พรุ่งนี้ 21 พ.ค. 62 แจ้งครอบครอง ‘กัญชา’ วันสุดท้าย!

นายแพทย์สุรโชค ต่างวิวัฒน์ รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา หรือ อย. กล่าวเน้นย้ำ ถึงผู้ที่มีกัญชาไว้ในครอบครอง และต้องทำการแจ้งนิรโทษครอบครองกัญชา ตามมาตรา 22 แห่งพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2562 ซึ่งจะสิ้นสุดระยะเวลา ในวันที่ 21 พฤษภาคม นี้ โดย เน้นย้ำให้ผู้ประสงค์แจ้งนิรโทษครอบครองกัญชามาแจ้งให้ทันภายในเวลาที่กำหนด ทั้งผู้ป่วยที่ต้องใช้กัญชาในการรักษา ให้นำใบรับรองแพทย์ มายื่น เพื่อแสดงความจำเป็นในการมีไว้เพื่อครอบครอง ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ อย.เปิดให้มีการแจ้งครอบครองกัญชา นั้น มีผู้ดำเนินการแจ้งการครอบครองกัญชาเข้ามากว่า 1.6 หมื่นราย ซึ่งในจำนวนนี้พบว่าเป็นผู้ป่วยถึง 90%

ทั้งนี้ นพ.สุรโชค ยังกล่าวอีกว่า ภายหลังจาก สิ้นสุดระยะเวลาการแจ้งครอบครองกัญชา ในวันที่ 21 พ.ค. นี้ ทาง อย. ก็จะต้องทำการชี้แจงทำความเข้าใจ ให้กับประชาชนทั่วไป ที่ต้องการใช้กัญชา เพื่อรักษาโรค ว่า เมื่อ เข้าสู่ระบบอย่างเป็นทางการแล้ว ผู้ป่วย จะต้องรับการวินิจฉัยจากแพทย์ อย่างถูกต้อง ทั้งนี้ เพื่อความปลอดภัย ของตัวผู้ป่วยเอง

สำหรับการแจ้งครอบครองกัญชานั้น สำหรับผู้ที่พักอาศัย อยู่ในกรุงเทพฯ สามารถแจ้งได้ที่ อย. ส่วนผู้ที่อยู่ในพื้นที่ต่างจังหวัด (สสจ.) โดยขอให้เตรียมเอกสารหลักฐานให้พร้อม ได้แก่ บัตรประชาชน เอกสารแจ้งการมีกัญชา เอกสารรับรองอาการเจ็บป่วยจากแพทย์ และนำกัญชาที่ใช้ในการรักษาไปด้วย

ส่วนผู้ที่ประสงค์แจ้งผ่านช่องทางอินเทอร์เน็ต ที่ทาง สภากาชาดไทย เปิดรับลงทะเบียนในขณะนี้ให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 21 พฤษภาคม 2562 เวลา 16.30 น. เช่นกัน พร้อมกันนี้ อย. ยังเน้นย้ำว่า การแจ้งครอบครองกัญชา ในครั้งนี้ เพื่อใช้ในวัตถุประสงค์ทางการแพทย์หรือใช้รักษาโรคเท่านั้น ไม่ใช่การขออนุญาตเพื่อที่จะปลูกกัญชาแต่อย่างใด

ทนายชี้ ตามกฎหมายไม่สามารถนำร่าง ‘ซีอุย’ มาสตาฟได้

ประธานเครือข่าย ทนายคลายทุกข์ ระบุ ตามกฏหมายไม่สามารถนำร่างซีอุยมาจัดโชว์ในพิพิธภัณฑ์ได้ ชี้ในอดีตมีช่องโหว่ทางกฏหมายทำให้คดีจบเร็ว เปรียบเทียบหากใช้กฏหมายปัจจุบัน ซีอุยอาจรอด

นายเดชา กิติวิทยานันท์ ประธานเครือข่าย ทนายคลายทุกข์ กล่าวถึงกรณีเว็บไซต์ change.org มีการล่ารายชื่อนำร่างของนายซีอุย แซ่อึ้ง ที่ถูกสตาฟและจัดแสดงโชว์ภายในพิพิธภัณฑ์ศิริราชออกจากการจัดแสดงโชว์ ว่า ความแตกต่างกันในแง่อของกฏหมายการทำคดี แตกต่างกันในส่วนของกฏหมายพยาน และคุ้มครองสิทธิของผู้ต้องหามากขึ้น ปัจจุบันคำสารภาพในชั้นจับกุมไม่สามารถนำมาตัดสินผู้ต้องหาได้ แต่เมื่อ60ปีที่แล้ว หากผู้ต้องหารับสารภาพ ก็จะง่ายต่อการสืบพยาน ถือเป็นช่องโหว่ใหญ่ในการสืบคดีสมัยก่อน

ตามกฏหมายไม่สามารถนำร่างของผู้ที่ถูกประหารชีวิตไปแล้วมาสต๊าฟไว้ได้ เป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน เมื่อได้รับโทษแล้วความผิดก็จะหมดไป คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนควรเข้าไปดูแลในส่วนนี้ ส่วนเหตุผลที่นำมาสต๊าฟและจัดโชว์ ตนไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด อาจเป็นไปได้ว่าทำขึ้นเพื่อเป็นประโยชน์ทางการแพทย์ หรือประโยชน์ในการศึกษา

