ประวิตรย้อนถาม กลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย “ใครสืบทอดอำนาจ ก็เลือกตั้งมาด้วยกัน”

พลเอกประวิตร ปัดคุยนายกฯ กั๊กปู่ชัยส่งซิกภูมิใจไทยร่วม พร้อมย้อนถามกลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตยว่า “ใครสืบทอดอำนาจ สืบทอดอำนาจอย่างไร ก็เลือกตั้งมาด้วยกัน”

พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงการดูแลความปลอดภัยในช่วงที่ไทยเป็นประธานการประชุมอาเซียนวันที่ 22-23 มิ.ย. เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอย ว่า ทุกอย่างเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ไม่ต้องห่วงอะไร เพราะว่าได้มีการประชุมในเรื่องดังกล่าวไปแล้ว ซึ่งจะมีการดำเนินการตามแผนที่ได้กำหนดไว้ จึงเชื่อว่าจะไม่เกิดเหตุอะไรขึ้น

ทั้งนี้ พลเอกประวิตร กล่าวว่า ส่วนตัวไม่เป็นห่วง ว่าจะมีการสร้างสถานการณ์ แม้ครั้งนี้จะมีการประชุมอาเซียนที่กรุงเทพมหานคร เพราะตลอด 5 ปีที่ผ่านมา มีการประชุมสำคัญๆ มาหลายงานแล้ว แม้จะมีผู้นำประเทศสำคัญต่างๆ เข้าร่วมประชุม ก็เชื่อว่าจะไม่มีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้น และไม่ได้มีการขอความร่วมมือประชาชนเพิ่มเติมเพราะทุกคนทราบอยู่แล้ว จึงไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง

ส่วนกรณีที่ นายชัย ชิดชอบ ประกาศสนับสนุนให้พลเอกประวิตร ดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงและดูแลกระทรวงกลาโหมในรัฐบาลหน้า จะเป็นการส่งสัญญาณให้พรรคภูมิใจไทยมาร่วมกับพรรคพลังประชารัฐแน่นอนหรือไม่นั้น

พลเอกประวิตร กล่าวว่า ส่วนตัวไม่ทราบ เพราะยังไม่ได้จัดตั้งรัฐบาล และตนเองไม่ได้ยึดหลักใดที่จะตัดสินใจในการนั่งตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีต่อ ทุกอย่างขึ้นอยู่กับนายกรัฐมนตรี และขอคิดดูก่อนหากพลเอกประยุทธ์ ขอให้ตนเองมาช่วยงาน

สำหรับความเห็นต่างในพรรคประชาธิปัตย์ที่แบ่งออกเป็น 2 ขั้ว จะทำให้การจัดตั้งรัฐบาลของพรรคพลังประชารัฐ ยากขึ้นหรือไม่ พลเอกประวิตรกล่าวย้ำว่า ไม่ทราบ สื่อถามกันอยู่ได้ เพราะตนเองไม่ได้เป็นคนจัดตั้งรัฐบาลจะทราบได้อย่างไร

ขณะที่วันนี้เดินทางเข้าทำงานที่ทำเนียบรัฐบาลพร้อมกับนายกรัฐมนตรีเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมานั้นเนื่องจากบ้านใกล้กัน และไม่ได้ไปรับประทานอาหารเช้าร่วมกันด้วย

พลเอกประวิตร ยังกล่าวถึง กรณีกลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตยจัดชุมนุมที่ราชประสงค์ด้วยว่า ทุกอย่างเป็นไปด้วยความเรียบร้อยดี ส่วนที่มีการอ่านแถลงการณ์จี้ให้ คสช. ยุติการสืบทอดอำนาจนั้น พลเอกประวิตร ย้อนถามว่า ใครสืบทอดอำนาจ สืบทอดอำนาจอย่างไร ก็เลือกตั้งมาด้วยกัน

กลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย โชว์ภาพวาด ‘คนไม่ทนคสช.’ รำลึกครบรอบ 5 ปีรัฐประหาร

