ไปกันใหญ่! ‘วาสนา’ โพสต์แจงปม ‘บิ๊กป้อม’ ตบนักข่าว ไม่เป็นความจริง

ไปกันใหญ่! ‘วาสนา’ โพสต์แจงปม ‘บิ๊กป้อม’ ตบนักข่าว เผยไม่เป็นความจริง  หลังนักข่าวถามกรณีเว็บไซต์อินเวสติ้ง จัดให้ พล.อ.ประวิตรเป็นหนึ่งใน 45 เศรษฐีเอเชีย

วันนี้(24 เม.ย. 62) จากกรณีคลิป พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ตอบคำสัมภาษณ์สื่อมวลชนกรณี พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวช หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย จะร้อง ป.ป.ช.กรณีเว็บไซต์อินเวสติ้ง จัดให้พล.อ.ประวิตรเป็นหนึ่งใน 45 เศรษฐีเอเชีย ทำให้พล.อ.ประวิตร แสดงสีหน้าไม่พอใจพร้อมกับเดินเข้าหาสื่อมวลชน โดยมีการนำเสนอข่าวในเวลาต่อมาว่า “บิ๊กป้อมตบนักข่าว”

ล่าสุด นางสาววาสนา นาน่วม สื่อมวลชนอาวุโส ซึ่งอยู่ในเหตุการณ์คลิปดังกล่าว ออกมาโพสต์ชี้แจงผ่านเฟซบุ๊ก Wassana Nanuam โดยข้อความระบุว่า ” “ลุงป้อม”กำลังตกเป็นเป้าทางการเมือง…เลี่ยงตอบคำถามนักข่าว มาหลายเรื่อง จนมาถึงเริ่อง เวบฯ Investing จัดให้ติดอันดับเศรษฐีเอเชีย แต่วานนี้ ลุงแก ก็ไม่ตอบ เมื่อโดนนักข่าวถาม โดยให้ โฆษกกลาโหม ชี้แจงแทนว่าเป็น เวบฯนี้จดทะเบียนโดยต่างชาติที่เกาะ British Virgin กำลังตรวจสอบว่าเชื่อมโยงนักการเมืองหรือไม่ แต่ยันไม่ได้ร่ำรวย มีทรัพย์สินเท่าที่ชี้แจง ต่อปปช….

แต่มาวันนี้ ประชุมครม. นักข่าวก็ดักรอสัมภาษณ์ หลังเลิกประชุมตามปกติ แต่วันนี้พล.อ.ประวิตร ให้สัมภาษณ์ ไม่เดินหนี ทั้งเรื่องคดี”ธนาธร” และมาเรื่องที่ “พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์” จะฟ้องปปช.ให้ตรวจสอบร่ำรวย….พล.อ.ประวิตร ยืนตอบอย่างมั่นใจ ว่า ไม่ใช่เรื่องจริง ไปสอบได้เลย มีทรัพย์สิน เท่าที่ยื่นต่อ ปปช. จะมีอะไรอีกล่ะ….วาสนา เลยถามว่า ไม่มีที่อื่นที่ต่างประเทศตามที่มีข่าวลือ ต่อเนื่องจากเวบฯนี้ออกข่าวใช่มั้ย… ลุงป้อมแกร้อง โธ่เอ้ย! จะมีได้ไง ข้อมูล Fake

พร้อมจบการให้สัมภาษณ์ ลุงป้อม แกก็เดินกัดฟัน เข้ามาหา แล้ว ทำท่าชกพุง …ซึ่งเป็นท่าทางปกติที่ลุงป้อมแกจะหยอกล้อ หรือแกล้งนักข่าวที่ถามเยอะ แต่ส่วนใหญ่เป็นนักข่าวสายทหาร จะเดินกัดฟัน แบบหมั่นเขี้ยว เดินเข้ามาชกไหล่ ชกแขน ชกพุงบ้าง จนกลายเป็นเรื่องปกติ แต่พอดีวันนี้ ลุงป้อม มาทำท่านี้ที่ทำเนียบฯ น้องๆนักข่าวที่ทำเนียบฯ อาจไม่เคยเห็น เลยคิดว่า เอาจริง หรือหยอกเล่น แถมลุงป้อมกัดฟัน หน้าตาจริงจัง แถมเป็นการถามในเรื่อง เวบฯเรื่องทรัพย์สิน เลยทำให้ออกข่าวว่าฉุน โมโห ตบนักข่าว

