พระราชทานเพลิงศพ รอง ผกก. เหยื่อเมาแล้วขับ ‘เสี่ยเบนซ์’ บวชหน้าไฟ

พล.ต.ท. สุทิน ทรัพย์พ่วง ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เดินทางมาเป็นประธานในพิธีพระราชทานเพลิงศพ พ.ต.ท.จตุพร งามสุวิชชากุล หรือ รองตี๋ ผู้กำกับการกอง 2 กองบังคับการปราบปราม และ นางนุชนาฏ งามสุวิชชากุล ที่ วัดตรีทศเทพ โดยบรรยากาศภายในงานเป็นไปด้วยความโศกเศร้า

ทั้งนี้ นายสมชาย เวโรจน์พิพัฒน์ คนขับรถเบนซ์ที่เมาแล้วขับ ทำให้เกิดอุบัติเหตุในครั้งนี้ ได้บวชหน้าไฟเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้กับผู้เสียชีวิตทั้งสอง และร่วมเคลื่อนศพไปยังเมรุ โดยมี น้องพลอย ลูกสาวคนโตของผู้เสียชีวิต ถือกระถ่างธูป นำหน้ารูปของพ่อและแม่

โดยหลังเผา เสี่ยเบนซ์ กล่าวว่า ได้กล่าวขออโหสิกรรมให้กับท่านทั้งสอง และจะขอรับดูแลลูกสาวทั้งสองคนอย่างดี หลังจากนี้ จะมีการพูดคุยกับทางครอบครัวผู้เสียชีวิตเรื่องการดูแลและรับผิดชอบทุกอย่างที่เกิดจากการกระทำของตน วันนี้หลังเสร็จสิ้นงานก็จะลาสิกขา และหากมีโอกาสก็จะไปทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้กับผู้เสียชีวิตทั้งสอง

ขณะที่ อาการบาดเจ็บของน้องแพร ลูกสาวคนเล็ก อาการทางร่างกายดีขึ้น แพทย์อาจจะไม่ต้องทำการผ่าสมองแล้ว เพราะมีการตอบสนองได้ดี แต่ยังต้องพักรักษาตัวในห้องไอซียู แต่ทันทีที่ทางครอบครัวแจ้งน้องแพร ทราบเรื่องการเสียชีวิตของพ่อและแม่ น้องก็ร้องไห้เสียใจอย่างหนัก ทางครอบครัวและทีมจิตแพทย์และเพื่อนสนิท จึงเข้าดูแล และคอยปลอบให้กำลังใจอย่างใกล้ชิด

ในการนี้ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯได้ทรงรับน้องแพรไว้เป็นผู้ป่วยในพระราชานุเคราห์แล้ว สร้างความปลาบปลื้มปิติยินดีทราบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณ ต่อครอบครัวงามสุวิชากุลเป็นอย่างมาก

ที่มา Policenews

แจ้งปิดถนน 40 เส้นทาง ซ้อมงานพระราชพิธีฯ 21 เม.ย. นี้

พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก รอง ผบช.น. และ พล.ต.ต.นิธิธร จินตกานนท์ ผบก.จร. ได้แจ้งประชาสัมพันธ์ข่าวสารด้านการจราจร กรณี บช.น. จะทำการปิดการจราจรเพื่อซักซ้อมการปฏิบัติการรักษาความปลอดภัยและการจราจรในงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ในวันที่ 21 เม.ย.2562 ตั้งแต่เวลา 16.00 น. เป็นต้นไป ซึ่งคาดว่าจะเปิดการจราจรได้ตามปกติในเวลาประมาณ 21.30 น. โดยมีรายละเอียด ดังนี้

1. การปิดการจราจร ถนนที่ปิดการจราจรจำนวน 40 สาย ได้แก่

1. ถนนหน้าพระลาน ตลอดสาย

2. ถนนหน้าพระธาตุ ตลอดสาย

3. ถนนราชดำเนินใน (จากแยกผ่านพิภพ ถึง แยกป้อมเผด็จฯ)

4. ถนนสนามไชย (จากแยกป้อมเผด็จ ถึงแยกตัดถนนพระพิพิธ)

5. ถนนหับเผย

6. ถนนหลักเมือง

7. ถนนกัลยาณไมตรี

8. ซอยสราญรมย์

9. ถนนพระจันทร์ ตลอดสาย

10. ถนนมหาราช (จากท่าพระจันทร์ ถึง แยกปากคลองตลาด)

11. ถนนท้ายวัง

12. ถนนเชตุพน

13. ซอยเศรษฐการ

14. ถนนราชินี (จากใต้สะพานพระปิ่นเกล้า – แยกผ่านพิภพ ถึง แยกพระพิทักษ์)

