข่าวด้านความมั่นคงของอังกฤษ ได้เผยชื่อหนึ่งในผู้ก่อเหตุโจมตีในศรีลังกาว่าคือ นายอับดุล ลาทีฟ จามีล โมฮาเหม็ด ซึ่งเคยศึกษาอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของอังกฤษ ในระหว่างปี 2549 – 2550 อย่างไรก็ตาม เมื่อวันอังคารที่ 23 เมษายนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ศรีลังกาได้ระบุชื่อว่า นายซาห์ราน ฮาชิม ซึ่งมีแนวคิดหัวรุนแรงสุดโต่ง เป็นตัวการสำคัญในการก่อเหตุ

ด้านสถานีโทรทัศน์ท้องถิ่นของศรีลังกา เผยแพร่คลิปวิดีโอจากกล้องวงจรปิด ขณะ 2 ผู้ต้องสงสัยชาย ซึ่งสวมหมวกและสะพายเป้คล้ายกันเดินในโรงแรมแชงกรี-ลา ในกรุงโคลัมโบ ก่อนเกิดเหตุระเบิดขึ้น

เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบพื้นที่หลังเหตุระเบิดโบสถ์คริสต์

ขณะเดียวกันสำนักข่าวในอินเดีย ได้ออกมาเปิดเผยว่า ชาย 2 คนจากจำนวนผู้ต้องสงสัยที่ก่อเหตุเป็นพี่น้องกัน และมาจากตระกูลที่ร่ำรวยซึ่งทำธุรกิจส่งออกเครื่องเทศในศรีลังกา และมีคอนเน็กชั่นกับบรรดานักธุรกิจชั้นนำและนักการเมือง โดยทั้ง 2 คือ นายอิมซาต อาห์เหม็ด อิบราฮิม และนายอิลแฮม อาห์เหม็ด อิบราฮิม

นายไมตรีปาละ สิริเสนา ประธานาธิบดีศรีลังกา ขอให้นายเฮมาสิริ เฟอร์นานโด หนึ่งในรัฐมนตรีกลาโหม และนายปูจิต จายาซุนดารา ผู้บัญชาการตำรวจ ลาออกจากตำแหน่ง หลังทำงานผิดพลาดในการรายงานข่าวกรอง ซึ่งนำไปสู่เหตุวางระเบิดโจมตีเมื่อวันอาทิตย์ที่ 21 เมษายน 2562 ขณะที่ รัฐบาลศรีลังกาประกาศเคอร์ฟิวเป็นคืนที่ 4 แล้ว โดยเริ่มตั้งแต่ 22.00 น.ของเมื่อวานนี้ จนถึง 4.00 น.วันนี้ ตามเวลาท้องถิ่น

เหตุระเบิดในศรีลังกา

สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานว่า เจ้าหน้าที่พบระเบิดลูกใหม่ซุกซ่อนอยู่ในรถจักรยานยนต์ บริเวณชานกรุงโคลัมโบ แต่ไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต โดยตำรวจได้ปลดชนวนระเบิดและย้ายรถจักรยานยนต์ดังกล่าวออกจากพื้นที่แล้ว

ตำรวจสามารถระบุอัตลักษณ์ผู้ก่อเหตุโจมตีได้ 8 คน จาก 9 คนแล้ว โดยเป็นชาวศรีลังกาทั้งหมดและหนึ่งในนั้นเป็นผู้หญิง ซึ่งผู้ก่อเหตุส่วนใหญ่เป็นผู้ “มีการศึกษาดี” และ “มาจากชนชั้นกลาง” นอกจากนี้ตำรวจยังได้ควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยราว 60 คนซึ่งเกี่ยวข้องกับเหตุโจมตี

ทั่วโลกรณรงค์ให้ใช้ ‘ระเบิดฆ่าตัวตาย’ แทนระเบิดพลีชีพ

การระเบิดฆ่าตัวตาย หรือ การระเบิดพลีชีพ เป็นการสังหารผู้อื่นโดยใช้วัตถุระเบิดผูกติดกับตัวฆาตกรแล้วเคลื่อนที่เข้าไปหาเป้าหมายเพื่อระเบิดเป้าหมายไปพร้อมกับตัวเอง

