ขนส่งออกประกาศ กำหนดมาตรฐานควันดำใหม่ ไม่จำกัดประเภทเชื้อเพลิง

ประเด็นน่าสนใจ

  • มีการเปลี่ยนนิยามจากรถยนต์เครื่องยนต์ดีเซล เป็นไม่ระบุชนิดของเชื้อเพลิง ทำให้เครื่องยนต์ที่ใช้พลังงาน NGV, LPG, เบนซิน หากค่าควันดำสูงเกินมาตรฐาน ก็จะมีความผิด
  • ระดับค่าควันดำในการตรวจวัดควันดำยังอยู่ในเกณฑ์เดิม

เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2562 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาได้ออกประกาศ เรื่อง กำหนดเกณฑ์มาตรฐานและวิธีการตรวจวัดค่าควันดำจากท่อไอเสียของรถ ตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก พ.ศ. 2562 เพื่อแก้ไขปัญหาการตรวจวัดควันดำ เพื่อให้ครอบคลุมรถที่ใช้เครื่องยนต์ด้วยพลังงานต่างๆ อย่างครบถ้วน

เนื้อหาได้ระบุ ถึงความจำเป็นว่า ในปัจจุบันมีรถยนต์ที่หันไปใช้พลังงานอื่นๆ เช่น NGV, LPG กันมากขึ้น ทำให้กฎกระทรวงเดิม ที่ประกาศไว้ในการตรวจวัดควันดำมาตราฐาน คือ เครื่องยนต์ดีเซล เพียงอย่างเดียวเท่านั้น ทำให้เกิดปัญหาในทางกฎหมายขึ้น จึงได้ออกประกาศฉบับใหม่ออกมาเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยเปลี่ยนจากเดิมคือ

II.
ว่าด้วยเครื่องประเภทรถยนต์

โดยในประกาศฉบับเก่าและใหม่ นั้นมีความต่างกันอยู่ตรงที่การนิยามคำว่า “รถยนต์” เป็นคำว่า “รถ” เพียงอย่างเดียว โดยไม่มีคำว่า เครื่องยนต์ดีเซลแล้ว ดังนั้นรถที่ใช้พลังงานอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น NGV, LPG ก็จะเข้านิยามนี้ด้วยเช่นกัน

ของเดิม ปี 2541 :
รถยนต์ หมายความว่า รถตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ ที่ใช้เครื่องยนต์ดีเซล แต่ไม่รวมถึงรถจักรยานยนต์ รถแทรกเตอร์ รถบดถนน และรถใช้งานเกษตรกรรม

ประกาศใหม่ ปี 2562:
“รถ” หมายความว่า รถที่ใช้ในการขนส่งผู้โดยสารมาตรฐาน 1 มาตรฐาน 2 มาตรฐาน 3 มาตรฐาน 4 มาตรฐาน 6 มาตรฐาน 7 รถที่ใช้ในการขนส่งสัตว์หรือสิ่งของลักษณะ 1 ลักษณะ 2 ลักษณะ 3 ลักษณะ 4 ลักษณะ 5 ลักษณะ 9 และรถขนาดเล็ก ตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 4 (พ.ศ. 2524) ออกตามความในพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522

II.
ค่าควันดำจากท่อไอเสีย

ในประกาศฉบับเก่าและใหม่ ได้กำหนดกฎเกณฑ์ค่าควันดำจากท่อไอเสียไว้ ในข้อ 3-4 ของกฎกระทรวงถึงการตรวจวัดค่าควันดำ โดยระบุเครื่องยนต์ดีเซล ทั้งในขณะเครื่องยนต์ไม่มีภาระ (ติดเครื่องจอดสนิท) และ ขณะเครื่องยนต์มีภาระ ( เร่งเครื่อง) ไว้ แต่ในประกาศฉบับล่าสุด ถอดคำว่า “เครื่องยนต์ดีเซล” ออกไป และใช้คำว่า “รถที่ใช้เครื่องยนต์แบบจุดระเบิดด้วยการอัด” แทน ดังนั้นไม่ว่าเครื่องยนต์จะใช้พลังงาน NGV, LPG หรือน้ำมันเบนซิลก็จะเข้าเกณฑ์ตามประกาศนี้ด้วย

