‘บิ๊กป้อม’ ยันไม่ได้คุยพรรคประชาธิปัตย์ ปมจัดตั้งรัฐบาล

พล.อ.ประวิตร ยันไม่ได้คุยพรรคประชาธิปัตย์ ปมจัดตั้งรัฐบาล ด้าน วิษณุ เครืองาม เผยยังไม่ถูกทาบทาม ชี้สื่อเสนอกันไปเองมีชื่อติดโผเป็นรองนายกรัฐมนตรี

วันนี้ (21 พ.ค. 62) ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและรมว.กลาโหม ปฏิเสธ “ไม่รู้ ไม่ไป” หลังมีกระแสข่าวว่าพบปะพูดคุยกับแกนนำพรรคประชาธิปัตย์ ในการจัดตั้งรัฐบาล เมื่อ 18 พ.ค.ที่ผ่านมา

ทางด้าน นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงขั้นตอนการสิ้นสุดรัฐบาล ว่า จะต้องมีการโปรดเกล้าฯนายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรีใหม่ นัดเข้าถวายสัตย์ปฏิญาณตน แต่ตามปกติเมื่อมีการตั้งครม.ใหม่จะไม่มีการนัดประชุมครม.แล้ว ยกเว้นแต่มีความจำเป็นที่จะต้องส่งต่อรัฐบาลใหม่ แต่การที่จะได้ประธานสภาผู้แทนราษฎรหรือไม่ เป็นคนละประเด็น อย่าไปเอาความเคยชินกับรัฐบาลเก่าที่ยุบสภาแล้วเลือกตั้งเพราะเป็นรัฐบาลรักษาการไม่ควรที่จะมีการประชุมครม. ซึ่งรัฐบาลนี้ไม่ใช่รัฐบาลรักษาการ จึงสามารถจะประชุมได้

ส่วนการจัดตั้งรัฐบาลส่วนตัวยังไม่ถูกทาบทาม จึงยังไม่ได้ตัดสินใจ ยังไม่ได้คิด และไม่ขอตอบว่าหากถูกทาบทามจะรับตำแหน่งหรือไม่ ส่วนที่มีชื่อติดโผเป็นรองนายกรัฐมนตรีเป็นเรื่องที่สื่อมวลชนเสนอกันไปเอง พร้อมพูดติดตลกว่าหากจะร่วมรัฐบาลต่อต้องขอดูก่อนว่าเป็นขั้วใดเพราะมีทั้งขั้วที่ 3 และขั้วที่ 4

คลิปนาที พลเมืองดีเข้าช่วยหญิงสาว หลังถูกชายขี่ จยย.วนรอดักฉุด

ประเด็นน่าสนใจ

  • พลเมืองดีเข้าช่วยหญิงสาว หลังถูกชายขับรถวนดูเพื่อดักฉุด หลังเห็นเดินอยู่ข้างถนนเพียงลำพัง
  • ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 310 ทวิ ผู้ใดกักขังหน่วงเหนี่ยว ทำให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกาย โทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

วันนี้ (21 พ.ค. 2562) เพจ ที่นี่แปดริ้ว ได้มีการเผยแพร่คลิปขณะพลเมืองดีเข้าช่วยหญิงสาวรายหนึ่ง ที่ถูกคนร้ายเป็นชายขี่รถจักรยานยนต์วนดูอยู่หลายรอบเพื่อรอจังหวะดักฉุด หลังจากเธอมีปัญหากับแฟนหนุ่ม แล้วพยายามจะเดินกลับบ้านที่อยู่ไม่ไกลจากที่เกิดเหตุ ซึ่งเป็นบริเวณยูเทรินร้านถึกท่าข้ามโดยลำพัง

โดยคลิปได้เผยให้เห็นว่า พลเมืองดีได้จอดรถสอบถามชายคนหนึ่งที่ตกเป็นผู้ต้องสงสัยในการก่อเหตุ ซึ่งคล่อมรถจักรยานยนต์อยู่ว่าทำไมถึงจะทำการแบบนั้น แต่ชายคนดังกล่าวไม่ยอมรับ และได้ขี่รถจักรยานยนต์เพื่อหนี

พลเมืองดีจึงขับรถไล่ตามเพื่อไม่ให้หนีไปได้ ก่อนที่ชายคนดังกล่าวจะหยุดก่อนขึ้นสะพาน พลเมืองดีจึงลงจากรถและเรียกคนแถวนั้นให้มากันไว้จะได้ไม่หลบหนีไปได้อีก จากนั้นเหตุการณ์ในคลิปจึงตัดไป