โดยอาจจะใช้การเดินเท้าเข้าไปหาเป้าหมายหรืออาจจมีการใช้ยานพาหนะก็ได้ เรียกว่าสละตัวเพื่อสังหารกลุ่มคนโดยไม่กำหนดเป้าหมาย หรือสังหารกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งโดยเฉพาะ

ภาพประกอบบทความ

“ระเบิดฆ่าตัวตาย” ที่กระทำโดยกลุ่มที่ถูกขนานนามว่า “ผู้ก่อการร้าย” นับเป็นการโจมตีที่หน่วยงานความมั่นคงทั่วโลกยอมรับตรงกันว่าไม่ว่าจะใช้เทคโนโลยีทันสมัยขนาดไหนก็ “ป้องกันยากที่สุด”

ขณะเดียวกันในยุคแรก ๆ มีการใช้คำว่าระเบิดพลีชีพ (sacrifice bomb)ในการโจมตีลักษณะนี้ แต่เนื่องจากคำดังกล่าว อาจมีความหมายไปในเชิงบวก หรือยกย่อง จึงทำให้เกิดการรณรงค์ให้สื่อทั่วโลก เปลี่ยนมาใช้คำว่า ‘ระเบิดฆ่าตัวตาย’ (suicide bomb)แทน เพราะการฆ่าตัวตาย ขัดแย้งกับหลักการทางศาสนาของทุกศาสนา และเป็นการลดทอนคุณค่าของผู้ที่เลือกเส้นทางระเบิดพลีชีพอีกทาง

วิธีสังเกตวัตถุที่มีลักษณะต้องสงสัย

  • เป็นสิ่งที่ไม่เคยเห็นมาก่อน : ตัวอย่างเช่น ที่ตู้เอทีเอ็ม พบถังดับเพลิง วางอยู่ข้างตู้ ซึ่งปกติแล้ว บริเวณดังกล่าวจะไม่เคยมีถังดับเพลิงลักษณะนี้วางอยู่
  • ไม่มีเจ้าของ : เมื่อสอบถามประชาชนหรือคนในละแวกนั้นแล้ว ไม่พบว่าวัตถุดังกล่าวเป็นของผู้ใด ไม่มีผู้ใดแสดงตัวเป็นเจ้าของ
  • ไม่ใช่ที่อยู่ : วัตถุนั้น ไม่ควรที่จะอยู่ ณ สถานที่ตรงนั้น
  • ไม่เรียบร้อย : วัตถุสิ่งนั้นมีสภาพที่ไม่เรียบร้อย ผิดปกติ เช่น มีสายไฟโผล่ มีน้ำมันเยิ้ม มีกลิ่นน้ำมันเครื่อง หรือ น้ำมันเบนซิน เป็นต้น

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

แถลงการณ์สำนักพระราชวัง ‘พระองค์โสมฯ’ เสด็จประทับ รพ.จุฬาฯ

แถลงการณ์สำนักพระราชวัง’พระองค์โสมฯ’ เสด็จประทับ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ฉบับที่ 4

แถลงการณ์สำนักพระราชวัง เรื่อง พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ เสด็จไปประทับ ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ฉบับที่ 4

ตามที่พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ เสด็จไปประทับ ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย เมื่อคืนวันศุกร์ที่ 1 กุมภาพันธ์ พุทธศักราช 2562 เพื่อรักษาพระอาการพระโลหิตออกที่พระสมองและความดันพระโลหิตสูงนั้น

วันนี้ คณะแพทย์ผู้ถวายการรักษา ได้แจ้งว่าพระอาการโดยรวมดีขึ้นโดยลำดับ ทรงรู้พระองค์ดีขึ้น สามารถเคลื่อนไหวพระวรกายได้มากขึ้น ความดันพระโลหิตและการเต้นของพระหทัยอยู่ในเกณฑ์ปรกติ ไม่มีพระอาการแทรกซ้อน คณะแพทย์มีความเห็นว่า ยังสมควรได้รับการรักษาด้วยกายภาพบำบัดต่อไป จึงได้กราบทูลขอประทานพระอนุญาต ให้ประทับที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย เพื่อรับการฟื้นฟูพระวรกาย และทรงงดพระกรณียกิจ ต่อไปอีกสักระยะหนึ่ง