15. ถนนสมเด็จพระปิ่นเกล้า (จากแยกอรุณอัมรินทร์ สะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า ถึงแยกผ่านพิภพ)

16. ถนนราชดำเนินกลาง ตลอดสาย

17. ถนนจักรพงษ์

18. ถนนสามเสน (จากแยกบางขุนพรหม ถึง แยกบางลำพู)

19. ถนนตะนาว (จากแยกสี่กั๊กเสาชิงช้า ถึง วงเวียนสิบสามห้าง)

20. ถนนสิบสามห้าง

21. ถนนบวรนิเวศ

22. ถนนข้าวสาร

23. ถนนรามบุตรี

24. ถนนตานี

25. ถนนไกรสีห์

26. ถนนพระสุเมรุ

27. ถนนดินสอ (จากแยก กทม. ถึงแยกวันชาติ)

28. ถนนประชาธิปไตย (จากแยกวันชาติ ถึง แยกวิสุทธิกษัตริย์)

29. ถนนราชดำเนินนอก (จากแยก จปร. ถึง แยกผ่านฟ้า)

30.ถนนนครสวรรค์ (จากแยกผ่านฟ้า ถึง แยกจักรพรรดิพงษ์)

31. ถนนหลานหลวง (จากแยกผ่านฟ้า ถึง แยกหลานหลวง)

32. ถนนมหาไชย (จากแยกป้อมมหากาฬ ถึง แยกสำราญราษฎร์)

33. ถนนบุญศิริ (จากถนนอัษฎางค์ ถึง ถนนบูรณศาสตร์)

34. ถนนราชบพิธ

35. ถนนบำรุงเมือง (จากสะพานช้างโรงสี ถึงแยกสี่กั๊กเสาชิงช้า)

36. ถนนเจริญกรุง (จากวงเวียน รด. ถึง แยกเฉลิมกรุง)

37. ถนนเฟื่องนคร (จากแยกสี่กั๊กพระยาศรี ถึง แยกสี่กั๊กเสาชิงช้า)

38. ถนนบ้านหม้อ (จากสี่กั๊กพระยาศรี ถึง แยกบ้านหม้อ)

39. ถนนอัษฎางค์ (จากแยกผ่านพิภพ ถึง แยกพระพิทักษ์)

40. ถนนพระพิพิธ จากถนนสนามไชย ถึงแยกพระพิทักษ์

ทั้งนี้ แนวทางการปิดจราจร จะทำการปิดการจราจรเมื่อขบวนซักซ้อมผ่าน สำหรับเส้นทางใดที่ขบวนซักซ้อมยังไม่ผ่าน หรือ เส้นทางใดที่ขบวนซักซ้อมผ่านไปแล้ว และไม่เป็นการกระทบต่อขบวนซักซ้อม เจ้าหน้าที่ตำรวจจะพิจารณาเปิดการจราจรเป็นช่วงๆไป เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกการจราจรให้กับประชาชนโดยเร็ว เพื่อให้ได้รับผลกระทบจากปัญหาการจราจรน้อยที่สุด

เส้นทางแนะนำประชาชน กรณีประชาชนที่เดินทางระหว่างฝั่งกรุงเทพฯ และฝั่งธนบุรี ขอแนะนำให้ไปใช้เส้นทางดังนี้ 1.เมื่อลงจากด่วนยมราช หรือมาจากถนนเพชรบุรี ถนนราชวิถี ให้ไปใช้สะพานกรุงธน (ซังฮี้) หรือสะพานพระราม 8 2.สำหรับรถที่มาทางด้านถนนพระราม 4 ถนนพระราม 1 และ ถนนเจริญกรุง ให้ไปใช้สะพานพระปกเกล้า และสะพานพุทธยอดฟ้า จะเป็นการสะดวกกว่า

กองบัญชาการตำรวจนครบาล จึงขอแจ้งประชาสัมพันธ์ให้พี่น้องประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนน ได้ทราบ เพื่อเตรียมความพร้อมวางแผนในการเดินทาง และขออภัยในความไม่สะดวกมา ณ โอกาสนี้ หากต้องการสอบถามข้อมูลเส้นทางเพิ่มเติม สามารถสอบถามได้ที่ ศูนย์ควบคุมและสั่งการจราจร (บก.02) หมายเลข โทรศัพท์ 1197 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง หรือ wWW.TRAFFICPOLICE.GO.TH

หดหู่ ‘คาเฟ่แมว’ ย่านวัชรพล ทารุณกรรมสัตว์ ทำกระทบธุรกิจคนรักแมว?