จนที่สุดข่าวในออนไลน์ และกระแสโจมตีพล.อ.ประวิตร ก็ทำให้ข่าวถูกบิดเบือน ใส่สี กลายเป็น ตบนักข่าว และกลายเป็น ตบหน้านักข่าว แต่นักข่าว ไม่แจ้งความ ไม่เอาเรื่อง ไปกันใหญ่ จริงๆ กระแสความขัดแย้ง แตกแยก เกลียดชัง ทำให้ข้อเท็จจริง ทั้งๆที่เกิดกับ นักข่าว เองแท้ๆ ยังถูกบิดเบือน ไปได้ถึงเพียงนี้ ตบหน้านักข่าว นักข่าวกลัว ไม่ฟ้อง ไม่เอาเรื่อง เพราะเกรงใจ บอกเลย ถ้าตบจริงไม่ว่านักข่าวคนไหนโดน ไม่มีใครยอมหรอก แต่เราดูที่เจตนา และบุคลิกลักษณะ ของพลเอกประวิตร แกเป็นแบบนี้อยู่แล้ว

ที่พูดนี่ ไม่ใช่ปกป้อง หรือแก้ตัวแทน แต่เห็นข่าวลือ ใส่สีและเวบข่าวที่ไม่ใช่สื่อหลัก เขียนไปกันใหญ่ ผิดจากข้อเท็จจริงไปมาก โดยเฉพาะกลายเป็นตบหน้านักข่าว นักข่าว ไม่ยอมเอาเรื่อง ปัดโธ่เอ้ยยยย!! ข่าวลือไปถึงขั้นนั้น!!!แค่ชกพุง เนี่ยนะ แล้วไม่ได้แรงเลย แค่แตะเบาๆ แถมลุง น่าจะเจอ หัวเข็มขัด อ่ะ555 เห็นทีว่า ลุงป้อม ต้องไปทำบุญสะเดาะเคราะห์แล้วล่ะ ช่วงนี้ “โดน” ต่อเนื่อง เพิ่งกลับมาให้สัมภาษณ์ มาเจอเรื่องนี้เข้าไป น้องๆนักข่าวสายทหาร ยังบอกเลยว่า สงสัย ลุงป้อม จะ งดให้สัมภาษณ์อีกยาวแน่ๆเลย โชคดีนะลุง!!”

ที่มา Wassana Nanuam

ตำรวจแจงปม นักท่องเที่ยวต่างชาติแฉ ถูกยัดข้อหา ก่อนจับโกนผม

รองโฆษกตำรวจ ชี้แจงกรณีนักท่องเที่ยวต่างชาติแฉ ถูกยัดข้อหา ก่อนจับโกนผม

พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. เปิดเผยถึงกรณีที่ สื่อเดลีเมล์ อังกฤษ นำเสนอข่าว นายคริส ด็อดด์ อายุ 29 ปี นักท่องเที่ยว ชาวอังกฤษ เดินทางมาท่องเที่ยวใน จว.เชียงใหม่ ประเทศไทย เมื่อเดือน ก.พ. 62 แล้วถูกตำรวจไทยจับขังคุก และถูกจับโกนผมทรงเดรดล็อก เพียงเพราะเก็บโทรศัพท์มือถือที่หล่นบนพื้นถนนนอกสนามบินเชียงใหม่ และตั้งใจจะนำส่งคืนเจ้าของ แต่ยังไม่ทันทำตามที่ตั้งใจกลับถูกยัดเยียดข้อหาว่าลักทรัพย์เสียก่อน กระทั่งได้รับการปล่อยตัวออกมา เมื่อประมาณกลางเดือน เม.ย. 62 ว่า

ได้รับรายงานจาก ภ.จว.เชียงใหม่ ว่า เมื่อวันที่ 26 ก.พ. 62 เวลาประมาณ 20.40 น. โดยในช่วงก่อนการจับกุมเจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวเชียงใหม่ ที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ที่ท่าอากาศยานเชียงใหม่ ได้รับแจ้งจากนักท่องเที่ยวหญิงชาวเยอรมันว่า ทำโทรศัพท์มือถือสูญหาย จึงทำการตรวจสอบกล้องวงจรปิด พบชายชาวต่างชาติ ผมสีทอง ไว้ผมยาว ทรงเดดร็อค สวมหมวกแก๊บสีขาว สวมเสื้อยืดแขนยาวสีออกเทา กางเกงขายาวสีดำ หยิบเอาโทรศัพท์มือถือดังกล่าวที่ตกพื้น ภายในอาคารผู้โดยสาร จากนั้นขึ้นรถตู้โดยสารออกไปจากท่าอากาศยานเชียงใหม่