ของเดิม พ.ศ. 2541 :
ข้อ 3 ค่าควันดำจากท่อไอเสียรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์ดีเซลในขณะเครื่องยนต์ไม่มีภาระต้องไม่เกินเกณฑ์ที่กำหนดไว้ดังต่อไปนี้
(1) ค่าควันดำสูงสุดไม่เกินร้อยละ 45 ที่ระยะความยาว ของทางเดินแสงมาตรฐานและระยะความยาวคลื่นแสงมาตรฐาน เมื่อตรวจวัดด้วยเครื่องวัดควันดำแบบทึบแสง
(2) ค่าควันดำสูงสุดไม่เกินร้อยละ 50 เมื่อตรวจวัดด้วยเครื่องมือวัดควันดำระบบกระดาษกรอง

ของใหม่ พ.ศ. 2562 :
ข้อ 3 ค่าควันดำจากท่อไอเสียของรถขณะเครื่องยนต์ไม่มีภาระต้องเป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐาน ดังต่อไปนี้
(1) รถที่ใช้เครื่องยนต์แบบจุดระเบิดด้วยการอัดต้องไม่เกินเกณฑ์ร้อยละ 45 ที่ระยะความยาว ของทางเดินแสงมาตรฐานและระยะความยาวคลื่นแสงมาตรฐาน เมื่อตรวจวัดด้วยเครื่องตรวจวัดควันดำระบบความทึบแสง
(2) รถที่ใช้เครื่องยนต์แบบจุดระเบิดด้วยการอัดต้องไม่เกินเกณฑ์ร้อยละ 50 เมื่อตรวจวัดด้วยเครื่องตรวจวัดควันดำระบบกระดาษกรอง

ของเดิม พ.ศ. 2541 :
ข้อ 4 ค่าควันดำจากท่อไอเสียรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์ดีเซลในขณะเครื่องยนต์มีภาระและอยู่บนเครื่องทดสอบ ต้องไม่เกินเกณฑ์ที่กำหนดไว้ ดังต่อไปนี้
(1) ค่าควันดำสูงสุดไม่เกินร้อยละ 35 ที่ระยะความยาว ของทางเดินแสงมาตรฐานและระยะความยาวคลื่นแสงมาตรฐาน เมื่อตรวจวัดด้วยเครื่องวัดควันดำแบบทึบแสง
(2) ค่าควันดำสูงสุดไม่เกินร้อยละ 40 เมื่อตรวจวัดด้วยเครื่องมือวัดควันดำระบบกระดาษกรอง

ของใหม่ พ.ศ. 2562 :
ข้อ 4 ค่าควันดำจากท่อไอเสียของรถขณะเครื่องยนต์มีภาระและอยู่บนเครื่องทดสอบต้องเป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐาน ดังต่อไปนี้
(1) รถที่ใช้เครื่องยนต์แบบจุดระเบิดด้วยการอัดต้องไม่เกินเกณฑ์ร้อยละ 35 ที่ระยะความยาว ของทางเดินแสงมาตรฐานและระยะความยาวคลื่นแสงมาตรฐาน เมื่อตรวจวัดด้วยเครื่องตรวจวัดควันดำระบบความทึบแสง
(2) รถที่ใช้เครื่องยนต์แบบจุดระเบิดด้วยการอัดต้องไม่เกินเกณฑ์ร้อยละ 40 เมื่อตรวจวัดด้วยเครื่องตรวจวัดควันดำระบบกระดาษกรอง

ดังนั้น จากประกาศฉบับใหม่นี้ จะเห็นว่า ไม่ได้มีการจำกัดเครื่องยนต์ว่าจะต้องเป็นเครื่องยนต์ดีเซลเพียงอย่างเดียวเท่านั้น คาดว่า น่าจะเป็นปัญหาหลังจากการตรวจวัดควันดำเมื่อครั้งที่มีปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 ที่ทำให้รถยนต์หลายคันไม่ถูกนิยามอยู่ในข้อกฎหมายนี้นั่นเอง

โดยประกาศฉบับนี้จะมีผลบังคับใช้ใน 120 วัน นับตั้งแต่วันที่ประกาศลงในราชกิจจานุเบกษา หรือในวันที่ 14 กันยายน 2562

‘ไอติม’ สวนแรง! ‘ม.จ.จุลเจิม’ ลั่นไม่น่าเชื่อคนมีประสบการณ์ชีวิตยาวนาน จะคิดได้แค่นี้

วานนี้(17 พ.ค.) นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ได้โพสต์ข้อความผ่านทวิตเตอร์ส่วนตัว จากประเด็นที่ ม.จ. จุลเจิม ยุคล ได้โพสต์ไว้ก่อนหน้านี้ ในเฟซบุ้ก ถึงประเด็นที่มีการเอ่ยชื่อ ไอติม โดยมีข้อความที่อาจจะดูไม่เหมาะสมไป โดยข้อความผ่านทวิตเตอร์ของ “ไอติม” พริษฐ์ วัชรสินธุ โพสต์ระบุว่า

ซึ่งที่มาที่ไปของเรื่องนั้นเกิดเมื่อวันที่ 15 พ.ค. ม.จ. จุลเจิม ยุคล โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Chulcherm Yugala เอ่ยถึงประเด็นการเลือกตั้งหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วยข้อความที่เอ่ยถึงประเด็นจุดยืนของนาย พีระพันธุ์  ผู้สมัครหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ก่อนที่จะพาดพิงไปถึงนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกร จาติกวณิช และนายพริษฐ์ วัชรสินธุ หรือ ไอติม ด้วย แม้ว่า ภายหลังจะมีการลบข้อความดังกล่าวออกไปแล้ว แต่ก็ยังคงมีภาพที่หลายคนแคปเจอร์ไว้ แชร์กันออกมา ก่อนที่จะเกิดโพสต์สวนกลับจาก นายพริษฐ์ ในครั้งนี้

………………………….

ที่มา @paritw92

พยากรณ์อากาศ ประจำวันที่ 17 พ.ค. 62 ทั่วไทยฝนลดลง

กรมอุตุฯ เผย ทั่วไทยฝนลดลง แต่ยังตกหนักบางพื้นที่ในภาคตะวันออก ใต้ กทม.ฟ้าคะนอง 30% ของพื้นที่

วันที่ 17 พ.ค. 2562 พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า บริเวณประเทศไทยมีฝนลดลง แต่ยังคงมีฝนตกหนักบางพื้นที่ในภาคตะวันออก และภาคใต้ ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนองและฝนตกหนักไว้ด้วย สำหรับทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือบริเวณดังกล่าวเดินเรือด้วยความระมัดระวัง

ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา แนวลมที่พัดเข้าหากันของลมตะวันตกเฉียงใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้ยังคงพัดปกคลุมภาคตะวันออก ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝนฟ้าคะนอง และมีฝนตกหนักบางแห่ง สำหรับลมตะวันตกกำลังปานกลางที่พัดปกคลุมทะเลอันดามันและภาคใต้มีกำลังอ่อนลง แต่ยังคงทำให้ภาคใต้มีฝนฟ้าคะนองและมีฝนตกหนักบางแห่ง

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยตั้งแต่เวลา 06:00 วันนี้ ถึง 06:00 วันพรุ่งนี้.

ภาคเหนือ มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดเชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง พะเยา แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ ตาก กำแพงเพชร สุโขทัย พิจิตร พิษณุโลก และเพชรบูรณ์ อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-37 องศาเซลเซียส ลมตะวันตก ความเร็ว 10-20 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดเลย หนองบัวลำภู อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ สกลนคร นครพนม ชัยภูมิ ขอนแก่น นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.

ภาคกลาง มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดกาญจนบุรี สุพรรณบุรี ราชบุรี อุทัยธานี นครสวรรค์ ลพบุรี และสระบุรี อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.

ภาคตะวันออก มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 25-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 35-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันตก ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตก ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

สำหรับกรุงเทพมหานครและปริมณฑลมีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-36 องศาเซลเซียส ลมใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.