ทำแบบนี้น่าจับติดคุก! โจ๋ฉุนรถฉุกเฉินบีบแตรใส่ ก่อนควบจยย.ไล่ทุบจนกระจกแตก

ประเด็นน่าสนใจ

  • รถฉุกเฉินบีบแตรใส่ 2 วัยรุ่นที่ขี่จยย.อยู่บนถนน แต่พวกเขาไม่พอใจจึงขี่รถไล่ทำร้าย
  • เบื้องต้นไม่มีผู้บาดเจ็บ แต่รถฉุกเฉินพังเสียหาย กระจกหลังและกระจกข้างแตก จากการถูกของแข็งทุบ

วันนี้ (23 พ.ค. 2562) ผู้ใช้เฟซบุ๊ก Kaew Detnarong ได้มีการโพสต์คลิปเพื่อเป็นหลักฐานล่าตัว 2 วัยรุ่นใช้อาวุธทุบกระจกด้านรถฉุกเฉินจนแตกมาดำเนินคดี หลังจากพวกเขาไม่พอใจที่คนขับรถฉุกเฉินคันดังกล่าวบีบแตรใส่ระหว่างขี่จักรยานยนต์อยู่บนถนน

โดยคลิปได้เผยให้เห็นว่า ระหว่างที่รถฉุกเฉินวิ่งอยู่บนถนนนั้น ช่วงหนึ่งเขาได้บีบแตรเพื่อขอทางหลังจากเห็นว่ารถจักรยานยนต์ที่อยู่เลนซ้ายจะเบี่ยงเข้ามาบนเส้นทางที่เขาวิ่งอยู่ ทำให้วัยรุ่นที่ขี่รถจักรยานยนต์ 2 คนไม่พอใจ และขี่รถจักรยานยนต์ไล่ตาม ปาของทุบรถ จนทำให้กระจกหลังแตกดังกล่าว

ขณะที่ผู้โพสต์ได้มีข้อความระบุว่า ฝากตามหาตัวกันหน่อยครับ มีคลิปกล้องหน้ารถหลังรถ

วันที่ 20 พ.ค. 62 เวลาประมาณ 16.45 น. ผมได้ขับรถพยาบาล​อาสาสมัคร​ รหัสเทพกระษัตรี 05 จากนาคามุ่งหน้า​แยกเซ็นทรัล​ พอขึ้นจากอุโมงค์หน้าห้างเซ็นทรัลเฟสติวัล ภูเก็ต ก็วิ่งอยู่เลนขวาสุด แล้วก็เปลี่ยนเข้าเลนกลาง

เมื่อเข้าเลนกลางแล้ว มองกระจกมองข้างด้านซ้าย เีห็น จยย. จากเลยซ้ายจะแซงรถกระบะสีแดง จึงได้บีบแตรเตือน เพราะรถเกือบจะชนด้านซ้ายของรถพยาบาลแล้ว

ปรากฏว่าคนซ้อน จยย. ได้ใช้ของแข็งข้างใส่กระจกหลังรถพยาบาล ผมจึงชะลอรถ คนขับ จยย.ได้ขับมาเทียบข้างและบอกให้จอด ผมจึงบอกว่าได้ แต่มองเห็นทางกระจกว่า คนซ้อนได้ชักอาวุธสีดำออกมา จึงได้ขับรถต่อไปไม่จอด

แต่เขาก็ขับตามมา และบอกให้จอด ผมก็ขับไปเรื่อยๆ เพราะถ้าเขาไม่ตามผมจะได้เลี้ยวเข้าโลตัสเพื่อไปซื้อยาใส่รถพยาบาล ปรากฏว่าเขาลงมาจาก จยย. วิ่งตามมา ผมจึงได้เร่งขับออกไป

แต่เขาก็ขึ้นรถขับตามมาขว้างของแข็งใส่กระจกอีกครั้ง แล้วเร่งแซงขึ้นมาทางด้านคนขับ คนซ้อนได้เงื้อจะแทงกระจกฝั่งคนขับ ผมจึงเบี่ยงรถไปหาเขา เพื่อให้เขาหลบออกไป

