‘นเรนทรา โมดี’ สาบานตนรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอินเดียสมัยที่ 2

ประเด็นน่าสนใจ

  • นายนเรนทรา โมดี ชนะการเลือกตั้งได้เป็นนายกรัฐมนตรีสมัยที่ 2
  • นายโมดีเข้าสาบานตนต่อประธานาธิบดี เพื่อรับตำแหน่งผู้นำรัฐบาลอินเดียสมัยที่ 2
  • ในรัฐบาลชุดปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงเก้าอี้รัฐมนตรีในบางกระทรวง
  • โจทย์ยากของการทำงานหลังจากนี้คือโครงการปฏิรูปเศรษฐกิจภายในประเทศ

นายนเรนรา โมดี นายกรัฐมนตรีแห่งอินเดีย นำคณะรัฐมนตรีชุดใหม่สาบานตนต่อประธานาธิบดี เพื่อรับตำแหน่งผู้นำรัฐบาลอินเดียสมัยที่ 2 อย่างเป็นทางการ

วันที่ 31 พ.ค. 2562 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงนิวเดลี ประเทศอินเดียระบุว่า เมื่อวานนี้ นายนเรนทรา โมดี เข้าสาบานตนรับตำแหน่งผู้นำอินเดียเป็นสมัยที่ 2 อย่างเป็นทางการ ที่ราษฎร์ปติภวัน หรือ ทำเนียบประธานาธิบดี ในกรุงนิวเดลี ” ท่ามกลางแขกผู้มีเกียรติมากกว่า 8,000 คนจากหลากหลายวงการร่วมเป็นสักขีพยาน รวมถึงนายราหุล คานธี ผู้นำฝ่ายค้านจากพรรคคองเกรส ซึ่งมาพร้อมกับนางโซเนีย คานธี มารดา

นายนเรนทรา โมดี นายกรัฐมนตรีแห่งอินเดีย

ก่อนหน้านี้ ผลการเลือกตั้งอินเดียที่เป็นการเลือกตั้งครั้งใหญ่ที่สุดในโลก เนื่องจากมีผู้ใช้สิทธิมากถึง 900 ล้านคน ชี้ว่า พรรคภารติยะ ชนตะ (BJP) ของนายโมดี ชนะการเลือกตั้งอย่างถล่มทลาย

นายโมดีกล่าวหลังสาบานตนกับประธานาธิบดีราม นาถ โกวินท์ ให้คำมั่นว่าจะสานต่อนโยบายที่ยังคั่งค้าง ที่ส่วนใหญ่เป็นโครงการปฏิรูปเศรษฐกิจและระบบโครงสร้างพื้นฐาน ควบคู่ไปกับการจัดทำโครงการให้อินเดียพัฒนามากยิ่งขึ้นอีกในอีก 5 ปีนับจากนี้ พร้อมขอบคุณประชาชน ที่ยังไว้วางใจและมอบเกียรติให้เขาได้มีโอกาสรับใช้บ้านเมือง

เลือกตั้งอินเดีย
รูปแบบการเลือกตั้งในอินเดีย ใช้ระบบกดเลือกแทนการกาในบัตรเลือกตั้ง

ส่วนตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการทั้ง 24 ตำแหน่งนั้น มีตำแหน่งสำคัญที่จำเป็นต้องเปลี่ยนแปลง เมื่อนายอรุณ เจฏลี ปฏิเสธรับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังต่อ ด้วยปัญหาด้านสุขภาพ ทำให้นายโมดีได้แต่งตั้งนายอามิต ชาห์ วัย 54  ปี หัวหน้าพรรคบีเจพีให้ดำรงตำแหน่งดังกล่าวแทน

อย่างไรก็ตามแม้ว่าพิธีสาบานตน จะมีผู้นำจากต่างประเทศหรือตัวแทนระดับสูงจากนานาประเทศเข้าร่วมในพิธีด้วย แต่กลับไม่มีผู้แทนจากปากีสถาน แม้นายกรัฐมนตรีอิมราน ข่าน ผู้นำปากีสถาน โทรศัพท์มาแสดงความยินดีกับนายโมดี โดยที่ผ่านมาทั้งสองประเทศ มีความขัดแย้งในเรื่องข้อพิพาททางดินแดน และทรัพยากรน้ำ

บทความที่เกี่ยวข้อง

‘ชวน’ ชี้หลังโปรดเกล้าฯแต่งตั้ง จะกำหนดวันเลือกนายกฯ

ประเด็นน่าสนใจ

  • ว่าที่ประธานสภาผู้แทนราษฎร เผยเตรียมหารือ ว่าที่ประธาน ส.ว. เพื่อกำหนดวันประชุมรัฐสภา และลงมติเลือกนายกรัฐมนตรี หลังมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง ให้เข้ารับหน้าที่
  • การประชุมคณะกรรมการบริหารและ ส.ส.ของพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อลงมติกำหนดจุดยืนทางการเมือง โดยจะเกิดขึ้นเมื่อมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งประธานสภาผู้แทนราษฎรเรียบร้อยแล้ว

