อุตุฯ เผยไทยตอนบนร้อนจัด ภาคเหนือระอุ อุณหภูมิสูงสุด 40-44 องศา

กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนถึงร้อนจัด “ภาคเหนือ” อุณหภูมิสูงสุด 40-44 องศาเซลเซียส ขณะที่ “กทม.” แตะ 41 องศาเซลเซียส

วันนี้(21 เม.ย.) กรมอุตุฯ เผยประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนถึงร้อนจัด โดยมีฝนฟ้าคะนอง และลมกระโชกแรงบางพื้นที่ บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนดูแลสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่ร้อน ควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง และระวังอันตรายจากลมกระโชกแรง ควรอยู่ห่างจากต้นไม้ใหญ่ สิ่งปลูกสร้าง และป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง สำหรับภาคใต้มีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง

ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา ความกดอากาศต่ำเนื่องจากความร้อนปกคลุมประเทศไทยตอนบน ประกอบกับมีลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุมภาคเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนถึงร้อนจัด และมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้น

พยากรณ์อากาศวันนี้

ภาคเหนือ

อากาศร้อนจัดโดยทั่วไป โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดเชียงราย พะเยา น่าน
อุตรดิตถ์ กำแพงเพชร พิจิตร พิษณุโลก และเพชรบูรณ์ ตอนบนของภาค ลมตะวันตก ความเร็ว 10-20 กม./ชม. ตอนล่างของภาค ลมใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม. อุณหภูมิต่ำสุด 22-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 40-44 องศาเซลเซียส

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

อากาศร้อนถึงร้อนจัด โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดเลย หนองบัวลำภู อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ นครพนม สกลนคร อุบลราชธานี ศรีสะเกษ สุรินทร์ บุรีรัมย์ ชัยภูมิ และนครราชสีมา อุณหภูมิต่ำสุด 24-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 39-41 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคกลาง

อากาศร้อนถึงร้อนจัด โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดราชบุรี กาญจนบุรี สุพรรณบุรี พระนครศรีอยุธยา อุทัยธานี นครสวรรค์ และลพบุรี อุณหภูมิต่ำสุด 26-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 39-42 องศาเซลเซียส ลมใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.

ภาคตะวันออก

อากาศร้อนถึงร้อนจัด โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา ชลบุรี จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 26-29 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-40 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นต่ำกว่า 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก)

มีเมฆบางส่วน กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช และสงขลา อุณหภูมิต่ำสุด 25-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-38 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.
ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก)

มีเมฆบางส่วน กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต และกระบี่ อุณหภูมิต่ำสุด 24-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-37 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 10-25 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นต่ำกว่า 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

อากาศร้อนถึงร้อนจัด อุณหภูมิต่ำสุด 28-29 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 36-40 องศาเซลเซียส ลมใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.

คืบหน้า!! หนุ่มใหญ่หลงป่าเทือกเข้านางนอน เข้าสู่วันที่ 7 ยังไม่พบ

ลูกชายขอขมาเจ้าป่าเจ้าเขา หลังพ่อหลงเข้าป่าเทอกเขานางนอน จ.นครศรีธรรมราช เข้าวันที่ 7 ยังไม่พบ

จากกรณีนายสุขเกษม สอนเฒ่า อายุ 46 ปี หลงป่าเทือกเขานางนอน พื้นที่หมู่ 7 ต.กรุงหยัน อ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช ตั้งแต่วันที่ 13 เม.ย.ที่ผ่านมา หลังจากขึ้นบนเขานางนอนกับลูกเขย และเพื่อนบ้าน เพื่อตีรังผึ้ง ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนกว่า 1,000 นาย ระดมกำลังค้นหาอย่างต่อเนื่อง แต่ผ่านมาแล้ว 6 วัน ยังไม่มีวี่แววพบตัวนายสุขเกษม ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าการค้นหาวานนี้ (20 เม.ย.62) ซึ่งเข้าสู่วันที่ 7 แล้ว ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บนเทือกเขานางนอน หมู่ 7 ต.กรุงหยัน อ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช นายโสภณ สอนเฒ่า หรือ น้องเปเล่ อายุ 19 ปี ลูกชายคนสุดท้องของนายสุขเกษม สอนเฒ่า ผู้สูญลางานที่ทำอยู่ใน กทม. เดินทางลงใต้มาค้นหาพ่อร่วมกับเจ้าหน้าที่

