อินโดนีเซียเล็งย้ายเมืองหลวง เหตุแออัด-เสี่ยงน้ำท่วม

ผู้นำอินโดนีเซียมีแผนย้ายเมืองหลวงจากกรุงจาการ์ตา เหตุแออัดและเสี่ยงจมน้ำ ขณะที่มีผู้เสียชีวิต 29 คน จากเหตุน้ำท่วมและดินถล่มรุนแรงในหลายพื้นที่บนเกาะสุมาตรา

นายบัมบัง โบรดโจเนโกโร รัฐมนตรีกระทรวงผังเมืองอินโดนีเซีย เปิดเผยวานนี้ (29 เมษายน 2562) ว่า ประธานาธิบดีโจโค วิโดโด้ กำลังพิจารณาที่จะย้ายเมืองหลวงจากกรุงจาการ์ตา แต่ยังไม่ได้ข้อสรุปว่าสถานที่ตั้งเมืองหลวงแห่งใหม่จะอยู่ที่ใด ด้านสื่อท้องถิ่นรายงานว่า เมืองปาลังการายาบนเกาะบอร์เนียว เป็นหนึ่งในตัวเก็งที่มีการพิจารณาว่าจะย้ายเมืองหลวงไปอยู่

ทั้งนี้การตัดสินใจย้ายเมืองหลวงเกิดขึ้นหลังนายวิโดโด้ชนะการเลือกตั้งเพียงไม่ถึง 2 สัปดาห์ และจะมีการประกาศผลอย่างเป็นทางการภายในวันที่ 22 พฤษภาคม โดยมีเหตุผลจากจำนวนประชากรในกรุงจาการ์ตาที่มีกว่า 10 ล้านคน และอีก 30 ล้านคนที่อยู่แถบชานเมือง ทำให้เมืองแออัด

นอกจากนี้ กรุงจาการ์ตายังเสี่ยงที่จะเกิดน้ำท่วม และจมน้ำจากการทรุดตัว เนื่องจากขุดเจาะน้ำบาดาลมากเกินไป โดยนักวิจัยชี้ว่า พื้นที่ส่วนใหญ่ของกรุงจาการ์ตาเสี่ยงที่จะจมน้ำทั้งหมดภายในปี 2593 แต่ผู้นำอินโดนีเซียก็ต้องคำนึงถึงข้อเท็จจริงที่ว่า ประชากรราวร้อยละ 60 ของประชากรทั้งประเทศกว่า 260 ล้านคน อาศัยอยู่บนเกาะชวา ซึ่งเป็นที่ตั้งของกรุงจาการ์ตา และกิจกรรมทางเศรษฐกิจส่วนใหญ่ก็อยู่ในพื้นที่ดังกล่าว

จาการ์ตา อินโดนีเซีย

ขณะที่หน่วยงานบรรเทาภัยพิบัติอินโดนีเซีย ยืนยันเมื่อวันที่ 29 เมษายนว่า มีผู้เสียชีวิตแล้ว 29 ราย และสูญหายอีกอย่างน้อย 13 ราย หลังเกิดน้ำท่วมและดินถล่มรุนแรงบนเกาะสุมาตรา เนื่องจากมีฝนตกหนักต่อเนื่องหลายวัน นับเป็นภัยพิบัติครั้งล่าสุดที่อินโดนีเซียประสบอยู่

สำนักข่าวรอยเตอร์ส เผยแพร่คลิปวิดีโอที่ถ่ายเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา เผยให้เห็นถนนและบ้านเรือนหลายแห่งในจังหวัด เบงกูลูจมอยู่ใต้น้ำที่เต็มไปด้วยโคลน โดนประชาชนราว 12,000 คนต้องอพยพออกจากจังหวัดเบงกูลู และมีอาคาร, สะพาน และถนนหลายร้อยแห่งได้รับความเสียหาย

อย่างไรก็ตาม เขตเติงงะห์ซึ่งอยู่บริเวณรอบนอกเมืองหลักของจังหวัดเบงกูลู ได้รับผลกระทบหนักที่สุด มีผู้เสียชีวิต 22 ราย และปศุสัตว์อีกหลายร้อยตัว ด้านเจ้าหน้าที่ได้จัดตั้งศูนย์พักพิงชั่วคราวและห้องครัวกลางแจ้งสำหรับผู้อพยพแล้ว

ร้อนจัด!! พบปะการังฟอกขาวหน้า ‘เกาะกระดาน’

