สมเด็จพระสังฆราช ประทานพระคติธรรม เนื่องในวันวิสาขบูชา

เนื่องในดิถีวิสาขบูชา วันเสาร์ ที่ ๑๘ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๖๒ เจ้าพระคุณ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ประทานพระคติธรรม ความว่า

“ดิถีวิสาขบูชา อันเป็นวันคล้ายวันประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพาน ของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และเป็นวันสำคัญสากลของโลก ได้เวียนมาบรรจบอีกคำรบหนึ่งแล้ว

พระโพธิสัตว์สิทธัตถราชกุมารเสด็จอุบัติขึ้นบนโลกนี้เมื่อกว่า ๒,๖๐๐ ปีก่อน ทรงถึงพร้อมด้วยพระชาติ มีพระกายลักษณะอย่างมหาบุรุษครบถ้วนเป็นอัศจรรย์ แต่ที่วิเศษยิ่งกว่านั้นคือพระคุณ ด้วยเหตุแห่งการตรัสรู้อนุตรสัมมาสัมโพธิญาณ ยังให้ทรงบริบูรณ์ด้วย ‘พระปัญญาคุณ’ สามารถชำระกิเลสเครื่องเศร้าหมองให้หมดสิ้นไปจากพระทัย บรรลุถึงความสะอาดผ่องใสที่เรียกว่า ‘พระบริสุทธิคุณ’ แล้วจากนั้นไม่นานก็ได้ทรงเผยแผ่พระธรรมสั่งสอนโลก ด้วยอำนาจแห่ง ‘พระมหากรุณาคุณ’ ครบถ้วนแห่งองค์คุณของความเป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า ตลอด ๔๕ พรรษาแห่งการบำเพ็ญพุทธกิจ

สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า มีพระปัจฉิมวาจาก่อนเสด็จดับขันธปรินิพพานว่า ‘วยธมฺมา สงฺขารา อปฺปมาเทน สมฺปาเทถ’ แปลความว่า ‘สังขารมีความเสื่อมสลายไปเป็นธรรมดา ท่านทั้งหลายจงยังความไม่ประมาทให้ถึงพร้อมเถิด’ ดังนี้

ขอทุกท่านหันกลับมาพิจารณาสังขารธรรม หรือความปรุงแต่งในรูปและนาม ณ บัดนี้ แล้วจงฉุกคิดถามตนเองว่า ในขณะที่รูปและนามกำลังเสื่อมสลายไปเป็นธรรมดา ท่านได้อบรมเจริญปัญญา เป็นเสบียงแห่งอนาคตไว้มากน้อยเพียงไรแล้ว ท่านกำลังมีความประมาทในชีวิต เผลอคิดไปว่ายังเหลือเวลาอยู่อีกมากหรือไม่ ในเมื่ออันที่จริง ทุกคนไม่อาจทราบได้ว่าความตายจะมาถึงเมื่อไร

ชีวิตนี้สั้นนัก เพราะฉะนั้น ‘ความไม่ประมาท’ ณ ขณะปัจจุบัน จึงเป็นบทสรุปแห่งพระบรมพุทโธวาทที่สั้นที่สุด แต่มีความสำคัญสูงสุดสำหรับชาวพุทธทุกคน

​ขอสาธุชนอย่าละเลยการบำเพ็ญทาน รักษาศีล และเจริญภาวนา อันนับเป็น ‘ปฏิบัติบูชา’ ที่พึงกระทำต่อพระรัตนตรัย เพื่อความดำรงคงมั่นแห่งพระสัทธรรมของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เป็นประทีปส่องใจเวไนยนิกรทั้งปวงสืบไปตลอดกาลนาน เทอญ

มิติใหม่! งานเตียวขึ้นดอย สะอาดไร้ขยะ หลังมีการจัดระเบียบพร้อมรับมือ

ประเด็นน่าสนใจ

  • ประเพณีเตียวขึ้นดอย จะจัดเป็นประจำทุกปี ก่อนหน้าวันวิสาขบูชา 1 คืน
  • ในงานจะมีขบวนแห่น้ำสำหรับสรงพระธาตุ โดยมีพระสงฆ์ สามเณร และพุทธศาสนิกชนจากชุมชนต่างๆ รวมถึงนักท่องเที่ยวจากต่างถิ่น มาร่วมกันเดินเท้าขึ้นดอยสุเทพ เป็นระยะทางกว่า 11 กิโลเมตร เพื่อไปกราบสักการะพระบรมธาตุ

