อ.เจษ ชี้แจง สาเหตุเกิดหมึกเรืองแสง

ประเด็นน่าสนใจ

  • หมึกเรืองแสงได้เพราะติดเชื้อโรค
  • หากจะรับประทานควรทำให้สุก หรือหลีกเลี่ยง เพราะทำให้เกิดอาการเจ็บป่วยเกี่ยวกับทางเดินอาหารได้

จากกรณีที่เกิดเป็นที่วิพากวิจารณ์อย่างกว้างขวาง หลังมีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งโพสต์ภาพและข้อความตั้งข้อสงสัยว่าปลาหมึกที่เขาซื้อมาจากตลาดนั้นอาจเป็นของปลอม เพราะมันสามารถเรืองแสงได้นั้น

วันนี้ (18 พ.ค. 2562) อ.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ออกมาเปิดเผยข้อเท็จจริงถึงเรื่องดังกล่าว ผ่านเพจ อ๋อ มันเป็นอย่างนี้นี่เอง by อาจารย์เจษฎ์ ว่า ปลาหมึกที่เห็นไม่ใช่ปลาหมึกปลอมตามที่สงสัยแต่อย่างใด ซึ่งสาเหตุของการที่มันสามารถเรืองแสงได้นั้น เป็นเพราะในตัวปลาหมึกมีเชื้อแบคทีเรียอยู่ ซึ่งเชื้อจุลินทรีย์ที่ว่านี่เองที่มันเรืองแสง

“หมึกเรืองแสง ไม่ใช่หมึกปลอม แต่เป็นหมึกติดเชื้อโรคครับ”

เคสอาหารปลอม มาอีกเคสแล้วครับ คราวนี้เป็นเรื่องปลาหมึกปลอม ซึ่งแปลกกว่าเดิมที่มักจะอ้างว่าเจอหมึกเนื้อแข็งๆ แล้วกลัวว่าจะทำจากยางหรือพลาสติก แต่คราวนี้เป็นหมึกเรืองแสง ! …. ซึ่งมันไม่ใช่หมึกปลอมนะครับ แต่ว่าเป็นหมึกที่มีเชื้อแบคทีเรียอยู่ ซึ่งเชื้อจุลินทรีย์มันเรืองแสงได้ครับ

กรณีนี้จะคล้ายกับเรื่อง “ลูกชิ้นปลาเรืองแสง” ที่เคยเป็นข่าวมาก่อน ซึ่งทาง สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อ.ย.) ได้เคยอธิบายว่า อาจเกิดจากการเจริญของเชื้อจุลินทรีย์แบคทีเรียประเภท Photobacterium phosphoreum ซึ่งสามารถผลิตสารเรืองแสงได้

เชิ้อแบคทีเรียพวกนี้ ได้แก่ Pseudomonas sp., Pseudomonas fluorescens, Vibrio fischeri, Vibrio phosphoreum, Vibrio harveyi, Photobacterium luciferum พบได้ตามแหล่งน้ำทะเลในธรรมชาติ จึงอาจติดมากับอาหารทะเลได้

ถ้าอาหารทะเลนั้น ถูกทำให้สุกด้วยความร้อนแล้ว ก็จะสามารถทำลายแบคทีเรียเหล่านี้ได้ แต่ถ้ายังดิบอยู่หรือไม่ได้ฆ่าเชื้อให้หมด ประกอบกับการเก็บรักษาที่อุณหภูมิไม่เหมาะสม (ควรต่ำกว่า 4 องศาเซลเซียส) ก็จะทำให้จุลินทรีย์เพิ่มจำนวนขึ้นได้ จนทำให้อาหารทะเลนั้นเรืองแสงได้

เชื้อจุลินทรีย์พวกนี้ อาจจะเป็นเชื้อจุลินทรีย์ก่อโรคด้วย จึงต้องระมัดระวังในการนำมารับประทาน เพราะอาจมีอันตรายต่อสุขภาพ เช่น โรคระบบทางเดินอาหาร คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง ท้องเสียรุนแรง ลำไส้อักเสบ ก็ได้ครับ