นอกจากนี้ ทนายเดชายังพูดถึงระบบพิจารณาพิพากษาคดีของไทยที่เป็นระบบกฏหมายลายลักษณ์อักษร โดยเปรียบเทียบกับระบบลูกขุนที่หลายประเทศใช้กัน ว่า ระบบลูกขุนดีกว่าระบบที่ประเทศไทยใช้ขณะนี้ เพราะจะมีหลากหลายอาชีพต่างๆในสังคมมาร่วมพิจารณาคดี จากนั้นจึงให้ผู้พิพากษานำมาเทียบเคียงกับกฏหมายว่าจะถูกลงโทษมากน้อยเพียงใด แต่ระบบกฏหมายลายลักษณ์อักษรของประเทศไทยสิทธิการตัดสินคดีจะอยู่ที่ผู้พิพากษาคนเดียว ซึ่งข้อมูลบางอย่างอาจคลาดเคลื่อนได้

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันศาลของไทยอยู่ระหว่างการปรับตัว โดยการรับผู้ที่จบสาขาวิชาชีพอื่นมาเป็นผู้พิพากษา ซึ่งย้อนกลับไปหากมีระบบลูกขุน อาจทำให้ซีอุยชนะคดีได้ จากพยานหลักฐานต่างๆที่มี และศาลจะไม่ฟังแต่คำรับสารภาพ

น้ำทะเลสีดำ หาดจอมเทียน เริ่มกลับสู่สภาพปกติ หวั่นกระทบเศรษฐกิจ

จากกรณีที่พบปัญหาน้ำเน่าเสีย มีสีดำ ถูกระบายผ่านระบบระบายน้ำลงทะเลพัทยา บริเวณซอยนาจอมเทียน 8 นั้น ล่าสุดสถานการณ์ดีขึ้น แต่ยังต้องเฝ้าระวังมลพิษ ที่อาจยังสะสมอยู่ในน้ำ โดยสัปดาห์นี้เจ้าหน้าที่เร่งปรับปรุงระบบท่อน้ำเสียกลับไปบำบัดน้ำตามระบบให้ถูกต้อง

กลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ สำหรับคลิปวีดิโอสภาพของน้ำเน่าเสียที่กำลังไหลทะลักลงสู่ท้องทะเลอย่างต่อเนื่อง โดยคลิปนี้ชาวบ้านภายในซอยนาจอมเทียน 8 ถ่ายไว้ได้ก่อนจะโพสต์ลงในโซเชียล ทำให้น้ำทะเลบริเวณดังกล่าว กลายเป็นสีดำทั้งหมด ซึ่งจุดที่ปล่อยน้ำสีดำ คือท่อระบายน้ำเสียภายในซอยนาจอมเทียน 8 ตำบลนาจอมเทียน อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี

ซึ่งโครงการระบบรวบรวมและบำบัดน้ำเสีย (ส่วนขยาย) เป็นการก่อสร้างของเทศบาลตำบลนาจอมเทียน ในวงเงินค่าก่อสร้างกว่า 124.8 ล้านบาท ซึ่งจุดปล่อยน้ำเสียอยู่ในสภาพชำรุดทรุดโทรมอย่างหนัก แต่ยังอยู่ในระยะประกัน โดยมีการก่อสร้างตั้งแต่ 16 มิถุนายน 2560 จนถึงวันที่ 16 มิถุนายน 2562

หลังเวลาผ่านมากว่า 1 วัน มวลน้ำทะเลสีดำเริ่มกลับสู่สภาพปกติ แต่ยังมีสีขุ่น และมีกลิ่นเหม็นฟุ้งกระจายโดยรอบ จนทำให้ผู้ประกอบการบริเวณหาดจอมเทียนเกิดความกังวลว่า จะส่งผลกระทบไปถึงบริเวณแหล่งเศรษฐกิจที่มีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก แต่ด้วยระยะห่างถึง 3 กม. จึงทำให้ขณะนี้ยังไม่ได้รับผลกระทบจากกลิ่นเหม็นของน้ำเสีย

ทั้งนี้ นักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวบริเวณหาดจอมเทียน ยังคงเดินทางมาท่องเที่ยวตามปกติ โดยให้เหตุผลว่า เห็นจากข่าวแล้วว่าเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น แต่เมื่อมาถึงบริเวณหาดจอมเทียน ไม่พบการเปลี่ยนแปลงของสีน้ำ หรือยังไม่มีกลิ่นเหม็น จึงยังคงเลือกที่จะท่องเที่ยวที่นี่

สำหรับเหตุการณ์นี้ นายอำเภอสัตหีบ ยืนยันว่า ยังไม่มีการสั่งปิดหาดจอมเทียนนักท่องเที่ยวยังสามารถลงเล่นน้ำได้ปกติ แต่จะเป็นการเตือนกันเองของชาวบ้านในพื้นที่ จากนี้จะเก็บตัวอย่างน้ำไปเปรียบเทียบกับสภาพน้ำทะเลที่นักท่องเที่ยวลงไปเล่นน้ำ ว่าส่งผลกระทบกับนักท่องเที่ยวหรือไม่

อย่างไรก็ตาม สำหรับการแก้ปัญหาเหตุการณ์นี้เจ้าหน้าที่จะเร่งปรับปรุงระบบท่อน้ำเสียให้กลับไปรับการบำบัดให้ถูกต้อง ที่เทศบาลตำบลนาจอมเทียน แต่สิ่งหนึ่งที่เรายังคงต้องติดตามกันต่อไปว่า น้ำเสียที่ทะลักในครั้งนี้ แหล่งที่มาจริงๆ แล้วมาจากที่ใด