เป็นประจำทุกปีที่อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย ต้องประสบปัญหาขยะ หลังผ่านพ้นคืนประเพณีเตียวขึ้นดอยสุเทพเนื่องในวันวิสาขบูชา โดยในช่วงสองสามปีที่ผ่านมาพบว่าขยะที่ส่วนใหญ่เป็นขวดน้ำพลาสติกและกล่องโฟม ถูกทิ้งตามริมทางในคืนเดียวกว่า 50 ตัน ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ต้องระดมจัดเก็บ ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

แต่ในปีนี้ ถือเป็นปีแรกประสบความสำเร็จร้อยเปอร์เซ็นต์ในการจัดการปัญหาขยะ เช้าวันนี้ผู้สื่อข่าวสำรวจถนนศรีวิชัย เส้นทางขึ้นสู่วัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร ที่เมื่อคืนที่ผ่านมามีประชาชนหลายหมื่นคน ร่วมประเพณีเตียวขึ้นดอย

ปรากฏว่าตลอดสองฝั่งบนเส้นทาง 11 กิโลเมตร ไม่มีขยะริมทางแม้แต่ชิ้นเดียว แต่มีการจัดเก็บใส่ในถุงดำอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย วางอยู่ริมทางเป็นระยะ รอเจ้าหน้าที่เข้ามาจัดเก็บไปทำลาย ซึ่งภาพความสะอาดเรียบร้อยบนถนนสายบุญ ทำให้ได้รับเสียงชื่นชมจากประชาชนและนักท่องเที่ยวที่เดินทางขึ้นไปทำบุญกันในช่วงเช้าวันนี้

นายวัลลภ นามวงศ์พรหม เลขาธิการมูลนิธิพระบรมธาตุดอยสุเทพ บอกว่า ปีนี้ทางวัดได้มีการรณรงค์ถนนสายบุญปลอดขยะ ขอความร่วมมือประชาชนงดทิ้งขยะริมทาง รวมทั้งมีจิตอาสากว่าพันคน ที่เดินถือถุงดำคอยรับขยะจากประชาชนและนักท่องเที่ยวตลอดเส้นทาง ซึ่งความร่วมมือของทุกฝ่ายทำให้ประสบความสำเร็จ โดยทางวัดจะใช้โมเดลนี้ เป็นต้นแบบในการรณรงค์ประเพณีเตียวขึ้นดอยในปีต่อ ๆ ไป

ตำรวจรุดสอบแล้ว พ่อตบตี-บีบคอลูกชาย เย้ยแม่ทำงานที่เกาหลี

จากกรณีที่เกิดเหตุภาพสลด เมื่อพ่อรายหนึ่งคุมอารมณ์ตัวเองไม่อยู่ เข้าทำร้ายลูกชายวัย 4 ขวบด้วยการตบตี บีบคอลูก เพื่อประชดภรรยาที่ไปทำงานอยู่ที่ประเทศเกาหลีใต้ หลังมีชายอื่นโผล่เข้ามาในวิดีโอคอล โดยเหตุเกิดที่ บ้านหนองขุนปราบ ต.เมืองแฝก อ.ปลายมาศ จ.บุรีรัมย์นั้น

ล่าสุดทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ทะเมนชัย อ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์ พร้อมด้วยฝ่ายความมั่นคงได้เข้าตรวจสอบเรื่องที่เกิดขึ้นแล้ว ทราบชื่อผู้ก่อเหตุคือ นายกิตติพงศ์ อายุ 34 ปี โดยเขายอมรับว่าได้ก่อเหตุดังกล่าวจริง

เนื่องจากโมโหที่อดีตภรรยาที่ทำงานอยู่ประเทศเกาหลีใต้ ได้วีดิโอคอลมาหา แต่พอกดรับกลับเป็นผู้ชายที่ฝ่ายอดีตภรรยาอยู่กินด้วย จากนั้นจึงไปนั่งดื่มเหล้าย้อมใจ กระทั่งประมาณเที่ยงคืน จึงตัดสินใจไปลากลูกชายออกมา และลงมือทำร้ายตีลูก ก่อนจะส่งคลิปไปไปให้ภรรยาได้ดูดังกล่าว

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้คุมตัว นายกิตติพงศ์ ไปสอบปากคำที่ สภ.ทะเมนชัย พร้อมลงบันทึกไว้เป็นหลักฐานและตักเตือน ซึ่งนายกิตติพงศ์ก็รับปากว่าจะไม่ทำร้ายลูกอีก และที่ทำไปก็เพื่อต้องการจะประชดภรรยาและความหึงหวง