แต่เขาได้เร่งแซงขึ้นหน้ารถ และชี้หน้าด้วยมีดในมือ ผมเห็นว่าเขาไม่ปล่อยผมแน่ ผมจึงได้เบิ้ลเครื่องขู่ แต่เขาใช้มีดแทงหน้ารถ ผมจึงเร่งเครื่องเบียดรถ จยย. เพื่อให้เขากลัว

แต่ปรากฏว่าเขาได้ขับไล่ตามมาใช้ขวานฟันกระจกหลังรถและกระจกด้านข้าง ผมจึงได้เร่งเครื่องหนี และมีตำรวจจราจรขับรถอยู่ด้านหน้าไกลๆ​ เขาเห็นตำรวจจึงเลี้ยวรถกลับไปทางโลตัส มีคนถามว่าทำไมไม่ชน ผมเป็นรถพยาบาล เราถูกฝึกมาช่วยคนไม่ใช่ทำร้ายคน

ทั้งนี้เมื่อเรื่องราวดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไป ทำให้มีคนเข้าไปแสดงความเห็นจำนวนมาก โดยส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับการกระทำของวัยรุ่นทั้ง 2 คน ขณะเดียวกันก็ชื่นชมคนขับรถฉุกเฉินคันดังกล่าว ที่อารมณ์เยือกเย็น ใจไม่ร้อน ไม่อย่างนั้นคู่กรณีทั้ง 2 คนอาจได้รับบาดเจ็บก็เป็นได้

สำหรับการใช้แตรรถยนต์ ไม่ได้เป็นสิ่งที่เสียมารยาทเลยสักนิด เพราะถือเป็นสัญญาณเตือนที่ช่วยลดการเกิดอุบัติเหตุต่างๆ ได้ โดยมีขั้นตอนการใช้แตรที่ถูกวิธี คือ

1. ใช้เสียงแตรให้เหมาะสม โดยเสียงแตรต้องไม่ผ่านการดัดแปลง หากใช้เสียงแตรรถยนต์ที่ดังเกินไป อาจทำให้รถยนต์คันอื่นตกใจ ขวัญผวา จนเป็นเหตุนำไปสู่การเกิดอุบัติเหตุได้

2. หากไม่อยากเกิดปัญหากระทบกระทั่งกัน ควรบีบแตรรถยนต์ในลักษณะแบบสั้นๆ ไม่บีบแตรแบบดังและยาวเกินไป

3. เวลาขับรถสวนทางกันผ่านโค้งหักศอก หรือบริเวณมุมอับที่ไม่สามารถมองเห็นรถยนต์ที่สวนทางมาได้ ก็ให้ใช้สัญญาณแตรรถ เพื่อเป็นการบอกรถคันที่กำลังจะสวนทางมาว่ามีรถอยู่ตรงนี้ได้

4. หากพบป้ายห้ามใช้แตรรถยนต์ หรือห้ามใช้เสียงในบริเวณดังกล่าว ผู้ขับขี่รถควรหลีกเลี่ยงการบีบแตรรถด้วย เช่น เขตพระราชฐาน หรือโรงพยาบาล

5. หากเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินขึ้น เช่น โดนชิงทรัพย์ มีคนบาดเจ็บในรถยนต์ ผู้ขับขี่สามารถใช้สัญญาณแตรแบบเสียงดังและลากยาวได้ เพื่อขอความช่วยเหลือจากคนรอบข้าง เป็นต้น

สมชัย โพสต์ถี่ แนะ ปชป. – ภม. ควรใช้ตำแหน่งนายกฯ ต่อรอง พปชร. ตั้งรัฐบาล

ประเด็นน่าสนใจ

  • อดีตคณะกรรมการการเลือกตั้ง แนะพรรคประชาธิปัตย์ และภูมิใจไทย ต่อรองตำแหน่งนายกรัฐมนตรี มากกว่าตำแหน่งรัฐมนตรีคุมกระทรวงต่างๆ หากจะร่วมกับพรรคพลังประชารัฐจัดตั้งรัฐบาล
  • นายสมชัย ศรีสุทธิยากร ถูกหัวหน้า คสช. ออกคำสั่งให้พ้นจากหน้าที่ กกต. เมื่อวันที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2561

