มอบตัวแล้ว คนขับรถกระบะชนยายบาดเจ็บ ข้าวต้มมัดตกเกลื่อนถนน

ประเด็นน่าสนใจ

  • ผู้ก่อเหตุสารภาพเกิดอุบัติเหตุจริง แต่ไม่คิดว่าชนคนคิดว่าตกหลุมบนถนนธรรมดา
  • บทลงโทษความผิด ฐานขับรถประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน ปรับไม่เกิน 1 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตาม ป.อาญา มาตรา 390

ความคืบหน้าเหตุการณ์สลดในโลกออนไลน์ หลังปรากฏภาพคุณตานั่งกอดพยุงคุณยายที่ได้รับบาดเจ็บจากการที่มีรถยนต์คันหนึ่ง พุ่งชนรถจักรยานยนต์พ่วงท้ายรถเข็นของทั้งสองอย่างจัง

จนทำให้ข้าวต้มมัดที่ถูกบรรทุกมาด้วย เพื่อเตรียมตัวขายที่ตลาดยามเช้าตกเกลื่อนถนน โดยเหตุเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 02.00 น. วันที่ 21 พ.ค.ที่ผ่านมา ที่บริเวณถนนสายระกา-กระสัง ต.กระสัง อ.เมืองบุรีรัมย์ จ.บุรีรัมย์ นั้น

วันนี้ (23 พ.ค. 2562) มีรายงานข่าวแจ้งว่า คนขับรถคนดังกล่าวได้เข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.กระสัง แล้ว ทราบชื่อคือ นายบัญชา อายุ 35 ปี ทั้งนี้จากการสอบสวนผู้ก่อเหตุยอมรับว่าขับรถชนยายคนดังกล่าวจริง

เนื่องจากเกิดอาการหลับใน และมองเห็นถนนไม่ค่อยชัด เพราะเป็นช่วงเช้ามืด จึงทำให้ชนเข้ากับรถจักรยานยนต์ของยายคนดังกล่าว ซึ่งตนไม่คิดจะหนี เพราะคิดว่าตกหลุมบนธรรมดาเท่านั้น

แต่เมื่อมีตำรวจไปแจ้งกับทางบริษัทว่ารถของบริษัทไปชนคนเข้า จึงรีบเดินทางเข้ามอบตัวเพื่อรับผิดดังกล่าว ทั้งนี้ก็ต้องขอโทษยายคนดังกล่าวด้วยที่ทำให้บาดเจ็บในความไม่ตั้งใจครั้งนี้ และตนก็พร้อมจะรับผิดชอบค่าเสียหายทุกอย่าง

เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้ง ข้อหา “ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กายและจิตใจ, ไม่หยุดช่วยเหลือและไม่แสดงตัวแก่เจ้าหน้าที่” แก่นายนายบัญชา เพื่อส่งดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

สถานทูตเตือนในไทยระวัง! หลังเกิดเหตุประท้วงเลือกตั้งปธน.อินโดฯ

ประเด็นน่าสนใจ

  • ประท้วงเลือกตั้งที่อินโดนีเซียมีผู้เสียชีวิต 6 ราย บาดเจ็บ 200 คน
  • คนไทยที่อาศัยอยู่ในกรุงจาการ์ตาควรระมัดระวังตัวเลี่ยงเดินทางไปพื้นที่ชุมนุม
  • แนะอย่าโพสต์รูป-คลิป เหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้น เพราะเข้าข่ายผิดกฎหมายได้

วันนี้ (23 พ.ค. 2562) สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงจาการ์ตา ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Royal Thai Embassy, Jakarta เตือนคนไทยที่อาศัย และกำลังจะเดินทางไปประเทศอินโดนีเซียระมัดระวังภัย หลีกเลี่ยงการเดินทางไปบริเวณที่ชุมนุม และให้ติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดเพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน

หลังจากขณะนี้ได้เกิดเหตุ ประท้วงผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีในอินโดนีเซีย จนทำให้ให้มีผู้เสียชีวิต 6 คน และบาดเจ็บ 200 คน อยู่ในขณะนี้ โดยระบุว่า อัปเดต!! สถานการณ์ประท้วงผลการเลือกตั้ง อซ. ณ วันที่ 23 พ.ค. 62 (เวลา 11.09 น.)

1. ตั้งแต่ช่วงเช้ามืดของวันที่ 23 พ.ค. กลุ่มผู้ชุมนุมเริ่มสลายตัว โดย จนท.ตร. สามารถควบคุมสถานการณ์ได้ ทำให้สถานการณ์เริ่มเข้าสู่สภาวะปกติ และมีการเปิดถนนบางส่วนที่เคยมีการชุมนุมให้ยานพาหนะผ่านไปได้เป็นปกติแล้ว จนถึงขณะนี้ ยังไม่มีข่าวว่า กลุ่มผู้ชุมนุมจะกลับมาชุมนุมอีก

2. สรุปความเสียหาย : ผู้เสียชีวิต 6 คน บาดเจ็บอย่างน้อย 350 คน และมีผู้ถูกจับกุมในข้อหากระทำการยั่วยุ/จลาจล 257 คน