ข้อมูลจาก https://health.mthai.com/health-news/7132.html

ปภ.เผยมีพื้นที่ประสบวาตภัยกว่า 18 จังหวัด เร่งช่วยเหลือ

ปภ.รายงานมีพื้นที่ประสบวาตภัย 18 จังหวัด เร่งสำรวจความเสียหายและให้การช่วยเหลือโดยด่วน

กระทรวงมหาดไทย โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) รายงานจากอิทธิพลหย่อมความกดอากาศต่ำเนื่องจากความร้อนปกคลุมประเทศไทยตอนบน ตั้งแต่วันที่ 7 – 18 พ.ค.62 ทำให้มีพื้นที่ได้รับผลกระทบจากพายุฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรง 18 จังหวัด รวม 47 อำเภอ 88 ตำบล 209 หมู่บ้าน บ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหาย 1,607 หลัง มีผู้เสียชีวิต 1 ราย ซึ่ง ปภ.ได้ร่วมกับหน่วยทหาร จังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งสำรวจความเสียหายและให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยในเบื้องต้นอย่างเร่งด่วน

นายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า จากอิทธิพลหย่อมความกดอากาศต่ำเนื่องจากความร้อนปกคลุมประเทศไทยตอนบน ส่งผลให้ตั้งแต่วันที่ 7 – 18 พฤษภาคม 2562 เกิดพายุฝน ฟ้าคะนองและลมกระโชกแรง มีพื้นที่ได้รับผลกระทบ 18 จังหวัด ได้แก่ ขอนแก่น มหาสารคาม อุบลราชธานี กาญจนบุรี สกลนคร อุดรธานี แม่ฮ่องสอน สมุทรสาคร สมุทรสงคราม พระนครศรีอยุธยา น่าน นครสวรรค์ แพร่ ตาก พิษณุโลก อุตรดิตถ์ กำแพงเพชร และพะเยา รวม 47 อำเภอ 88 ตำบล 209 หมู่บ้าน บ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหาย 1,607 หลัง มีผู้เสียชีวิต 1 ราย (แม่ฮ่องสอน)

ซึ่งกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้ประสานจังหวัด หน่วยทหาร องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยในเบื้องต้น โดยแจกจ่ายเครื่องอุปโภคบริโภค กระเบื้องมุงหลังคา และวัสดุอุปกรณ์ซ่อมแซมบ้านเรือนแก่ผู้ประสบภัย รวมถึงจัดเจ้าหน้าที่สำรวจและประเมินความเสียหาย เพื่อดำเนินการช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวงการคลังฯ ทั้งการชดเชยความเสียหายของบ้านเรือนเป็นวัสดุก่อสร้าง หรือจ่ายเงินช่วยเหลือตามความเหมาะสม อีกทั้งจ่ายเงินสงเคราะห์ค่าจัดการศพตามระเบียบและหลักเกณฑ์ที่กำหนดแก่ครอบครัวผู้เสียชีวิต

อย่างไรก็ตาม ในระยะนี้หลายพื้นที่อาจเกิดพายุฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรง ปภ.จึงขอฝากเตือนประชาชนให้ติดตามพยากรณ์อากาศและประกาศเตือนภัยอย่างใกล้ชิด พร้อมปฏิบัติตามคำเตือนและคำแนะนำอย่างเคร่งครัด ส่วนเกษตรกรให้จัดทำที่ค้ำยันต้นไม้หรือที่กำบัง เพื่อป้องกันพืชผลทางการเกษตรได้รับความเสียหาย ทั้งนี้ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากพายุฤดูร้อน สามารถติดต่อขอความช่วยเหลือได้ทางสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประสานให้การช่วยเหลือโดยด่วนต่อไป