ถือเป็นอีกคนที่ออกมาแสดงความเห็นในเรื่องการจัดตั้งรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง สำหรับนายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. และอดีตผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรค ประชาธิปัตย์ จ.สมุทรสาคร

และล่าสุดเจ้าตัวได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว Somchai Srisutthiyakorn แสดงความเห็นว่า หากพรรคประชาธิปัตย์ และพรรคภูมิใจไทย อยากร่วมรัฐบาลกับพรรคพลังประชารัฐ แบบสง่างามและเป็นที่ถูกใจประชาชน ต้องยอมต่อรองตำแหน่งใหญ่อย่างนายกรัฐมนตรี ไม่ใช่ตำแหน่งในกระทรวงใหญ่

เพราะหากนายกรัฐมนตรีไม่ใช่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชาแล้ว ทั้งสองพรรคจะได้รับเสียงชื่นชมว่าท่านใช้ 103 เสียงได้อย่างคุ้มค่า เพราะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของบ้านเมืองอย่างแท้จริง โดยข้อความทั้งหมดระบุว่า

อย่าให้ภาพการตัดสินใจเข้าร่วมรัฐบาลเป็นเรื่องการต่อรองตำแหน่ง เหมือนภาพที่ปรากฏต่อสังคมคือ ประชาธิปัตย์และภูมิใจไทย กำลังอาศัย 103 เสียงของฝ่ายตนเพื่อบอกพลังประชารัฐให้คายกระทรวงใหญ่ มิฉะนั้น อาจจะไม่เข้าร่วมรัฐบาล

ภาพดังกล่าว คือ ภาพการเมืองยุคเก่าที่จบด้วยผลประโยชน์ของนักการเมืองภายใต้ข้ออ้างเพื่อโอกาสทำประโยชน์เพื่อบ้านเมือง พลังประชารัฐอาจยอมเสียสละอวัยวะเพื่อรักษาชีวิต แต่ภาพของคนที่รับอวัยวะ แม้ได้ของใหญ่ กลับไม่ใช่ภาพที่ประทับใจผู้คน

ข้อเรียกร้องประการเดียวที่จะทำให้ประชาธิปัตย์และภูมิใจไทยเข้าร่วมได้อย่างสง่างาม คือ พลังประชารัฐต้องยอมถอยประยุทธ์และทหารออกจากการมีตำแหน่งทางการเมืองสำคัญ เพื่อให้การเมืองไทยเป็นการเมืองในระบอบรัฐสภาที่แท้จริง ไม่มีทหารมาอยู่เบื้องหลังแต่อาศัยการเลือกตั้งมาฟอกตัวว่าเป็นประชาธิปไตยแล้ว

หากยอมแล้วประชาธิปัตย์และภูมิใจไทยเข้าร่วมกับพลังประชารัฐ สองพรรคกลางนี้แหละ จะได้รับเสียงชื่นชมว่าท่านใช้ 103 เสียงเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของบ้านเมืองอย่างแท้จริง

สำหรับนายสมชัย ศรีสุทธิยากร นับเป็นอีกคนที่ได้รับผลกระทบจากการเข้ามามีอำนาจของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. เพราะเขาถูกหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ถอดจากตำแหน่ง กกต. มื่อวันที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2561

ด้วยเหตุผลว่า มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมในการแสดงความเห็นเกี่ยวกับการเลือกตั้งที่ คสช. จะจัดขึ้น และมีการขัดกันของผลประโยชน์กรณีสมัครเป็นเลขาธิการ กกต. โดยไม่ยอมลาออกตำแหน่ง กกต. ก่อน จึงไม่แปลกใจนักที่เขาไม่เห็นด้วยกับการที่พรรคพลังประชารัฐ ชู พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เข้ามาทำหน้าที่นายกรัฐมนตรีต่อในครั้งนี้