จึงประกาศให้ทราบโดยทั่วกัน
สำนักพระราชวัง
25 เมษายนพุทธศักราช 2562

กู้ภัยเร่งค้นหาประชาชนที่สูญหายจากเหตุโคลนถล่มในเมียนมา

ทีมกู้ภัยเมียนมายังคงปฏิบัติภารกิจกู้ร่างของประชาชน หลังเกิดเหตุโคลนถล่มลงมาฝังคนงานเหมืองหยกกว่า 50 คน ซึ่งถือได้ว่าเป็นเหตุอันตรายที่เกิดขึ้นกับอุตสาหกรรมในประเทศ ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตเป็นจำนวนมาก

สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานเหตุภัยพิบัติซึ่งเกิดขึ้นที่เหมืองที่เมืองปากั้นในรัฐกะฉิ่นทางเหนือของประเทศเมียนมาเมื่อคืนวันจันทร์ที่ 22 เมษายน ที่ผ่านมา ขณะที่ตำรวจกล่าวว่า “ทะเลโคลน” ได้กลืนร่างคนงานเหมือง 54 คน ระหว่างที่พวกเขากำลังทำงานกะกลางคืน และจนกระทั่งถึงวันอังคารที่ 23 เมษายน เจ้าหน้าที่สามารถกู้ร่างของผู้เสียชีวิตขึ้นมาได้แค่เพียง 3 ราย

ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจท้องถิ่นกล่าวว่า อันตรายเกินไปที่จะลงไปค้นหาผู้สูญหายในบ่อโคลนขนาดใหญ่ ขณะที่ปฏิบัติการกู้ร่างผู้เคราะห์ร้ายได้ยุติลงในเวลากลางคืนของวันพุธที่ 24 เมษายน และได้กลับมาเริ่มปฏิบัติการอีกครั้งในเช้าวันรุ่งขึ้น

ทั้งนี้เหตุเหมืองหยกที่ตั้งในรัฐกะฉิ่น ทางตอนเหนือของประเทศถล่มลงมาเมื่อวันที่ 22 เม.ย. 2562 ที่ผ่านมาโดยรายงานเผยว่า ดินโคลนที่พังถล่มครั้งนี้กินพื้นที่เป็นวงกว้าง ส่งผลทำให้บริเวณที่พักของคนงานจมหายไปด้วย

ทางด้านเจ้าหน้าที่กู้ภัยคาดว่า คนงานทั้งหมดอาจจะเสียชีวิตแล้ว เพราะพวกเขาถูกฝังอยู่ใต้โคลนที่มีความเหนียวหนาแน่นมาก อย่างไรก็ดีทางกู้ภัยเร่งระดมกำลัง เพื่อเดินหน้าค้นหาร่างของคนงานทั้งหมดต่อไป ส่วนสาเหตุของเหตุครั้งนี้ยังอยู่ในระหว่างการสอบสวน

สำหรับอุตสาหกรรมเหมืองหยกในเมียนมา ส่วนใหญ่ตั้งอยู่ติดกับพรมแดนอินเดียและจีน ซึ่งอุตสาหกรรมนี้สร้างมูลค่าให้กับประเทศมหาศาลโดยในปี 2557 สามารถทำมูลค่าได้ถึง 31,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

อย่างไรก็ตาม ในปี 2561 เคยเกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้มาแล้ว ซึ่งตอนนั้นได้มีเกิดมีฝนตกลงมาอย่างหนัก ทางเหมืองได้ประกาศห้ามชาวบ้านเข้าไปขุดหาหยกและพลอยแล้ว แต่พวกเขาไม่ฟัง ก่อนที่เวลาต่อมาจะเกิดภูเขาถล่ม ดินไหลทับร่างพวกเขาดังกล่าว จนส่งผลทำให้มีผู้เสียชีวิตเป็นจำนวนมาก