โดยน้องเปเล่ เปิดเผยว่า ตั้งแต่วันแรก ตนและคนในครอบครัวเป็นห่วงพ่อเป็นอย่างมาก เพราะไม่ทราบชะตากรรมเป็นเช่นไร ทุกคนในบ้านกินไม่ได้ นอนไม่หลับตลอดมา วันนี้จึงขึ้นบนภูเขานางนอนใต้ต้นไม้ใหญ่ในป่าดงดิบ ที่พ่อมาร่วมเก็บรังผึ้ง พร้อมยกมือไหว้ขอขมาเจ้าป่า เจ้าเขา เจ้าแม่เขานางนอนให้ปล่อยพ่อของตนออกมาได้แล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า นอกจากหมอไสยศาสตร์แล้ว ชาวบ้าน ยังได้นิมนต์ สามเณรสุริยะ แช่เก๊าะ จากวัดใหม่ หมู่ 8 ต.ทุ่งใหญ่ อ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช เพื่อทำพิธีขอขมาเจ้าป่าเขานางนอน และขอตัวนายสุขเกษม สอนเฒ่า ที่หลงป่ามาตั้งแต่วันที่ 13 เม.ย.ที่ผ่านมา ออกมาหาครอบครัวด้วยความปลอดภัย

นอกจากนี้ชาวบ้านยัง เชิญร่างทรงศาสนาอิสลาม จาก บ้านหนองดี อ.นาบอน จ.นครศรีธรรมราช ประกอบพิธีประทับทรง พร้อมเปิดเผย ว่าชายที่หลงป่ากำลังชดใช้กรรม และยังมีชีวิตอยู่ในป่าแห่งนี้ พร้อมกับขอให้เจ้าที่ เจ้าทาง ได้เปิดทางให้เขากลับออกมาด้วย

นายสมบูรณ์ คุ้มภัย อายุ 60 ปี อยู่บ้านเลขที่ 127 หมู่ 7 ต.กรุงหยัน อ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช เปิดเผย เรื่องราวลี้ลับบนเทือกเขานางนอนว่า เมื่อปี พ.ศ. 2524 ตน และเพื่อนรวม 9 คน เดินขึ้นบนสันเขานางนอน เพื่อหายาสมุนไพรไว้รักษาคนที่ป่วยระหว่างทางเดินในป่าเขานางนอนกระทั้งค่ำ จึงหาทางกลับบ้านไม่ถูก เนื่องจากมองดวงอาทิตย์ไม่เห็น ไม่รู้ทิศทาง กระทั้งตนและเพื่อนทั้ง 9 คน ยกมือไหว้ขออาศัยหลับนอนในป่าเจ้าแม่นางนอน ระหว่างติดอยู่ป่าเขานางนอน ไม่มีอาหารกิน ไม่รู้วันรู้คืน คล้ายเป็นความฝัน และกินอาหารทิพย์ที่วางไว้เป็นจำนวนมาก

จากนั้นเพื่อน 2 คน ที่ไปด้วยกันมีร่างทรงเข้า และบอกว่าเป็นเจ้าแม่เขานางนอน และปู่โสม โดยทั้งสองพูดภาษากลาง ต้องการให้ทั้ง 9 คน เป็นลูกศิษย์ และได้ให้สูตรสมุนไพรรักษาโรคต่างๆ หลังจากนั้น ตนและเพื่อนรวม 9 คน เดินไต่ลงมาจากสันเขาและกลับบ้าน

โดยชาวบ้านบอกว่าตนและเพื่อนหายขึ้นบนเทือกเขานางนอนรวม 3 วัน 3 คืน อย่างไรก็ตามตนและเพื่อน 9 คน ปกติเป็นคนพูดภาษใต้ และพูดภาษากลางไม่ได้สักคน แต่หลังจากกลับจากเทือกเขานางนอน ทุกคนพูดภาษกลางทั้งหมด และพูดภาษากลางอยู่นาน 9 ปี แต่ปัจจุบันตนและเพื่อน กลับมาพูดภาษาใต้ปกติแล้ว ตนเชื่อว่าเจ้าแม่เขานางนอนมีจริง และมีความศักดิ์สิทธิ์ จึงขอภาวนาขอว่าถ้าชายหลงป่ายังมีชีวิตอยู่ ก็ขอให้เจ้าแม่เขานางนอน ปล่อยเขาออกมาในเร็ววัน

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า ความคืบหน้าการค้นหาวันที่ 7 ปรากฏว่ายังไม่มีวี่แววว่าจะพบตัวนายสุขเกษม สอนเฒ่า แต่อย่างใด และช่วงค่ำที่ผ่านมาทางชุดค้นหาได้ยุติการค้นหา และจะออกค้นหาใหม่ในวันพรุ่งนี้ (21 เม.ย.62) ซึ่งเป็นวันที่ 8 ของการหายตัวไปของนายสุขเกษม สอนเฒ่า อายุ 46 ปี