กลายเป็นเรื่องราวที่ได้รับความสนใจในวงกว้างสำหรับกรณีที่พบคาเฟ่แมว ย่านวัชรพล ต้องสงสัยว่ามีการทารุณกรรมสัตว์ โดยขังแมวไว้ไม่ให้เห็นเดือนเห็นตะวันภายในตึกกว่า 50 ตัว รวมทั้งพบซากแมวตายแช่แข็งในตู้เย็น

ล่าสุดมีการแฉว่าเบื้องหลังเจ้าของคาเฟ่เป็นสัตวแพทย์ จับแมวพิการมาผสมพันธุ์กัน ซึ่งยิ่งแมวน่าเกลียดยิ่งได้ราคาสูง ทำให้คาเฟ่นี้เป็นที่วิจารณ์อย่างหนัก เนื่องจากการกระทำดังกล่าวเข้าข่ายทารุณกรรมสัตว์อย่างชัดเจน

ที่มาที่ไปของเหตุการณ์นี้

ย้อนเรื่องราวข่าวฉาวคาเฟ่นรกของน้องแมว ย่านวัชรพล สืบเนื่องมาจาก นายทัฬอิญ จิรเปรมธนิก อดีตผู้สมัคร ส.ส. “พรรคเสรีรวมไทย” เขตคันนายาว แขวงรามอินทรา พร้อมด้วยจิตอาสา ได้เข้าช่วยเหลือแมวภายในคาเฟ่ดังกล่าว หลังจากได้รับแจ้งจากผู้หญิงคนหนึ่ง เมื่อวันที่ 12 เม.ย. ที่ผ่านมาว่า เป็นพนักงานของคาเฟ่แห่งนี้ ได้รับความเดือดร้อน เพราะเจ้าของคาเฟ่เข้าคุกในคดีฉ้อโกง แมวไม่มีคนดูแลต่อ ด้วยความเป็นคนรักแมวและมีจิตอาสา จึงเข้าไปตรวจสอบ และประกาศลงเพจ เพื่อหาคนอุปการะแมว แต่กลับต้องพบสิ่งที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือแมวที่ถูกทารุณกรรมภายในคาเฟ่แห่งนี้

นายทัฬอิญ บอกเล่าผ่านรายการโหนกระแสว่า ตนเข้าไปในคาเฟ่มีแมวเดินเต็มร้านไปหมด แต่ที่ผงะคือมีแมวพิการหลายตัว อาการที่เป็นคือหวัดแมว ตาเยิ้มน้ำมูกไหล ขี้หูเยอะ ตนปฐมพยาบาลเท่าที่เราทำได้ก่อน ชั้นสองเป็นโรงแรมแมว ตอนเข้าไปมีพนักงานที่อยู่ดูแลด้วย วันนั้นตนพาแมวที่วิกฤติออกมาก่อนเป็นกลุ่มแรก

วันที่ 13 เม.ย. เจ้าของคดีคนที่แจ้งความจนสัตวแพทย์เจ้าของคาเฟ่แมวจำคุก ได้ติดต่อเข้ามา สิ่งที่เขาเล่าที่ทำให้เราทุกคนผงะที่สุดคือ เขาเข้ามาตั้งแต่วันที่ 3 เม.ย. ทราบว่าในนั้นเป็นโรงปั๊มแมว เอาแมวมาอยู่ในห้องเล็กๆ ให้อยู่เป็นคู่ๆ ให้ผสมพันธุ์กัน  มีแมวพิการที่เราช่วยนี่แหละเป็นพ่อพันธุ์แม่พันธุ์กันเอง ไม่ใช่แมวที่สมบูรณ์ ความแปลกคือแมวตัวเล็กผิดปกติ 

ทั้งนี้ การทารุณกรรมแมวเหล่านี้ ถูกสันนิษฐานว่า จริงๆ แล้วสัตวแพทย์ได้พยายามนำแมวมาผสมพันธุ์กันให้ได้สายพันธ์ุที่แปลก เพื่อขายในราคาสูง ตามความนิยมในปัจจุบัน ซึ่งกระแสโลกโซเชียลขณะนี้เหล่าบรรดาคนรักแมวได้หันมาสนใจแมวหน้าตาแปลก ซึ่งแมวที่ได้รับความนิยมมาก เช่น แมวหน้าตาน่าเบื่อ หน้าตาน่ากลัว เพราะพวกเขามีลักษณะเด่นแตกต่างออกไปจากแมวสายพันธุ์ปกติทั่วไป