เปิดใจ 2 หนุ่มบุรุษไปรษณีย์ อาสาพาสุนัขถูกรถเหยียบ กลับบ้านเจ้าของ

เปิดใจ 2 หนุ่มบุรุษไปรษณีย์ อาสาพาสุนัขถูกรถเหยียบได้รับบาดเจ็บ รักษาที่โรงพยาบาลสัตว์ ก่อนพากลับบ้านเจ้าของ

จากกรณีที่เพจ “ไปรษณีไทย” ได้แชร์เรื่องราวหนุ่มส่งจดหมายว่าได้ช่วยเหลือน้องหมา ขณะนำจ่ายจดหมาย โดยเฟซบุ๊กเพจ บริษัทไปรษณีไทย จำกัด โพสต์ข้อความระบุว่า “ผมขี่รถมอเตอร์ไซค์นำจ่ายของอยู่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมด เจอน้องหมาถูกรถเหยียบคาตาเลยน้องวิ่งเข้าไปในล้อหลังของรถที่กำลังวิ่งอยู่ข้างหน้า ส่วนคนขับรถที่เหยียบ คงไม่เห็นเลยขับต่อไปผมเห็นสภาพน้องเลือดไหลออกเยอะมาก ใจคิดยังไงต้องช่วยน้องหมาเลยโทรหาเพื่อนนำจ่ายอีกคนชื่อปุ๊กให้มาช่วยน้องที่แรกเห็นอาการไม่ดีและไม่พบเจ้าของด้วย เลยโทรไปปรึกษากับโรงพยาบาลสัตว์ใกล้ๆ แต่ผมไม่มีเงินพอจะรักษาเลยได้แต่เช็ดเลือดให้ เบื้องต้นพอดีกับเจ้าของน้องเขาปั่นจักรยานกลับมาเป็นลุงที่เก็บขยะอยู่แถวนั้นลุงแกเองก็โมโหเพราะตัวเองก็ไม่มีเงินพอที่จะรักษาน้องหมาได้ ผมกับเพื่อนอีกคนเลยอาสาพาน้องกลับบ้านเท่าที่จะช่วยได้ สงสารน้องครับ”

ล่าสุดวานนี้ (17 พ.ค. 62) เมื่อเวลา 16.00 น. ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังที่ทำงานหนุ่มไปรษณีย์ดังกล่าว บริเวณ บ.ไปรษณีย์ไทย จก. เลขที่49 ม.11 ถนนลำลูกกา ต. บึงคำพร้อย อ. ลำลูกกา จ. ปทุมธานี โดยได้พบนาย ธนทัต อินทรทูต อายุ 24 ปี และเพื่อนรุ่นน้อง

นายธนทัต เปิดเผยว่า ตนส่งจดหมายในหมู่บ้านวิ่งจากคลองสาม เห็นรถกระบะวีโก้สีดำขับผ่าน แต่ผิดสังเกตตรงมีอะไรวิ่งเข้าไปใต้ท้องรถ พอรถผ่านไปก็ได้ยินเสียงสุนัขร้องลั่น ตนคิดว่ายังไงก็ต้องช่วยก่อน จึงตัดสินใจโทรหาเพื่อนอีกคนให้มาช่วย และโทรปรึกษา รพ. สัตว์ ซึ่งเพื่อนอีกคนกระเป๋าว่าง เลยใส่สุนัขในกระเป๋าขึ้นรถ ตามภาพในเฟซบุ๊กที่ถูกแชร์ออกไป

ส่วนอาการสุนัข ขณะนี้ดีขึ้นเรื่อยๆ อยู่ที่ รพ.สัตว์คลอง 7 ลำลูกกา ซึ่งค่าใช้จ่าย ลุงที่เป็นเจ้าของสุนัขก็ยากจน อาการตอนนี้ก็เรี่มดีขึ้นมากแล้ว มีผู้ใจบุญช่วยเหลือค่ารักษาพยาบาล เบื้องต้นพบว่ากระดูกเชิงกรานฝั่งซ้ายหัก 3 ตำแหน่ง ฝั่งขวาเคลื่อน ซึ่งคุณหมอประเมินว่าต้องรักษาอีก 1 เดือน