ตร.ยันผลพิสูจน์การตาย ‘น้องกุ๊งกิ๊ง’ อย่างทางการรู้สัปดาห์หน้า

ตำรวจ สภ.เมืองชัยนาท ยันผลพิสูจน์การตาย ‘น้องกุ๊งกิ๊ง’ อย่างทางการรู้สัปดาห์หน้า

จากกรณีการเสียชีวิตของ ด.ญ.ภัทรพร ชาวโพธิ์ หรือ น้องกุ๊งกิ๊ง อายุ2ขวบ ในสภาพที่ร่างกายมีรอยช้ำ ท้ายทอยบวมมีรอยกระแทก หลังจากถูกส่งตัวจาก โรงพยาบาลสรรคบุรี มาที่โรงพยาบาลชัยนาทนเรนทร และเสียชีวิตลงเมื่อเวลาประมาณ 16.30 น. วันที่18เม.ย.ที่ผ่านมา

โดย พ.ต.ท.วิศิษฐ์ ศรีโสภา พนักงานสอบสวน สภ.เมืองชัยนาท ได้ส่งร่างของน้องไปผ่าพิสูจน์ที่ ร.พ.สวรรค์ประชารักษ์ จ.เนื่องจากเป้นการตายผิดธรรมชาติ และน.ส.วรัญญา แม่ของน้องให้การโดยเชื่อว่าน้องถูกนายสำรวม พูลสวัสดิ์ อายุ 55 ปีตาแท้ๆของน้องทำร้ายด้วยการตีนั้น

ขณะที่ในเมื่อวันที่ 19 เม.ย. ที่ผ่านมา เอกสารผลการผ่าพิสูจน์ที่ทางโรงพยาบาลฯตอบรับเบื้องต้น ในส่วนของ สาเหตุการตายของ น้องกุ๊งกิ๊ง นั้นแพทย์ลงความเห็นว่า “ได้รับบาดเจ็บรุนแรงที่ศรีษะ จากการกระแทกของแข็งไม่มีคม” ซึ่งถือว่าเป็นการตายผิดธรรมชาติ หรือมีผู้อื่นทำให้ตาย

โดย พ.ต.ท.ประวิง จิณาพันธ์ พนักงานสอบ สภ.สรรคบุรี เจ้าของคดีเปิดเผยว่า ได้เข้าตรวจสอบบ้านที่เกิดเหตุและสอบสวนเบื้องต้นไว้แล้ว แต่คดีนี้มีความยากตรงที่ไม่มีประจักษ์พยานในที่เกิดเหตุเลย จึงต้องรอผลชัณสูตรระบุสาเหตุการตาย จากพนักงานสอบสวน สภ.เมืองชัยนาทผู้ส่งศพผ่าพิสูจน์ และกาสรเข้าให้ปากคำของแม่น้องกุ๊งกิ๊งเสียก่อน จึงจะดำเนินการทางกฏหมายต่อไปได้ ดังนั้นในวันนี้จึงยังไม่สามารถแจ้งข้อกล่าวหา หรืออายัดตัวนายสำรวมที่นอนพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลสรรคบุรี จากการพยายามผูกคอตายหลังเกิดเหตุได้

ล่าสุดวันที่ 20 เม.ย. 62 ผู้สื่อข่าวของเราสอบถามไปยัง พ.ต.ท.วิศิษฐ์ ศรีโสภา พนักงานสอบสวน สภ.เมืองชัยนาท ผู้ส่งน้องกุ๊งกิ๊ง ผ่าพิสูจน์ สาเหตุการตาย เปิดเผยว่า สำหรับเอกสารที่สื่อได้จากการนำกลับมาพร้อมศพของน้องนั้น เรียกว่าใบตอบรับฯ แต่จะยังไม่สามารถนำมาประกอบสำนวนคดี หรือสรุปสำนวนคดีส่งต่อให้พนักงานสอบสวน สภ.สรรคบุรี พื้นที่เกิดเหตุได้ เพราะเอกสารความเห็นแพทย์อย่างเป็นทาการจะมีความละเอียดชัดเจน และเป็นทางการ ซึ่งคาดว่าจะได้รับมาประกอบสรุปสำนวนส่งให้ สภ.สรรคบุรีได้ภายในสัปดาห์หน้า

ส่วนทางด้าน น.ส.วรัญญา แม่ของน้อง ล่าสุดยังไม่ยอมให้ข้อมูลใดๆหรือให้สัมภาษณ์กับสื่อ โดยบอกผ่านญาติๆมาว่าไม่อยากให้โทษนายสำรวม ซึ่งเป็นพ่อของตน ว่าเป็นคนทำให้หลานตาย