ระทึก! แผ่นดินไหวเกาะลูซอน ฟิลิปปินส์ ขนาด 6.0 ลึกกว่า 10 กม.

ระทึก! เกิดเหตุแผ่นดินไหวเกาะลูซอน ฟิลิปปินส์ ขนาด 6.0 ลึกกว่า 10 กม. ห่างจากประเทศไทย 1,600 กม. ไม่มีผลกระทบต่อประเทศไทย

วันนี้(22 เม.ย.) เวลา 16.11 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา รายงานว่า เกิดเหตุแผ่นดินไหวบนบก ขนาด 6.0 ความลึก 10 กม. บริเวณเกาะลูซอน ประเทศฟิลิปปินส์ ห่างจากประเทศไทย 1,600 กม. ไม่มีผลกระทบต่อประเทศไทย หากมีข้อมูลเพิ่มเติมจะแจ้งให้ทราบเป็นระยะต่อไป

สดร. เผย ‘พายุสุริยะ’ ไม่ใช่สาเหตุโลกร้อนวอนคนไทยอย่าตระหนก

ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ เผย ‘พายุสุริยะ’ ไม่ใช่สาเหตุโลกร้อนวอนคนไทยอย่าตระหนก

จากกรณีกระแสข่าวเผยแพร่ทางโลกโซเชียล ในช่วงเช้าวันนี้ (22 เม.ย.62) ประเด็น “พายุสุริยะจะพุ่งปะทะโลกใน 48 ชม. เป็นผลให้อุณหภูมิสูงขึ้นทั้งในไทยและทั่วโลก” นั้น กรณีดังกล่าวเป็นเพียงข่าวลวง พายุสุริยะไม่มีผลทำให้อุณหภูมิโลกสูงขึ้น วอนประชาชนตรวจสอบข้อมูลก่อนแชร์

ล่าสุดทาง ดร.ศรัณย์ โปษยะจินดา ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ กล่าวว่า ตามที่มีข่าวเผยแพร่ทางโลกโซเชียล ในประเด็น พายุสุริยะจะพุ่งปะทะโลก ใน 48 ชั่วโมง เนื่องจากสนามแม่เหล็กโลกอยู่ในช่วงสลับขั้ว จึงทำให้อ่อนกำลังลง จะส่งผลให้อุณหภูมิสูงขึ้นทั่วโลก

กรณีดังกล่าวไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด พายุสุริยะไม่ได้ส่งผลกระทบให้อุณหภูมิของโลกร้อนขึ้นหรือเกิดอันตรายต่อโลก จะมีผลกระทบเพียงระบบการสื่อสารผ่านดาวเทียมบ้างเล็กน้อยเท่านั้น นอกจากนี้การสลับขั้วสนามแม่เหล็กต้องใช้ระยะเวลานับแสนปี

ดังนั้น ผลกระทบต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นจึงไม่สามารถเกิดขึ้นในระยะเวลาวันหรือสองวัน อาจส่งผลเล็กน้อย เช่น เกิดแสงออโรราบริเวณขั้วโลกมากกว่าปกติเท่านั้น แต่ที่เกิดการเผยแพร่ข่าวในลักษณะเช่นนี้อาจเป็นเพราะการนำข้อมูลเกี่ยวกับดวงอาทิตย์และโลกมาเชื่อมโยงกัน ประกอบกับขณะนี้เมืองไทยอยู่ในช่วงฤดูร้อน ทุกพื้นที่ของประเทศมีอุณหภูมิสูงกว่า 40 องศา จึงทำให้เกิดความตื่นตระหนกและวิตกกังวลจากการรับข้อมูลข่าวสารดังกล่าว

ดร.ศรัณย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ดวงอาทิตย์เป็นก้อนแก๊สขนาดใหญ่มีปฏิกิริยาภายในเป็นปฏิกิริยานิวเคลียร์ฟิวชัน ที่บริเวณผิวของดวงอาทิตย์นอกจากจะมีอุณหภูมิสูงมากแล้วยังมีปรากฏการณ์ต่างๆ เกิดขึ้นมากมาย อาทิ ปรากฏการณ์การลุกจ้า (Solar Flare) ปรากฏการณ์การเกิดจุดบนดวงอาทิตย์ (Sunspot) ปรากฏการณ์การปลดปล่อยมวลโคโรนาของดวงอาทิตย์ (Coronal Mass Ejection : CME) เป็นต้น

