​ขุดลอกตะกอนน้ำเสียบนเกาะพีพี หวังแก้ปัญหาน้ำเน่าไหลลงทะเล

เจ้าหน้าที่ อบต.อ่าวนาง จังหวัดกระบี่ ร่วมกับกลุ่มรักษ์พีพี ทำการขุดลอกตะกอนดินทรายสีดำ ซึ่งเกิดจากปัญหาน้ำเน่าเสียที่ไหลลงทะเลบริเวณชายหาดโล๊ะดาลัม เกาะพีพี

เจ้าหน้าที่องค์บริหารส่วนตำบลอ่าวนาง อำเภอเมืองกระบี่ ร่วมกับกลุ่มรักษ์พีพี ทำการขุดลอกตะกอนดินทรายสีดำจำนวนมาก ที่เกิดจากมีน้ำเสียไหลลงทะเล บริเวณชายหาดโล๊ะดาลัม บนเกาะพีพี โดยตะกอนดังกล่าว สะสมมาเป็นระยะเวลานาน เป็นน้ำเสียที่มาจากสถานประกอบการที่พัก โรงแรม และร้านอาหาร เป็นสาเหตุทำให้น้ำทะเลเป็นสีดำ ตลอดแนวชายหาดเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา

เบื้องต้น ดำเนินการขุดลอกได้เฉพาะในช่วงน้ำทะเลลง และคาดว่า จะต้องใช้ระยะเวลาหลายวัน เนื่องจากมีตะกอนสีดำเป็นวงกว้าง ทั้งบริเวณชายหาดและนอกชายฝั่งอ่าวหลัง และอ่าวโล๊ะดาลัม

นายประเสริฐ วงศ์นา รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลอ่าวนาง เผยว่า บ่อบำบัดน้ำเสียแบบบึงประดิษฐ์ ที่มีอยู่ รองรับน้ำเสียได้เพียงวันละ 400ลูกบาศก์เมตร แต่ปริมาณน้ำเสียบนเกาะพีพี มีประมาณวันละ 1,500-2,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน โดยเฉพาะในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว ทำให้มีน้ำเสียบางส่วนถูกปล่อยลงทะเล โดยไม่ผ่านมการบำบัดที่ถูกวิธี ที่ผ่านมาจังหวัดกระบี่ บังคับใช้กฎหมายตรวจสอบสถานประกอบการต่างๆ อย่างต่อเนื่อง โดยจะต้องติดตั้งถังดักไขมันระบบบำบัดน้ำเสีย ก่อนปล่อยลงคูระบายน้ำ

จ่อร้อง กกต.สอบ ‘ธนาธร’ และพรรคอนาคตใหม่ ปมกู้ยืมเงิน 110 ล้าน

นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย จ่อร้อง กกต.สอบ ‘ธนาธร’ และพรรคอนาคตใหม่ ปมกู้ยืมเงิน 110 ล้าน วันที่ 21 พ.ค.นี้

นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่า ตามที่ปรากฏในสื่อสารมวลชนเป็นการทั่วไป กรณีที่นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ได้รับเชิญให้ไปขึ้นเวทีบรรยายที่สมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศแห่งประเทศไทย หรือ เอฟซีซีที (FCCT) ในหัวข้อ อะไรคืออนาคตของพรรคอนาคตใหม่ (What is the future of Future Forward?) เมื่อวันพุธที่ 15 พ.ค.62 ในการบรรยายตอนหนึ่งนายธนาธรได้กล่าวถึง การบริหารการเงินของพรรคอนาคตใหม่ว่า เพื่อให้พรรคสามารถเดินหน้าในช่วงการเลือกตั้งได้ ปัจจุบันตนจึงให้เงินทางพรรคยืมไปแล้วราว 110 ล้านบาทนั้น

ทั้งนี้ กรณีดังกล่าวจึงเป็นข้อที่น่าสงสัยว่า เป็นการกระทำที่ขัดหรือฝ่าฝืน ม.66 แห่งพรป. ว่าด้วยพรรคการเมือง 2560 หรือไม่ เนื่องจากรายได้ของพรรคการเมืองตาม ม.62 ของกฎหมายดังกล่าวไม่ได้ระบุให้บุคคลใดหรือให้พรรคการเมืองใดสามารถกู้ยืมเงินมาใช้ในกิจกรรมของพรรคการเมืองได้ นอกจากเงินทุนประเดิมของพรรค เงินค่าธรรมเนียมและคำบำรุงพรรค เงินจากการจำหน่ายสินค้าและบริการของพรรค เงินที่ได้จากการจัดกิจกรรมระดมทุนของพรรค เงินที่ได้จากการรับบริจาค เงินอุดหนุนจากกองทุนพรรคการเมือง และดอกผลและรายได้ที่เกิดจากเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดของพรรคเท่านั้น

ถ้าหากการดำเนินการดังกล่าวของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ เป็นการขัดหรือฝ่าฝืนกฎหมายข้างต้นก็อาจจะมีความผิดตาม ม.124 ของ พรป.พรรคการเมือง 2560 ซึ่งมีบทกำหนดโทษไว้ คือ ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้นั้นมีกําหนด 5 ปี ส่วนพรรคอนาคตใหม่ ก็จะมีบทลงโทษตาม ม.125 คือ ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 1 ล้านบาท และให้ศาลสั่งเพิกถอน สิทธิเลือกตั้งของหัวหน้าพรรคการเมืองและกรรมการบริหารพรรคการเมืองมีกําหนด 5 ปี และให้เงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใด ส่วนที่เกินมูลค่าที่กําหนดไว้ตาม ม.66 ให้ตกเป็นของกองทุนพรรคการเมือง