ศูนย์ปฏิบัติการอุทยานแห่งชาติทางทะเลที่ 3 จ. ตรัง ได้ออกสำรวจติดตามสถานภาพปะการังในเขตอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม พบปะการังฟอกขาว หน้าเกาะกระดาน อ.กันตัง จ.ตรัง เนื่องจากสภาพอากาศยังร้อนจัด

วันที่ 30 เมษายน 2562 ศูนย์ปฏิบัติการอุทยานแห่งชาติทางทะเลที่ 3 จ. ตรัง ได้ออกสำรวจติดตามสถานภาพปะการังในเขตอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม เมื่อวันที่ 25 เมษายน 2562 บริเวณด้านทิศตะวันออก ของเกาะกระดาน ต.เกาะลิบง อ.กันตัง

ผลการสำรวจเบื้องต้นพบว่า อุณหภูมิน้ำทะเลอยู่ในช่วง 32 องศาเซลเซียส มีปะการังบางโคโลนีที่เกิดปรากฏการณ์ปะการังฟอกขาว เช่น ปะการังเขากวาง ปะการังผิวเกร็ดน้ำแข็ง ปะการังดอกกะหล่ำ ปะการังสมอง ปะการังกาแล็กซี่ ปะการังโขด ปะการังหนามขนุน ปะการังลายดอกไม้ ปะการังบูมเมอร์แรง ปะการังดอกเห็ด ส่วนใหญ่จะพบบริเวณน้ำตื้นประมาณ 2-3 เมตร โดยเฉลี่ยแนวปะการังที่เกิดการฟอกขาวประมาณร้อยละ 5-10 ซึ่งเจ้าหน้าที่จะเร่งทำการสำรวจเป็นระยะๆ ต่อไป เนื่องจากสภาพอากาศยังร้อนจัด อาจจะทำให้อุณหภูมิน้ำทะเลเพิ่มสูงขึ้นอีก ทำให้เกิดปะการังฟอกขาวรุนแรงขึ้น

สั่งฟ้อง 3 กรรมการ ล้มบอลด.2 ด้านทนายเตรียมยื่นประกัน

อัยการสั่งฟ้องแล้ว! 3 กรรมการ ล้มบอลไทยลีกดีวิชั่น 2 ด้านทนายเตรียม 2 แสนบาทยื่นประกัน

วันที่​ 30​ เม.ษ.62​ พนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 6 นัดหมายนายณฐกร ฉิมพาลี อดีตกรรมการผู้ตัดสินระดับไทยลีก 1 และอดีตสตาฟ์โค้ชทีมชาติไทย , นายเทิดศักดิ์ ทองกล่ำ อดีตกรรมการผู้ตัดสินระดับไทยลีก 2 และ นายพงศ์พันธ์ วงศ์สุบรรณ อดีตผู้บริหารสโมสรฟุตบอลแห่งหนึ่ง ตกเป็นผู้ต้องหาที่ 1-3 หลังร่วมกันล้มบอลไทยลีกดิวิชั่น 2

โดยนายณฐกร และนายเทิดศักดิ์ อัยการสั่งฟ้องข้อหา ขอให้ หรือรับว่าจะให้ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดแก่ผู้อื่น เพื่อจูงใจให้ผู้ตัดสินทำหน้าที่ตัดสินไม่เป็นไปตามระเบียบ ส่วนนายพงศ์พันธ์ ถูกแจ้งข้อหาเป็นผู้ใช้หรือติดต่อให้ผู้ตัดสินกระทำการฯ

สำหรับคดีนี้ เป็นคดีที่สองที่สั่งฟ้อง โดยคดีแรกจำเลยเป็นผู้ตัดสิน 2 คน นักฟุตบอล 8 คน นายทุน 5 คน ซึ่งพบว่ากระทำผิดใน 5 แมตซ์การแข่งขัน ส่งฟ้องต่อศาลไปแล้ว และนัดสืบพยานโจทก์นัดแรกในเดือนตุลาคมนี้ แต่การล้มบอลทั้งสองครั้งไม่มีความเกี่ยวพันกัน

โดยวันนี้หลังจากนำตัวส่งฟ้องแล้ว ศาลจะประทับรับฟ้องและสอบคำให้การจำเลยว่า รับสารภาพ หรือปฏิเสธ หลังจากนั้นก็จะนัดหมายตรวจพยานหลักฐานในคดีอีกครั้งในภายหลัง ขณะที่ทนายความเตรียมหลักทรัพย์เงินสดประกันตัวคนละ 2 แสนบาท