3. ปธน. Jokowi แถลงว่า จะไม่อดทนต่อกลุ่มผู้ชุมนุมที่ก่อความไม่สงบและทำลายประเทศ โดย จนท.ตำรวจและทหารจำเป็นต้องดำเนินการตามกฎหมาย

4. เมื่อคืนวันที่ 22 พ.ค. พลโท Prabowo ซึ่งได้ไปเยี่ยมผู้ชุมนุมที่ได้รับบาดเจ็บ ได้เผยแพร่คลิปเรียกร้องให้ผู้ชุมนุมยุติการชุมนุมและกลับบ้าน และขอให้หลีกเลี่ยงการกระทำที่ผิดกฎหมาย และยืนยันว่า ตนจะต่อสู้คัดค้านผลการเลือกตั้งต่อไปตามช่องทางกฎหมายและรัฐธรรมนูญ

5. ทางการ อซ. ได้บล็อก facebook และ whatsapp จึงขอให้คนไทยไม่เผยแพร่ข้อความเกี่ยวกับการประท้วง และคลิปที่มีเนื้อหาความรุนแรงของเหตุการณ์ อันอาจเป็นการยุยงปลุกปั่น ซึ่งเป็นความผิดตามกฎหมาย

สถานเอกอัครราชทูตฯ ขอให้คนไทยคงความระมัดระวังในสถานที่ที่มีคนจำนวนมากต่อไป และติดตามข่าวสารจากโทรทัศน์ และจากสถานเอกอัครราชทูตฯ เป็นระยะ ๆ

ภาพจาก AP

จับได้แล้ว ! โจ๋ฉุนรถฉุกเฉินบีบแตรใส่ ก่อนควบจยย.ไล่ทุบจนกระจกแตก

ประเด็นน่าสนใจ

  • รถฉุกเฉินบีบแตรใส่ 2 วัยรุ่นที่ขี่จยย.อยู่บนถนน แต่พวกเขาไม่พอใจจึงขี่รถไล่ทำร้าย
  • เบื้องต้นไม่มีผู้บาดเจ็บ แต่รถฉุกเฉินพังเสียหาย กระจกหลังและกระจกข้างแตก จากการถูกของแข็งทุบ

วันนี้ (23 พ.ค. 2562) ผู้ใช้เฟซบุ๊ก Kaew Detnarong ได้มีการโพสต์คลิปเพื่อเป็นหลักฐานล่าตัว 2 วัยรุ่นใช้อาวุธทุบกระจกด้านรถฉุกเฉินจนแตกมาดำเนินคดี หลังจากพวกเขาไม่พอใจที่คนขับรถฉุกเฉินคันดังกล่าวบีบแตรใส่ระหว่างขี่จักรยานยนต์อยู่บนถนน

โดยคลิปได้เผยให้เห็นว่า ระหว่างที่รถฉุกเฉินวิ่งอยู่บนถนนนั้น ช่วงหนึ่งเขาได้บีบแตรเพื่อขอทางหลังจากเห็นว่ารถจักรยานยนต์ที่อยู่เลนซ้ายจะเบี่ยงเข้ามาบนเส้นทางที่เขาวิ่งอยู่ ทำให้วัยรุ่นที่ขี่รถจักรยานยนต์ 2 คนไม่พอใจ และขี่รถจักรยานยนต์ไล่ตาม ปาของทุบรถ จนทำให้กระจกหลังแตกดังกล่าว

ขณะที่ผู้โพสต์ได้มีข้อความระบุว่า ฝากตามหาตัวกันหน่อยครับ มีคลิปกล้องหน้ารถหลังรถ

วันที่ 20 พ.ค. 62 เวลาประมาณ 16.45 น. ผมได้ขับรถพยาบาล​อาสาสมัคร​ รหัสเทพกระษัตรี 05 จากนาคามุ่งหน้า​แยกเซ็นทรัล​ พอขึ้นจากอุโมงค์หน้าห้างเซ็นทรัลเฟสติวัล ภูเก็ต ก็วิ่งอยู่เลนขวาสุด แล้วก็เปลี่ยนเข้าเลนกลาง

เมื่อเข้าเลนกลางแล้ว มองกระจกมองข้างด้านซ้าย เีห็น จยย. จากเลยซ้ายจะแซงรถกระบะสีแดง จึงได้บีบแตรเตือน เพราะรถเกือบจะชนด้านซ้ายของรถพยาบาลแล้ว

ปรากฏว่าคนซ้อน จยย. ได้ใช้ของแข็งข้างใส่กระจกหลังรถพยาบาล ผมจึงชะลอรถ คนขับ จยย.ได้ขับมาเทียบข้างและบอกให้จอด ผมจึงบอกว่าได้ แต่มองเห็นทางกระจกว่า คนซ้อนได้ชักอาวุธสีดำออกมา จึงได้ขับรถต่อไปไม่จอด

