ภาพน้ำเสียสีดำ ถูกปล่อยลงทะเลอ่าวโล๊ะดาลัม เกาะพีพี ทำนทท.ไม่กล้าลงเล่น

สภาพน้ำเสียสีดำที่ถูกปล่อยลงทะเล บริเวณชายหาดอ่าวโล๊ะดาลัม เกาะพีพี ม.7 ต.อ่าวนาง อ.เมือง จ.กระบี่ เป็นบริเวณกว้างตลอดแนวชายหาด กำลังถูกแชร์ในโลกโซเชียล และเกิดการวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวาง ถึงสภาพความเสื่อมโทรมอย่างหนักของเกาะพีพี ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยว ที่มีชื่อเสียงระดับโลก

โดย ผู้ประกอบการรายหนึ่ง ระบุว่า สภาพน้ำเสียที่อ่าวโละดาลัมเกิดขึ้นมาประมาณ 4-5 วัน เกิดจากผู้ประกอบการโรงแรม ร้านอาหารในพื้นที่ ปล่อยน้ำเสียลงชายหาด โดยไม่ผ่านการบำบัด ส่งผลให้ชายหาดหมดความสวยงาม ทำให้ไม่มีนักท่องเที่ยวลงเล่นน้ำบริเวณดังกล่าว เนื่องจากจะเกิดอาการคันตามผิวหนัง พร้อมเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ปัญหา

จากการสอบถาม นายพันคำ กิตติธรกุล นายกอบต.อ่าวนาง ทราบว่า ภาพน้ำเสียสีดำที่ปล่อยลง ชายหาดอ่าวโล๊ะดาลัม ตามที่มีการแชร์ในโลกออนไลน์นั้น เกิดขึ้นเมื่อช่วงฝนตกหนักบนเกาะพีพีเมื่อประมาณ 2-3วันที่ผ่านมา ซึ่งในวันนี้ได้ให้เจ้าหน้าที่ เข้าไปตรวจสอบ ปรากฏว่าไม่มีน้ำเสียสีดำบริเวณชายหาดแล้ว ขอให้หยุดแชร์ภาพดังกล่าวเกรงจะทำหนักท่องเที่ยวเช้าใจผิดได้ และกระทบการท่องเที่ยวของเกาะพีพี

ส่วนสาเหตุที่เกิดน้ำเสีย คาดว่า เกิดจากโรงแรม สถานประกอบการ ปล่อยน้ำเสีย โดยไม่ผ่านการบำบัด หรือไม่มีถังดักไขมัน ทำให้เมื่อมีฝนตกลงมา น้ำก็จะเอ่อล้นและทะลักลงสู่ชายหาด ซึ่งที่ผ่านมาก็มีการตักเตือนกันหลายครั้ง หลังจากนี้จะจัดเจ้าหน้าที่ร่วมกับทางจังหวัดลงพื้นที่ ตรวจสอบ และดำเนินการเอาผิดกับสถานประกอบการที่ปล่อยน้ำเสียดังกล่าว

นักวิชาการ มองทิศทาง ‘ประชาธิปัตย์’ หลังมีหัวหน้าพรรคคนใหม่ คาดมี 2 ทางเลือก

นักวิชาการวิเคราะห์ทิศทางการเมืองของพรรคประชาธิปัตย์ หลังมีหัวหน้าพรรคคนใหม่ คาดมี 2 ทางเลือก คือเป็นฝ่ายค้านอิสระ หรือเข้าร่วมรัฐบาลแต่ยังคงรักษาตัวตนความเป็นประชาธิปัตย์

นักวิชาการจากสถาบันพระปกเกล้า เผยถึงทิศทางทางการเมืองของพรรคประชาธิปัตย์ หลังนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ได้รับเลือกเป็นหัวหน้าพรรคคนใหม่ โดยมองว่า มีความเป็นไปได้ที่เสียงของสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ อาจแตกเป็น 2 ฝั่ง และมีแนวโน้มใน 2 ทางเลือก คือ 1.การเป็นฝ่ายค้านอิสระ และ 2.การร่วมรัฐบาลอิสระ

นักวิชาการจากสถาบันพระปกเกล้า ได้ขยายความว่า การเป็นฝ่ายค้านอิสระของพรรคประชาธิปัตย์ คือจะไม่เข้าร่วมทั้งฝั่งพรรคพลังประชารัฐ รวมทั้งพรรคเพื่อไทยด้วย เนื่องจากอุดมการณ์แตกต่างกันสิ้นเชิง ซึ่งโมเดลแบบนี้ สามารถเกิดขึ้นได้ เพราะในต่างประเทศเคยเกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้มาแล้ว

ส่วนการร่วมรัฐบาลอิสระ คือ พรรคประชาธิปัตย์จะเข้าร่วมกับพรรคพลังประชารัฐ แต่ยังมีความเป็นตัวเอง ซึ่งสิ่งใดที่รัฐบาลดำเนินการอย่างเหมาะสมก็เห็นด้วย แต่หากสิ่งใดที่ไม่ถูกต้อง หรือไม่เกิดประโยชน์ก็อาจคัดค้าน และถ่วงดุลรัฐบาลได้