ดังนั้นสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย จึงจะนำความไปร้องให้ กกต.ไต่สวน สอบสวน และวินิจฉัย ในวันอังคารที่ 21 พ.ค.62 เวลา 10.00 น. ณ สำนักงาน กกต. ศูนย์ราชการ อาคาร B ถ.แจ้งวัฒนะ หลักสี่ กทม.นายศรีสุวรรณกล่าวในที่สุด

รวบแก๊งล้วงกระเป๋ามืออาชีพ ตระเวนเดินสายก่อเหตุตามสถานที่ท่องเที่ยว

ป.รวบแก๊งล้วงกระเป๋ามืออาชีพ ออกตระเวนเดินสายก่อเหตุตามสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ

เมื่อวันที่ 19 พ.ค. ที่ กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป. สั่งการให้ พ.ต.อ.เนติ วงษ์กุหลาบ ผกก.5 บก.ป. พ.ต.ต.นิธิ ตรีสุวรรณ สว.กก.5 บก.ป. นำกำลังจับกุม น.ส.พัชรา บรรจงชอบ อายุ 46 ปี อยู่บ้านเลขที่ 61 ซอยชุมชนริมคลองสามัคคี แขวงและเขตคลองเตย กทม. ตามหมายจับศาลจังหวัดราชบุรีที่ 208/2561 ลงวันที่ 29 มิถุนายน 2561 ข้อหา“ร่วมลักทรัพย์ โดยร่วมกันกระทำความผิดด้วยกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำความผิด หรือการพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นการจับกุม หรือร่วมกันรับของโจร และกระทำการเป็นซ่องโจร” จับกุมได้ที่ภายในลานวัดเจริญธรรม ม. 5 ต.เจริญธรรม อ.วิหารแดง จ.สระบุรี

ทั้งนี้ สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 26 พ.ค. 2561 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ดำเนินสะดวก ได้รับแจ้งเหตุว่ามีแก๊งล้วงกระเป๋าจำนวน 12 คน ก่อเหตุล้วงกระเป๋าขโมยเอาทรัพย์สินมีค่าของนักท่องเที่ยวในสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญอย่าง ตลาดน้ำดำเนินสะดวก และ ตลาดน้ำอัมพวา จ.สมุทรสงคราม ได้ทรัพย์สินมีค่าไปรวมประมาณกว่า 1 แสนบาท จนทำให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้รับความเดือดร้อนกันเป็นอย่างมาก จึงนำกำลังลงพื้นที่ก่อนสามารถจับกุมตัวผู้ก่อเหตุได้ในที่เกิดเหตุจำนวน 4 คน ส่วนผู้ร่วมก่อเหตุที่เหลืออีก 8 คน ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบฯชุดจับกุมสืบทราบว่า น.ส.พัชรา ผู้ต้องหารายนี้ซึ่งเป็น 1 ในผู้ร่วมก่อเหตุในวันดังกล่าวซึ่งอยู่ระหว่างการหลบหนีคดีได้มาขายของอยู่ภายในตลาดนัดวัดเจริญธรรม จึงนำกำลังเข้าไปทำการจับกุมตัวได้ดังกล่าว

จากการสอบสวน น.ส.พัชรา ให้การรับสารภาพ โดยยอมรับว่าตนและพวกได้เช่ารถตู้ ออกเดินทางจากชุมชนริมคลองสามัคคี แขวงและเขตคลองเตย กทม. เพื่อเดินทางไปที่เกิดเหตุทั้ง 2 แห่ง เพื่อจะไปก่อเหตุ โดยก่อนการก่อเหตุจะมีการแบ่งหน้าที่กันทำ บางคนมีหน้าที่ในการล้วงกระเป๋า บางคนมีหน้าที่เดินไปขวางหน้าเหยื่อเพื่อให้เหยื่อหยุดเดิน บางคนมีหน้าที่เดินตามหลังเพื่อบังไม่ให้ผู้อื่นเห็นขณะก่อเหตุ ซึ่งหลังจากได้ทรัพย์สินมาแล้วก็จะนำมาแบ่งกัน โดยแต่ละครั้งจะได้ทรัพย์สินไม่ต่ำกว่าแสนบาท

นอกจากนี้ ยังยอมรับอีกว่า เคยก่อเหตุในลักษณะนี้มาแล้วไม่ต่ำกว่า 20 ครั้ง ซึ่งสถานที่ก่อเหตุส่วนใหญ่จะเป็นสถานที่มีผู้คนพลุกพล่าน เช่นตลาดน้ำอัมพวา ตลาดน้ำดำเนินสะดวก ตลาดรังสิต ตลาดสำเพ็ง ห้างสรรพสินค้าแพ็ทตินัม ตลาดนัดบางปูแลนด์ เป็นต้น อย่างไรก็ตามจากการตรวจสอบประวัติพบว่า น.ส.พัชรา เคยถูกดำเนินคดีในข้อหาลักทรัพย์มาแล้ว 3 ครั้ง โดยครั้งล่าสุดเพิ่งพ้นโทษออกมาเมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2561 กระทั่งมาก่อเหตุดังกล่าว เขื้องต้นจึงแจ้งข้อกล่าวหาก่อนนำตัวส่ง สภ.ดำเนินสะดวก ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ภาพจาก การเมือง-ชุมชน