แต่เขาก็ขับตามมา และบอกให้จอด ผมก็ขับไปเรื่อยๆ เพราะถ้าเขาไม่ตามผมจะได้เลี้ยวเข้าโลตัสเพื่อไปซื้อยาใส่รถพยาบาล ปรากฏว่าเขาลงมาจาก จยย. วิ่งตามมา ผมจึงได้เร่งขับออกไป

แต่เขาก็ขึ้นรถขับตามมาขว้างของแข็งใส่กระจกอีกครั้ง แล้วเร่งแซงขึ้นมาทางด้านคนขับ คนซ้อนได้เงื้อจะแทงกระจกฝั่งคนขับ ผมจึงเบี่ยงรถไปหาเขา เพื่อให้เขาหลบออกไป

แต่เขาได้เร่งแซงขึ้นหน้ารถ และชี้หน้าด้วยมีดในมือ ผมเห็นว่าเขาไม่ปล่อยผมแน่ ผมจึงได้เบิ้ลเครื่องขู่ แต่เขาใช้มีดแทงหน้ารถ ผมจึงเร่งเครื่องเบียดรถ จยย. เพื่อให้เขากลัว

แต่ปรากฏว่าเขาได้ขับไล่ตามมาใช้ขวานฟันกระจกหลังรถและกระจกด้านข้าง ผมจึงได้เร่งเครื่องหนี และมีตำรวจจราจรขับรถอยู่ด้านหน้าไกลๆ​ เขาเห็นตำรวจจึงเลี้ยวรถกลับไปทางโลตัส มีคนถามว่าทำไมไม่ชน ผมเป็นรถพยาบาล เราถูกฝึกมาช่วยคนไม่ใช่ทำร้ายคน

ทั้งนี้เมื่อเรื่องราวดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไป ทำให้มีคนเข้าไปแสดงความเห็นจำนวนมาก โดยส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับการกระทำของวัยรุ่นทั้ง 2 คน ขณะเดียวกันก็ชื่นชมคนขับรถฉุกเฉินคันดังกล่าว ที่อารมณ์เยือกเย็น ใจไม่ร้อน ไม่อย่างนั้นคู่กรณีทั้ง 2 คนอาจได้รับบาดเจ็บก็เป็นได้

ก่อนที่เวลาต่อมา ได้มีรายงานเพิ่มเติมว่า วัยรุ่นทั้ง 2 คนถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจตามจับตัวได้แล้ว หลังทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้อนุมัติหมายจับไปก่อนหน้านี้ ขณะนี้อยู่ระหว่างการสอบสวน พร้อมถูกตั้งข้อหา “ทำให้เสียหาย ทำลาย ทำให้เสื่อมค่าหรือทำให้ไร้ประโยชน์ ซึ่งทรัพย์ของผู้อื่นหรือผู้อื่นเป็นเจ้าของรวมอยู่ด้วยและทำให้ผู้อื่นเกิดความกลัว หรือความตกใจ โดยการขู่เข็ญ”

ด้านผู้โพสต์ได้มีข้อความเพิ่มเติมหลังทราบข่าวว่าทั้งคู่ถูกจับว่า“เกมส์แล้วทั้งคู่ กราบขอบพระคุณ​กองสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต พ.ต.อ.ประวิทย์​ เอ้งฉ้วน​ และทีมงาน”

สำหรับการใช้แตรรถยนต์ ไม่ได้เป็นสิ่งที่เสียมารยาทเลยสักนิด เพราะถือเป็นสัญญาณเตือนที่ช่วยลดการเกิดอุบัติเหตุต่างๆ ได้ โดยมีขั้นตอนการใช้แตรที่ถูกวิธี คือ

1. ใช้เสียงแตรให้เหมาะสม โดยเสียงแตรต้องไม่ผ่านการดัดแปลง หากใช้เสียงแตรรถยนต์ที่ดังเกินไป อาจทำให้รถยนต์คันอื่นตกใจ ขวัญผวา จนเป็นเหตุนำไปสู่การเกิดอุบัติเหตุได้

2. หากไม่อยากเกิดปัญหากระทบกระทั่งกัน ควรบีบแตรรถยนต์ในลักษณะแบบสั้นๆ ไม่บีบแตรแบบดังและยาวเกินไป

3. เวลาขับรถสวนทางกันผ่านโค้งหักศอก หรือบริเวณมุมอับที่ไม่สามารถมองเห็นรถยนต์ที่สวนทางมาได้ ก็ให้ใช้สัญญาณแตรรถ เพื่อเป็นการบอกรถคันที่กำลังจะสวนทางมาว่ามีรถอยู่ตรงนี้ได้

4. หากพบป้ายห้ามใช้แตรรถยนต์ หรือห้ามใช้เสียงในบริเวณดังกล่าว ผู้ขับขี่รถควรหลีกเลี่ยงการบีบแตรรถด้วย เช่น เขตพระราชฐาน หรือโรงพยาบาล

5. หากเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินขึ้น เช่น โดนชิงทรัพย์ มีคนบาดเจ็บในรถยนต์ ผู้ขับขี่สามารถใช้สัญญาณแตรแบบเสียงดังและลากยาวได้ เพื่อขอความช่วยเหลือจากคนรอบข้าง เป็นต้น