ทีมข่าว MThai สอบถามไปยัง ผู้ประกอบการธุรกิจคาเฟ่แมว หลังมีข่าวฉาวซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อธุรกิจสัตว์เลี้ยงในวงกว้างนั้น เจ้าของคาเฟ่แมว Catz Cafe เผยว่า ในกรณีนี้ธุรกิจคาเฟ่แมวของตนไม่ได้รับผลกระทบ แต่มีผลกระทบต่อความรู้สึกของคนรักแมวอย่างมาก ซึ่งปกติแล้วการเพาะพันธุ์แมวจะมีสายพันธุ์ที่ห้ามผสมกันอยู่ ซึ่งอาจทำให้พิการได้

เจ้าของโรมแรมแมวแคทอินน์ ที่เปิดมานานกว่า 6 ปี กล่าวว่า ในฐานะเจ้าของโรงแรมแมวแคทอินน์ รู้สึกหดหู่มากที่ได้ทราบข่าว จึงขอฝากเตือนว่า ก่อนจะฝากแมวต้องเข้าไปดูสถานที่จริง ดูให้ดีว่าเปิดให้บริการมานานแค่ไหน ต้องเข้าไปดูให้แน่ใจว่าแมวจะอยู่ยังไง สิ่งแวดล้อมเป็นยังไง ถ้าทางโรงแรมซื่อสัตย์จริงใจเขาจะต้องให้ดู ถึงจะบอกว่ามีกล้องวงจรปิดก็ต้องเช็คให้ดีว่ามีมุมอับหรือไม่ ปล่อยปละละเลยหรือไม่ ยอมเสียเวลาสักนิดตรวจสอบให้ดีๆ ก่อนใช้บริการ โดยส่วนตัวคิดว่าจะไม่กระทบกับธุรกิจโรงแรมแมวแต่ลูกค้าจะระมัดระวังในการเลือกใช้บริการมากขึ้น

ด้านเจ้าของคาเฟ่ Petcarnival คาเฟ่แมวเมืองทอง เปิดเผยว่า กรณีดังกล่าวอาจจะทำให้คนบางกลุ่มเหมารวมว่าธุรกิจนี้แย่ อันนั้นคงไปบังคับความคิดใครไม่ได้ แต่ถ้าใครเคยมาที่ร้านทางเรา หรือร้านอื่นๆ ที่มาตรฐานดีมีคุณภาพ ก็เชื่อว่าอาจจะทำให้ความคิดของคนที่อคติไปแล้วเปลี่ยนไปได้เช่นกัน ความรู้สึกที่เห็นข่าวก็ตกใจมาก เพราะเคยไปเที่ยวที่คาเฟ่นี้เหมือนกัน ยิ่งเห็นสภาพน้องแมวตามข่าวก็ยิ่งหดหู่

ส่วนเรื่องการทารุณสัตว์แอบเพาะแมวสายพันธุ์ประหลาด คาดว่าคนที่เลี้ยงแมวจริงๆ ชอบแมว เพียงแค่เห็นแมวที่นักข่าวอ้างว่าพันธุ์ประหลาดนั้น จริงๆ มันคือแมว Bambino ที่ถึงอาจจะดูแปลกตาสำหรับคนไทยมาก แต่อย่างน้อยสายพันธุ์นี้ก้ได้รับการขึ้นทะเบียนจากสมาคมแมวสากล USA แล้ว 1 สมาคม เพียงแต่เพราะเป็นสายพันธุ์ที่ยังคงอ่อนแอ สมาคมอื่นๆ จึงหยุดชะงักไปเพื่อพัฒนาสายพันธุ์ให้แข็งแรงขึ้นเท่านั้น ซึ่งก็ไม่ได้แปลกใหม่อะไร ง่ายๆคือถ้าสายแมวนี้ยังอ่อนแอมากขนาดนี้สมาคมคงนิ่งรอนักบรีดเดอร์ต่อไป แต่ข่าวดูใช้คำรุนแรงปลุกกระแสไปมากกว่า ผู้คนทั่วไปเลยฮือฮามากๆ กับคำว่าแมวพันธุ์ประหลาด สุดท้ายคงขอให้น้องๆ หาบ้านได้มีคนดูแลดีๆ ที่เข้าใจน้องต่อไป

สำหรับในแง่กฎหมายของ ‘คาเฟ่แมว’ นั้น มีดังนี้

1. กิจการคาเฟ่สัตว์เลี้ยง เป็นกิจการควบคุมที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ

ผู้ประกอบการจะต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขเกี่ยวกับการขอและการออกใบอนุญาต โดยในพื้นที่กรุงเทพฯ ตามข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่องกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ พ.ศ.2561 ข้อ 7 กำหนดให้กิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพประเภทต่าง ๆ เช่น กิจการที่เกี่ยวกับสัตว์เลี้ยง (1) การเพาะพันธุ์ เลี้ยง และการอนุบาลสัตว์ทุกชนิด (2) การประกอบกิจการเลี้ยงสัตว์ รวบรวม หรือธุรกิจอื่นใดที่มีลักษณะทำนองเดียวกัน เพื่อให้ประชาชนเข้าชมหรือเพื่อประโยชน์ของกิจการนั้น ทั้งนี้ ไม่ว่าจะมีการเรียกเก็บค่าดูหรือค่าบริการในทางตรงหรือทางอ้อมหรือไม่ก็ตาม ต้องมีใบอนุญาตประกอบกิจการเท่านั้น ถ้าไม่มีถือว่าผิดกฎหมายและถ้ามีแล้วไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ก็มีสิทธิถูกเพิกถอนใบอนุญาตนั้นได้

2. การเลี้ยงดูสัตว์ภายในคาเฟ่ ถ้าดูแลไม่ดีไม่ว่าเจ้าของหรือผู้ครอบครองให้เจ้าของ ต้องดำเนินการจัดสวัสดิภาพสัตว์ให้เหมาะสม

ไม่ว่าจะเป็นการจัดให้สัตว์เลี้ยงในคาเฟ่ ได้รับอาหารและน้ำในปริมาณและคุณภาพที่เหมาะสม จัดให้สัตว์อยู่ในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการดำเนินชีวิตและความปลอดภัย จัดให้สัตว์มีสุขภาพอนามัยที่ดี จัดควบคุมป้องกันโรคที่เหมาะสม รักษาเมื่อสัตว์เจ็บป่วยหรือบาดเจ็บโดยไม่ชักช้า หรือจัดการไม่ให้สัตว์ได้รับความเครียด หวาดกลัว เจ็บปวดหรือทุกข์ทรมานโดยไม่มีเหตุอันสมควร และต้องจัดให้สัตว์ได้มีโอกาสแสดงออกซึ่งพฤติกรรมตามธรรมชาติที่จำเป็นต่อการดำเนินชีวิตและพลานามัยของสัตว์ ซึ่งถ้าเจ้าของคาเฟ่ไม่ดำเนินการการจัดสวัสดิภาพสัตว์ให้เหมาะสม ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน สี่หมื่นบาท

อีกทั้ง ถ้าการเลี้ยงดูของเจ้าของคาเฟ่ หรือผู้ดูแลนั้น เป็นเหตุของการกระทำหรืองดเว้นการกระทำใด ๆ ให้สัตว์ได้รับความทุกข์ทรมานไม่ว่าทางร่างกายหรือจิตใจ ได้รับความเจ็บปวด ความเจ็บป่วย ทุพพลภาพหรืออาจทำให้สัตว์นั้นตาย หรือใช้สัตว์พิการ สัตว์เจ็บป่วย สัตว์ชราหรือสัตว์ที่กำลังตั้งท้องเพื่อแสวงหาประโยชน์ ใช้สัตว์ประกอบกามกิจ ใช้สัตว์ทำงานจนเกินสมควรหรือใช้ให้ทำงานอันไม่สมควรเพราะเหตุที่สัตว์นั้นเจ็บป่วย ชราหรืออ่อนอายุ เช่นนี้ ก็เข้าข่ายการทารุณกรรมสัตว์โดยไม่มีเหตุอันสมควร มีโทษจำคุกไม่เกินสองปี ปรับไม่เกินสี่หมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ ตาม พ.ร.บ.ป้องกันการทารุณสัตว์ฯ พ.ศ.2557

นอกจากนี้ เจ้าของสัตว์ มีหน้าที่ต้องนำสัตว์เลี้ยงไปฉีดวัคซีนป้องกันป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า รวมทั้งต้องทำเครื่องหมายประจำตัวสัตว์ด้วย ตาม พ.ร.บ.โรคพิษสุนัขบ้า พ.ศ.2535 ฝ่าฝืนก็มีโทษตามกฎหมายเช่นกัน แต่ถ้าเจ้าของคาเฟ่ ปิดกิจการ แล้วปล่อย ละทิ้งหรือกระทำการใด ๆ ให้สัตว์นั้นพ้นจากการดูแลของตนโดยไม่เหตุอันสมควร ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท ซึ่งกรณีที่พบสัตว์ถูกปล่อย ละทิ้ง หรือไม่มีเจ้าของ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ดำเนินการจัดสวัสดิภาพให้เหมาะสมตามสมควร ตาม พ.ร.บ.ป้องกันการทารุณสัตว์