การเกิดปรากฏการณ์ทั้งหมดที่กล่าวมาข้างต้นนั้นล้วนแล้วแต่เป็นผลเกี่ยวเนื่องมาจากการเปลี่ยนแปลงของสนามแม่เหล็กบนดวงอาทิตย์ทั้งสิ้น ในกรณีของการปลดปล่อยมวลโคโรนาของดวงอาทิตย์ กลุ่มมวลที่ถูกปลดปล่อยออกมาจะอยู่ในรูป “พลาสมา” หรือสถานะที่อะตอมของธาตุอยู่ในสภาพเป็นไอออน เป็นประจุไฟฟ้าพลังงานสูง หากมีการระเบิดที่รุนแรงขึ้นจนทำให้กลุ่มพลาสมาเหล่านี้มีความเร็วในการเคลื่อนที่สูงมาก

เราเรียกกลุ่มพลาสมาเหล่านี้ว่า “พายุสุริยะ” (Solar Storm) การปลดปล่อยมวลโคโรนาจนทำให้เกิดพายุสุริยะจะมีความสัมพันธ์วัฏจักรของดวงอาทิตย์ ซึ่งมีวงจรประมาณ 11 ปี เมื่อดวงอาทิตย์มีจุดบนดวงอาทิตย์จำนวนมาก (Solar Maximum) สนามแม่เหล็กบริเวณดังกล่าวก็เกิดความปั่นป่วน มีการสะสมพลังงานมากขึ้น จนถึงจุดวิกฤตทำให้เส้นแรงแม่เหล็ก ที่บิดพันกันเป็นเกลียวขาดออกจากกันและเกิด
การปลดปล่อยมวลออกสู่อวกาศ ในทุกทิศทุกทาง

ซึ่งความเร็วและรุนแรงของกลุ่มประจุไฟฟ้าพลังงานสูงจะขึ้นอยู่กับ ความรุนแรงในการระเบิดหรือการปลดปล่อยมวลของดวงอาทิตย์เอง แต่ในกรณีวันที่ 22 เมษายน นี้ ไม่พบรายงานที่ผิดปกติใดๆ เกี่ยวกับการเกิดปฏิกิริยาบนดวงอาทิตย์

ปัจจุบันข้อมูลข่าวสารถูกเผยแพร่อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางสื่อสังคมออนไลน์ ประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารอย่างรวดเร็ว บางครั้งอาจไม่ใช่ข้อเท็จจริง ต้นตอข่าวลือต่างๆ ไม่ได้มาจากไหน แต่วนเวียนอยู่ในโลกไซเบอร์ที่มีทั้งเรื่องจริงและเรื่องที่ต้องอาศัยวิจารณญาณในการรับรู้ จึงขอให้ประชาชนเปิดรับข้อมูลข่าวสารอย่างมีสติ ศึกษาข้อมูลและความเป็นไปได้ด้วยเหตุและผล ใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์มาอ้างอิง และเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารด้วยความระมัดระวัง ดร.ศรัณย์ กล่าวปิดท้าย

เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ แยกชิ้นส่วนบ้านลอยน้ำ Seasteading

ทัพเรือภาคที่ 3 พร้อมเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าตรวจสอบเก็บหลักฐาน พร้อมรื้อสิ่งปลูกสร้างบ้านลอยน้ำ Seasteading จ.ภูเก็ต

วันนี้ (22 เม.ย.62) พล.ร.ต.วิธนรัชต์ คชเสนี รอง ผบ.ทัพเรือภาคที่ 3 ทำหน้าที่ผู้บัญชาการกองเรือปฏิบัติการ เป็นผู้ควบคุมการปฏิบัติ เคลื่อนย้ายบ้านลอยน้ำ Seasteading ใกล้กับเกาะราชาใหญ่ ห่างจากเกาะภูเก็ตประมาณ 22 กิโลเมตร พร้อมด้วยหน่วยงานใน ศรชล.ภาค 3 กรมเจ้าท่า ตำรวจน้ำ สภ.วิชิต สภ.เมืองภูเก็ต และเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าตรวจสอบปลูกสร้างบ้านลอยน้ำ Seasteading

โดยเจ้าหน้าที่ได้เข้าเก็บรวบรวมพยานหลักฐานก่อนที่จะแยกชิ้นส่วน เพื่อทำการขนย้ายมาเก็บรักษาไว้บริเวณท่าเทียบเรือน้ำลึก จ.ภูเก็ต ก่อนที่จะส่ง สภ.วิชิต เข้าตรวจสอบ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป โดยใช้กำลังทางเรือในการขนย้ายครั้งนี้ ประกอบด้วย 1.เรือหลวงศรีราชา เป็นเรือควบคุมการปฏิบัติการ 2.เรือหลวงมันใน เป็นเรือลำเลียงส่วนที่เป็นตัวบ้าน หรือวัตถุลอยน้ำ 8 เหลี่ยม 3.เรือหลวงริ้น เป็นเรือลากเเท่นกลับเข้าสู่ฝั่ง

ขอบคุณข้อมูล กองทัพเรือ Royal Thai Navy