กระทั่ง ต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถติดตามตัวนักท่องเที่ยวชายที่เก็บโทรศัพท์มือถือดังกล่าวได้ที่เกสต์เฮาส์แห่งหนึ่งในตำบลศรีภูมิ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ทราบชื่อคือ นายคริสโตเฟอร์ เมอร์รี ด็อดด์ อายุ 29 ปี ชาวอังกฤษ ซึ่งยอมรับว่าหยิบโทรศัพท์มือถือดังกล่าวไปจริง ซึ่งจากการตรวจสอบโทรศัพท์มือถือเครื่องดังกล่าวปรากฏว่าได้มีการนำซิมการ์ด ออกจากเครื่องและเปลี่ยนแปลงรหัสผ่านและเปลี่ยนภาษาของเครื่อง พร้อมทั้งลบข้อมูลในโทรศัพท์มือถือ ทางเจ้าหน้าที่จึงทำการควบคุมตัว แล้วส่งดำเนินคดีที่สถานีตำรวจภูธรภูพิงคราชนิเวศน์

รอง โฆษก ตร. กล่าวต่ออีกว่า ในชั้นสอบสวนและการรวบรวมข้อมูลพยานหลักฐานทางคดี พบว่าผู้ต้องหามีพฤติการณ์โดยตั้งใจที่จะนำโทรศัพท์เครื่องดังกล่าวมาใช้งานเป็นของตนเอง ประกอบกับข้อมูลพฤติการณ์การกระทำความผิดจากกล้องวงจรปิด จึงแจ้งข้อกล่าวหาในความผิดฐาน “ลักทรัพย์ในท่าอากาศยาน” ซึ่งต่อมาเมื่อวันที่ 28 ก.พ. 62 พนักงานสอบสวน ได้นำตัวผู้ต้องหา ขอฝากขังต่อศาลจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งถูกส่งตัวควบคุมภายในเรือนจำจังหวัดเชียงใหม่ ภายหลังได้รับแจ้งว่า ผู้ต้องหาได้รับการประกันตัว เมื่อ 11 มี.ค. 62 ที่ผ่านมา

สำหรับประเด็นที่สอง ที่มีการกล่าวอ้างว่าถูกจับโกนผม ทรงเดรดล็อกนั้น ขอเรียนว่า ในชั้นจับกุม ชั้นสอบสวน ควบคุมตัวผู้ต้องหา ตลอดจนการนำตัวผู้ต้องหาฝากขังต่อศาล ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบเจ้าหน้าที่ตำรวจ ขอเรียนว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ดำเนินการตามหลักสิทธิมนุษยชนและหลักกฎหมายที่กำหนด พร้อมกันนี้ หาก สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้รับความเสียหาย เสื่อมชื่อเสียง หรือถูกดูหมิ่นหรือเกลียดชัง จากการให้สัมภาษณ์และนำเสนอข้อมูลอันเป็นเท็จดังกล่าว ก็จะดำเนินคดีตามกฎหมายในความผิดที่เกี่ยวข้องต่อไป

ซึ่งที่ผ่านมา ในชั้นสอบสวนของพนักงานสอบสวน พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้กำชับการสอบสวน และรวบรวมพยานหลักฐาน ในการดำเนินคดีกับผู้ต้องหาทุกราย อย่างตรงไปตรงไปมา ด้วยความรอบครอบ รวดเร็ว เป็นธรรม อาศัยพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์และพยานที่เชื่อมโยงกับข้อมูลการกระทำความผิดของผู้ต้องหาเป็นสำคัญ เพื่อบรรเทาความเสียหายที่เกิดขึ้นและสร้างความเชื่อมั่นให้กับพี่น้องประชาชน นักท่องเที่ยว และนักลุงทุนในพื้นที่

ระทึก! หนุ่มคลั่งใช้มีดทำร้ายตัวเอง ก่อนเทงูบนถนน หน้าห้างดังกลางเมือง

ระทึก! หนุ่มคลั่งใช้มีดทำร้ายตัวเอง ก่อนเทงูบนถนน หน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ขณะนี้ยังไม่ทราบสาเหตุจูงใจ

วันนี้(24 เม.ย. 62) เวลาประมาณ 18.00 น. เกิดเหตุชายไม่ทราบชื่อขับรถยนต์ป้ายแดงจอดกลางถนน บริเวณหน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ จากนั้นได้ใช้มีดทำร้ายตัวเอง ก่อนจะเทงูออกมาจากถุง ทำให้ประชาชนละแวกนั้นต่างแตกตื่น ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถควบคุมตัวหนุ่มรายนี้ได้แล้วแต่ยังไม่ทราบแรงจูงใจ สำหรับความคืบหน้าจะรายงานให้ทราบต่อไป