นายชวน หลีกภัย ว่าที่ประธานสภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วย นายสุชาติ ตันเจริญ ว่าที่รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 1 และนายศุภชัย โพธิ์สุ ว่าที่รองประธานฯ คนที่ 2 และตัวแทนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ของแต่ละพรรคการเมือง ร่วมวางพวงมาลาถวายราชสักการะ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 / เนื่องในวันพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งเป็นวันคล้ายวันสวรรคต ที่รัฐสภาแห่งใหม่

โดยภายหลังเสร็จสิ้นพิธี นายชวน หลีกภัย ให้สัมภาษณ์ยืนยันเตรียมหารือร่วมกับนายพรเพชร วิชิตชลชัย ว่าที่ประธานวุฒิสภา หรือ ส.ว. เพื่อกำหนดวันประชุมรัฐสภา และลงมติเลือกนายกรัฐมนตรี ตามที่รัฐธรรมนูญ 2560 กำหนด หลังมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง ให้เข้ารับหน้าที่อย่างเป็นทางการแล้ว
หลังเสร็จสิ้นพิธีวางพวงมาลา นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ พร้อม ส.ส.ของพรรค พากันเดินชมห้องประชุมจันทรา ที่รัฐสภาแห่งใหม่ โดยเมื่อเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ชี้แจงถึงกำหนดก่อสร้างแล้วเสร็จ ปลายเดือนมิถุนายน นายอภิสิทธิ์ ก็ย้ำว่า น่าจะยกเลิกใช้ห้องประชุมทีโอทีได้ ก่อนพูดแซว ว่าอาจยกเลิกตลอดไป เพราะสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ บอกว่า จะยุบสภา ก่อนจะพูดกับสื่อ ว่า “ผมไม่ได้ให้สัมภาษณ์นะ”

นอกจากนี้ นายอภิสิทธิ์ ยังพูดแซวถึงโซนที่นั่งสำหรับเยี่ยมชมการประชุม 250 ที่นั่ง ว่า “ข้างบนนี้ให้ ส.ว. นั่งแล้วกัน เพราะไม่ได้มาจากการเลือกตั้งของประชาชน”

อีกด้าน นายชินวรณ์ บุญเกียรติ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ เชื่อว่า การประชุมคณะกรรมการบริหารและ ส.ส.ของพรรค เพื่อลงมติกำหนดจุดยืนทางการเมือง จะเกิดขึ้นเมื่อมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งประธานสภาผู้แทนราษฎรเรียบร้อยแล้ว

อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่า จนถึงขณะนี้ พรรคพลังประชารัฐ ยังไม่ตอบรับหรือพูดคุยใดๆ เพิ่มเติม หลังพรรคประชาธิปัตย์ประกาศ เลื่อนประชุมกำหนดจุดยืนทางการเมือง และมีสัญญาณว่า พรรคพลังประชารัฐจะเดินหน้าเลือกนายกรัฐมนตรีก่อน ถึงจะจัดสรรตำแหน่งรัฐมนตรี โดยมีผู้ได้รับเลือกเป็นนายกรัฐมนตรี ร่วมพูดคุยวางบุคคลที่เหมาะสม / พรรคประชาธิปัตย์ จึงเตรียมกำหนดท่าทีที่ชัดเจน หลังนายชวน หลีกภัย เข้ารับหน้าที่ประธานสภาผู้แทนราษฎร อย่างเป็นทางการแล้ว

อีกด้าน พลโทวีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ปฏิเสธกระแสข่าวนายกรัฐมนตรีเตรียมใช้อำนาจประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินยุบพรรคการเมือง ทำให้ ส.ส. 500 คน พ้นสภาพ โดยระบุว่า เป็นฝีมือผู้ไม่หวังดีพยายามสร้างข่าวเท็จ ให้เกิดความสับสนวุ่นวายช่วงจัดตั้งรัฐบาล และลดความน่าเชื่อถือของรัฐบาลชุดปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรีขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อ พร้อมกำชับทุกฝ่ายเร่งชี้แจงทำความเข้าใจแก่สังคม

พร้อมย้ำว่า นายกรัฐมนตรีเคารพกฎหมายและฟังเสียงของประชาชน โดยขณะนี้ เป็นขั้นตอนของพรรคการเมือง จึงต้องรอความชัดเจน และเตือนผู้ไม่หวังดีให้หยุดพฤติกรรมดังกล่าว โดยรัฐบาลจะสืบหาต้นตอ เพื่อดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด

หนุ่มใหญ่บุกทวงหนี้สินไหม แต่คู่กรณีคืนด้วยลูกปืนซอง

ประเด็นน่าสนใจ

เหตุเกิดเมื่อช่วงเย็นวานนี้ ( 30 พ.ค. 62)

ว่าที่ร.ต.ธนะพัฒน์ บุกทวงหนี้ค่าสินไหม จากการฟ้องร้อง แต่คู่กรณีไม่ยอมจ่าย

คู่กรณีใช้อาวุธปืนลูกซองจ่อยิงแต่กลับยิงไม่ออก


เมื่อวันที่ 30 พ.ค. ที่ผ่านมา ร.ต.อ.เดชาธร คำมิ่ง รองสว.สอบสวน สภ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา ได้รับแจ้งเกิดเหตุทะเลาะวิวาทใช้อาวุธปืนยิงมีผู้ได้รับบาดเจ็บ บริเวณหน้าโรงเรียนวัดป่าโค หมู่ที่ 7 ต.หันตรา อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา ไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมด้วย มูลนิธิพุทไธสวรรย์ ไปให้การช่วยเหลือ

จากการตรวจสอบพบ ว่าที่ร.ต. ธนะพัฒน์ สิริบุณนิโรจน์ อายุ 49 ปี มีบาดแผลได้รับบาดเจ็บตามร่างกาย เป็นรอยขีดข่วนและพกช้ำ อยู่ในอาการตกใจ มีรถยนต์เก๋ง ที่จอดอยู่หน้าโรงเรียนของนักศึกษาฝึกสอนของโรงเรียนได้รับความเสียหาย ถูกกระสุนปืนจนยางรถด้านหลังขวาแตก

ส่วนผู้บาดเจ็บอีกราย เป็นคู่กรณีเจ้าหน้าที่ช่วยเหลือนำส่งโรงพยาบาลพระนครศรีอยุธยา ทราบชื่อนายสมศักดิ์ จิตรประศาน อายุ 51 ปี ได้รับบาดเจ็บบริเวณขาข้างขวา เจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามไปควบคุมตัว

สอบสวนว่าที่ร.ต. ธนะพัฒน์ สิริบุณนิโรจน์ อายุ 49 ปี ตนเองมีอาชีพเป็นพ่อขายครกสินค้าโอท๊อป ก่อนเกิดเหตุตนเองได้เดินทางมาพบนายสมศักดิ์ ที่หน้าโรงเรียนเพื่อทวงถามเงินค่าสินไหมจากนายสมศักดิ์ ซึ่งเป็นเงินค่าสินไหมจากคำสั่งศาลที่มีการฟ้องร้องกันในคดีฟ้องหย่า ให้ชดใช้จำนวน เงิน 300,000 บาท มีการต่อรองจนเหลือ100,000 บาท ให้ผ่อนชำระเดือนละ 2,000 บาท

ต่อมานายสมศักดิ์ ไม่ยอมจ่ายมาเป็นเวลา 2 เดือนตนเองจึงได้เดินทางมาทวงถาม หลังทราบว่านายสมศักดิ์ ขับรถตู้รับจ้างรับส่งส่งนักเรียน เมื่อทวงเงินกับนายสมศักดิ์ แต่นายสมศักดิ์กลับบอกว่า ‘มึงไม่จบใช่ไหม’ ให้รอเดี๋ยวจะเอาเงินมาให้ จากนั้นนายสมศักดิ์ได้ขับรถออกไปแล้วกลับเข้ามา

นายสมศักดิ์ได้เปิดประตูรถยนต์ตู้ คิดว่าจะหยิบเงินเอามาให้กลับเอาอาวุธปืนลูกซองยาวออกมาขึ้นลำ ยิงใส่ตนเองแต่ยิงไม่ออกตนเองจึงตัดสินใจเข้าไปแย่งอาวุธปืน จับปลายอาวุธปืน นายสมศักดิ์ พยายามขึ้นลำอีกครั้งจึงเข้าไปกอดปล้ำ และร้องให้คนมาช่วยจนอาวุธปืนตกกระแทกพื้น กระสุนปืนลั่นไปถูกรถยนต์เก๋งที่จอดอยู่จนยาวแตก เกิดการชกต่อยกันจน

เจ้าหน้าที่รปภ.ของโรงเรียนมาช่วยหยิบเอาอาวุธปืน หนีออกไป มอบให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เก็บไว้เป็นหลักฐาน ตนเชื่อว่าอาวุธปืนลูกซองที่ยิงไม่ออก เพราะบารมีของกระดูกของพ่อแม่ แร่เขาควายที่คล้องคอเอาไว้คุ้มครอง

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เชิญตัวว่าที่ร.ต. ธนะพัฒน์ ไปสอบสวนพร้อมทั้งรอสอบสวนนายสมศักดิ์ คู่กรณีที่ได้รับบาดเจ็บ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป