หนุ่มใหญ่วัย 43 เมินคนหาว่าบ้า หลังตัดหญ้าริมถนน โดยไม่หวังผลตอบแทน

ประเด็นน่าสนใจ

  • หนุ่มใหญ่ไม่สนคนมองว่าบ้า ตระเวนตัดหญ้าริมถนนฟรีๆ
  • ส่วนสาเหตุนั้นเพราะอยากตอบแทนแผ่นดิน และทำความดีถวายในหลวงรัชกาลที่ 9

วันที่ 30 พฤษภาคม 2562 ผู้สื่อข่าว MThai ได้เดินทางไปพบกับนายวรพจน์ คงดี อายุ 43 ปี เพื่อสอบถาม หลังจากพบว่าเขาได้ทำความดีเพื่อถวายแด่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ด้วยการตระเวนตัดหญ้าริมทางมานานกว่า 2 ปีโดยไม่หวังผลตอบแทน

โดยนายวรพจน์ เผยว่าตนเองเคยเป็นผู้ป่วยจิตเวช แต่ผ่านการรักษามาแล้ว อีกทั้งยังเป็นคนในพื้นที่หมู่ที่ 4 ตำบลอุไดเจริญ อำเภอควนกาหลง จังหวัดสตูล และชอบทำความดีจึงอาสาตัดหญ้าที่รกร้างตามริมถนน และบริเวณหน่วยงานราชการที่หน้าสำนักให้ฟรีโดยไม่หวังผลตอบแทน แม้ว่าจะมีบางคนมองว่าสิ่งที่ตนทำนั้นเป็นเรื่องบ้าบอ แต่ไม่เคยสนใจ

เพราะเป็นเรื่องดีเกิดประโยชน์ต่อแผ่นดิน และตอบแทนพระคุณในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่พระองค์เป็นตนแบบที่ดี จึงต้องการที่จะเดินรอยตาม และการทำดี จึงเลือกการตัดหญ้าที่รกร้างเพราะเป็นสิ่งที่ถนัด โดยไม่ได้ให้ใครยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ แต่ที่ผ่านมาก็มีคนซื้อน้ำ ซื้อน้ำมันมาช่วยบ้าง ก็ต้องขอขอบคุณในน้ำใจที่ยื่นให้ด้วย

สำหรับนายวรพจน์ คงดี จะใช้เวลาว่างหลังไปกรีดยางพาราเสร็จก็จะตระเวนตามถนนเพื่อดูว่า ริมข้างทางถนนมีหญ้ารกขึ้น ก็จะมาพร้อมกับเครื่องตัดหญ้าคู่ใจแถมตนเองยังซื้อน้ำมันใส่เครื่องตัดหญ้าด้วยเงินที่ได้จากการกีดยางพารา โดยทำแบบนี้มาตลอด 2 ปี

โปรดเกล้าฯ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ พระราชทานปริญญาบัตร ม.ราชภัฏ แทนพระองค์

ประเด็นน่าสนใจ

  • สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ เสด็จ แทนพระองค์ไปในการพระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สําเร็จการศึกษา จากมหาวิทยาลัยราชภัฏทั่วราชอาณาจักร  และมหาวิทยาลัยสวนดุสิต ประจําปีการศึกษา 2559-2560

วันนี้ (30 พ.ค. 2562) ผู้ใช้ทวิตเตอร์ ได้มีการโพสต์ภาพเอกสารที่แจ้งไปยังอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏทั่วประเทศว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ เสด็จ แทนพระองค์ไปในการพระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สําเร็จการศึกษา จากมหาวิทยาลัยราชภัฏทั่วราชอาณาจักร  และมหาวิทยาลัยสวนดุสิต ประจําปีการศึกษา 2559-2560

โดยข้อความในเอกสารดังกล่าว ส่งถึงมหาวิทยาลัยจันทรเกษม ไมีใจความระบุว่า  เรื่อง เรียนเชิญประชุมเตรียมความพร้อมงานพิธีพระราชทานปริญญาบัตรมหาวิทยาลัยราชภัฏ

เรียน อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏทุกแห่ง

ตามที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ สมเด็จลูกเธอเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ เสด็จฯ แทนพระองค์ไปในการพระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษา จากมหาวิทยาลัยราชภัฏทั่วราชอาณาจักร และมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต ประจำปีการศึกษา 2559-2560 ระหว่างวันที่ 17-20 มิถุนายน 2562 ภาคเช้า เวลา 10.00 น. และภาคบ่าย เวลา 14.00 น. ณ ห้องประชุมพระปกเกล้า อาคารอเนกนิทัศน์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช อําเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี นั้น

เพื่อให้งานพิธีดังกล่าวเป็นไปด้วยความเรียบร้อยสมพระเกียรติ มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม ขอเรียนเชิญรองอธิการบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา, ผู้อำนวยการกองพัฒนานักศึกาา และผู้แทนฝ่ายอัญเชิญปริญญาบัตร จำนวน 3 ท่าน เข้าร่วมประชุมเตรียมความพร้อมงานพิธีพระราชทานปริญญาบัตร

มหาวิทยาลัยราชภัฏทั่วราชอาณาจักร และมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต ประจำปีการศึกษา 2559-2560 ในวันพุธที่ 5 มิถุนายน 2562 เวลา 09.30 น. ณ ห้องประชุมพิมานจันทร์ 1 ชั้น 12 อาคารสำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม

จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณา
ขอแสดงความนับถือ
รองศาสตราจารย์สุมาลี ไชยศุภรากุล
อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม

หัวใจน่ากราบ! ครอบครัว อัมพุธ  ยอมมอบร่างลูกชายให้ รพ. ไปต่อชีวิตคนอีก 6 ราย

ประเด็นน่าสนใจ

  • เด็กหนุ่มวัย 18 ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต แต่กลับต่อชีวิตให้กับคนอีก 6 คน หลังเขาไปบริจาคอวัยวะไว้กับสภากาชาดไทย
  • ด้านครอบครัวตกใจ และยากจะยอมรับ แต่ก็พร้อมมอบร่างให้กับโรงพยาบาล เพื่อช่วยชีวิตคนตามเจตนารมณืของลูก
  • เหตุการณ์นี้ถือเป็นเหตุการณ์เตือนใจสำหรับผู้ปกครองที่มีเด็กเล็ก ควรดูแลให้ดีอย่าคลาดสายตาเพราะอาจเกิดโศกนาฏกรรมสุดสลดขึ้นได้
  • คุณสมบัติของผู้บริจาคอวัยวะ 1. ผู้บริจาคอวัยวะต้องมีอายุไม่เกิน 60 ปี 2. เสียชีวิตจากสภาวะสมองตายด้วยสาเหตุต่าง ๆ 3. ปราศจากโรคติดเชื้อ และโรคมะเร็ง 4. ไม่เป็นโรคเรื้อรัง เช่น เบาหวาน, หัวใจ, โรคไต, ความดันโลหิตสูง, โรคตับ และไม่ติดสุรา 5. อวัยวะที่จะนำไปปลูกถ่ายต้องทำงานได้ดี 6. ปราศจากเชื้อที่ถ่ายทอดทางการปลูกถ่ายอวัยวะ เช่น ไวรัสตับอักเสบชนิดบี, ไวรัสเอดส์ ฯลฯ 7. กรุณาแจ้งเรื่องการบริจาคอวัยวะแก่บุคคลในครอบครัวหรือญาติให้รับทราบด้วย

วันนี้ (30 พ.ค. 2562) ผู้สื่อข่าว MThai ได้รายงานว่า ที่ จ.เชียงราย ได้เกิดเรื่องราวสุดประทับใจ และควรยกให้เป็นแบบอย่างในสังคมที่ควรเอาเยี่ยงอย่าง หลังจากคุณพ่อวัยอายุ 56 ปี รายหนึ่งได้ยกร่างของลูกชายที่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุให้กับทางโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ จ.เชียงราย

หลังจากทราบว่าลูกชายได้ไปทำเรื่องบริจาคร่างกายไว้แต่ไม่ได้บอกกล่าว แม้ว่าจะรู้สึกตกใจในเบื้องต้น แต่ก็ยอมรับและทำตามความตั้งใจของลูกเมื่อครั้งยังมีชีวิต  ทราบชื่อคุณพ่อรายดังกล่าวคือ  นายวัชระ อัมพุธ  ขณะที่บุตรชายนั้นคือ นายพงศธร อัมพุธ อายุ 18 ปี บ้านเลขที่ 180 หมู่ 3 ต.หนองหล่ม อ.ดอกคำใต้ จ.พะเยา

โดยคุณพ่อนายวัชระ เผยว่า หลังลูกเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ ทางโรงพยาบาลได้ติดต่อมาแจ้งว่า ลูกชายได้ทำเรื่องบริจาคร่างกายกับศูนย์รับบริจาคอวัยวะสภากาชาดไทยไว้ ตอนแรกก็แปลกใจและยังรับไม่ได้ แต่เมื่อทราบว่าร่างของลูกสามารถช่วยชีวิตคนต่อได้อีก 6 คน ตนจึงไม่ลังเลที่จะทำตามเจตนารมและความตั้งใจของลูก  จึงได้ร่วมอนุโมทนาบุญ และอนุญาตให้แพทย์ได้ดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป

ขณะที่ นางเสาร์คำ อัมพุธ อายุ 47 ปี ผู้เป็นแม่ของนายพงศธร กล่าวว่าปกติลูกชายเป็นคนดี ชอบทำบุญ และนิสัยเรียบร้อย ดูเงียบๆ เมื่อประมาณ 2 ปีก่อนเมื่อยังเรียนหนังสืออยู่ในชั้นมัธยมศึกษาได้แอบไปทำเรื่องขอบริจาคอวัยวะโดยที่ครอบครัวหรือแม้แต่ตนไม่เคยรับรู้มาก่อน

กระทั่งได้มีจดหมายแจ้งตอบรับจากศูนย์รับบริจาคไปถึงบ้านทำให้ตนพึ่งได้รับทราบ ซึ่งครั้งแรกก็รู้สึกน้อยใจและไม่เห็นด้วยกับลูกเพราะเกรงจะเป็นลางร้ายแต่เมื่อทราบถึงความต้องการของเขาที่จะทำบุญและยังได้รับทราบจากแพทย์ด้วยว่าปัจจุบันมีผู้ที่ขาดแคลนอวัยวะเป็นจำนวนมาก ทำให้ได้ปรึกษาหารือกันแล้วก็อนุญาตเพื่อร่วมทำบุญกับเขาแล้ว

ด้านนายแพทย์สำเริง สีแก้ว รอง ผอ.ฝ่ายการแพทย์โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์  กล่าวว่าทางโรงพยาบาลขอขอบคุณครอบครัวอัมพุธอย่างมาก  ที่อนุญาตให้นายพงศธรได้บริจาคอวัยวะ เพราะถือว่าได้ประโยชน์ในช่วยเหลือผู้ป่วยให้รอดชีวิตได้อีกหลายราย ซึ่งถือเป็นการทำบุญที่ยิ่งใหญ่

เพราะสถานการณ์ผู้ป่วยทั้งประเทศในปัจจุบันพบว่ามีผู้ป่วยกว่า 6,241 รายที่จำเป็นต้องได้รับการปลูกถ่ายอวัยวะโดยส่วนใหญ่เป็นอวัยวะไตถึง 6,000 กว่าราย รองลงมาคืออวัยวะตับ 247 ราย หัวใจและปอดอย่างละ 23ราย เป็นต้น

ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงแต่พบว่าบริจาคอวัยวะได้ในปี 2562 นี้เพียง 111 รายและมีผู้ป่วยที่ได้รับการปลูกถ่ายอวัยวะเพียง 255 ราย ซึ่งถือว่ายังไม่เพียงพอ ปัจจุบันโรงพยาบาลจึงได้มีการประชาสัมพันธ์ในเรื่องนี้อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้คนในสังคมได้เห็นถึงความสำคัญในเรื่องนี้

สำหรับน้องวัชระ อัมพุธ ประสบอุบัติเหตุขับรถจักรยานยนต์เสียหลักพุ่งลงข้างทางทำให้ศีรษะได้รับการกระทบกระเทือน และไม่รู้สึกตัวมาตั้งแต่อยู่ที่โรงพยาบาลพะเยาจากนั้นจึงมีการส่งตัวไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์กระทั่งได้เสียชีวิตในที่สุด