นักวิชาการจากสถาบันพระปกเกล้า ยังมองถึงทิศทางของพรรคภูมิใจไทย หลังจากที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค ออกมาเปิดเผยว่า ยังไม่ได้รับการติดต่อพูดคุยอย่างเป็นทางการกับพรรคใด และต้องรอฉันทามติ ส.ส.ของพรรคทั้งหมดก่อน ซึ่งคาดว่าในวันที่ 20 พฤษภาคม นี้ น่าจะมีความชัดเจนมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม หากจะให้ฟันธงถึงการตอบตกลงอยู่กับขั้วการเมืองฝั่งใดนั้น อาจยังไม่ได้ข้อสรุป และมีความเป็นไปได้ว่า นายอนุทิน อาจรอให้มีการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ให้เสร็จสิ้นไปก่อน จึงจะตัดสินใจว่าจะอยู่กับฝั่งใด

กสม.ชี้โชว์ร่าง ‘ซีอุย’ เป็นการละเมิดสิทธิ

กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เห็นด้วยกับการนำร่างซีอุย ออกจากพิพิธภัณฑ์ศิริราช ชี้หากผู้กระทำผิดได้รับโทษแล้ว ถือว่าความผิดสิ้นสุด การจัดแสดงโชว์ถือเป็นการละเมิดสิทธิ

นางอังคณา นีละไพจิตร กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ หรือ กสม. กล่าวถึงกระแสล่ารายชื่อ นำร่างสตาฟของนายซีอุย แซ่อึ้ง ออกจากการจัดแสดงโชว์ในพิพิธภัณฑ์ศิริราช คืนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ล้างฉายามนุษย์กินคน โดยแสดงความเห็นด้วย หากจะมีการทบทวนเรื่องดังกล่าว เพราะมองว่า เมื่อผู้เสียชีวิตได้รับโทษ ก็ถือว่าความผิดสิ้นสุดลงแล้ว ไม่มีสิทธิ์ไปลดทอนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ จึงไม่ทราบเหตุผลถึงการจัดแสดงร่างสตาฟ
ดังนั้น หากจะดำเนินการเรื่องนี้ ก็อาจมีการตั้งคณะกรรมการศึกษาว่า เหตุใดหลังถูกประหาร จึงไม่นำร่างนายซีอุย ไปประกอบพิธีตามศาสนา หรือถูกปฏิบัติเหมือนศพนักโทษประหารรายอื่น โดยกรณีของซีอุย อาจมีญาติที่ต้องการนำร่างไปประกอบพิธีทางศาสนา แต่ไม่กล้าปรากฏตัว เพราะกลัวการโจมตีจากสังคม

นางอังคณา มองอีกว่า ช่วงที่เกิดคดีซีอุย ซึ่งเป็นเวลากว่า 60 ปีมาแล้ว ในสมัยนั้น ประเทศไทยไม่ได้เป็นภาคีอนุสัญญาด้านสิทธิมนุษยชนของสหประชาชาติ และรัฐธรรมนูญไทย ยังไม่ได้ระบุเรื่องการคุ้มครองศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ตามหลักสิทธิมนุษยชน แต่ปัจจุบันไทยได้ให้สัตยาบันอนุสัญญา ด้านสิทธิมนุษยชนกับต่างประเทศ หลายฉบับ จึงถือเป็นเรื่องดีที่จะมีการทบทวนกรณีแสดงร่างของนายซีอุย

ขณะเดียวกัน มองว่า การล่ารายชื่อผ่านเว็บไซต์ change.org เป็นการจุดประกายความคิด, ท้าทายสิ่งที่สังคมเชื่อ หรือตั้งคำถามถึงการแสดงร่างสตาฟ ซึ่งเปรียบเหมือนคืนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ให้กับซีอุย

จากการตรวจสอบของทีมข่าว พบรายงานว่า มีหนึ่งในผู้เสียหาย ที่เคยถูกลักพาตัวไปในเหตุการณ์นี้ แล้วรอดชีวิตมาได้ พร้อมยืนยันว่า ซีอุยไม่ใช่ผู้ที่จับตัวไป และสามารถบอกเล่าถึงลักษณะของผู้กระทำผิดตัวจริงได้ ซึ่งปัจจุบัน ผู้เสียหายรายนี้ ยังมีชีวิตอยู่ และมีอายุ 74 ปี แต่เมื่อทีมข่าวพยายามติดต่อขอเข้าสัมภาษณ์ผู้รอดชีวิตรายนี้ เพื่อเล่าย้อนถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ก็ได้รับการปฏิเสธจากครอบครัว โดยให้เหตุผลว่า มีอายุที่มากแล้ว