ขณะที่เพจดังกล่าวได้มีข้อความระบุว่า #ชายควบมอไซร์ดักฉุดสาวกลางเมืองแปดริ้ว
#รักใครแชร์เตือนภัยให้เพื่อนๆด้วยนะอันตราย

บริเวณยูเทรินร้านถึกท่าข้าม เมื่อเวลา 23.30 น. ได้รับการเปิดเผยคลิปวีดีโอ โดยภายในคลิปเป็นเสียงร่ำไห้ของหญิงสาวที่ตกใจอย่างมาก ซึ่งจากเหตุการณ์มีผู้ชายดักหน้าผู้หญิงที่เดินอยู่คนเดียวข้างทาง

โดยระบุว่า มีผู้ชายดักฉุดตนในพื้นที่บริเวณยูเทรินร้านถึกท่าข้าม ในขณะที่ตนเดินอยู่ลำพังกำลังจะเข้าบ้าน
จากคลิปที่ปรากฏนั้น หญิงสาววิงวอนขอความช่วยเหลือจากผู้คนที่สัญจรไปมาอย่างไม่ได้สติ จนมีพลเมืองดีนำพาขึ้นรถให้การช่วยเหลือเบื้องต้น

จึงขอแจ้งเตือนสมาชิกทุกท่านโปรดระมัดระวัง การสัญจรในยามวิกาล อนึ่งขอให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ มีความถี่ในการตรวจในเส้นทางต่างๆ อย่างทั่วถึง เพื่อความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนชาวแปดริ้ว
#ขอขอบคุณพลเมืองดีที่ให้การช่วยเหลือมา ณ ที่นี้ Fab Cikkapoo F

เปิดใจ ‘หมอมน’ สัตวแพทย์ช่วยชีวิตทารกคลอดกลางถนน

เปิดใจ ‘หมอมน’ สัตวแพทย์ช่วยชีวิตทารก เผย รู้สึกดีใจที่มีคนชื่นชม อยากขอบคุณทุกคนที่ช่วยชีวิตหนูน้อยได้ทัน

หลังจากที่ผู้ใช้เฟสบุ๊ค Min K Wg ได้โพสต์คลิปเหตุการณ์สัตวแพทย์หญิงเจ้าของคลินิกหมอมนรักสัตว์ เข้าให้การช่วยเหลือชีวิตเด็กทารกที่เพิ่งคลอดที่บริเวณไซต์งานก่อสร้าง ห่างจากคลินิกไปประมาณ 100 เมตร ทำให้มีกระแสในสื่อสังคมออนไลน์ ซึ่งต่างชื่นชมสัตวแพทย์หญิงท่านนี้เป็นจำนวนมาก

โดยทีมข่าวได้ติดต่อสอบถามไปยังคลินิกดังกล่าวพบว่าสัตวแพทย์หญิงเจ้าของคลินิก มีชื่อว่า สัตวแพทย์หญิง วารีย์ ลิ้มรุ่งโรจน์ หรือหมอมน อายุ 34 ปี โดยปกติแล้วจะเป็นคนรักษาสัตว์และทำคลอดสัตว์ด้วยตัวเอง ซึ่งจากเหตุการณ์วันนั้นพอมีคนเข้ามาขอความช่วยเหลือให้ช่วยชีวิตเด็กทารกแรกเกิด จึงรีบใส่ถุงมือแล้ววิ่งไปที่เกิดเหตุทันที

เมื่อไปถึงพบว่าเด็กอยู่ในสภาพไม่หายใจ ตัวม่วง จึงอุ้มเด็กวิ่งกลับมาที่คลินิกเพื่อใช้อุปกรณ์ดูดน้ำคร่ำออกจากตัวเด็กให้มากที่สุด เพราะคิดว่าเด็กถูกคลอดออกมาเองน่าจะอยู่ในภาวะน้ำคร่ำท่วมปวด มีโอกาสเสียชีวิตสูงมาก

อย่างไรก็ตามหลังจากช่วยเหลือชีวิตเด็กทารกได้สำเร็จ หมอมนเปิดเผยว่า รู้สึกอิ่มเอมใจและมีความสุขมากที่ทำให้เด็กรอดชีวิตได้ ซึ่งไม่คิดว่าจะมีคนชื่นชมมากขนาดนี้ ทำให้รู้สึกมีกำลังใจอย่างมาก โดยคนที่ช่วยในเหตุการณ์นี้ไม่ได้มีเพียงตนเองคนเดียว แต่อยากขอบคุณไปถึงคนที่วิ่งมาตามและผู้ช่วยในคลินิกที่ร่วมมือร่วมใจกัน