รัฐบาลพร้อมจัด ‘มหรสพสมโภช’ รวม 7 วัน เนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก

รัฐบาลพร้อมจัดการแสดงมหรสพสมโภชเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกยิ่งใหญ่สมพระเกียรติ ใช้นักแสดงกว่า 5 พันคน พร้อมเปิดการแสดงแสง สี เสียง ม่านน้ำไฟประดับนับหมื่นดวงเป็นครั้งแรก

นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เปิดเผยว่า การจัดมหรสพสมโภช เนื่องในงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พ.ศ. 2562 กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 22 – 28 พฤษภาคม 2562 รวม 7 วัน ณ ท้องสนามหลวงและสถานที่จัดงานทั่วประเทศ โดยจะจัดพิธีบวงสรวงในวันที่ 21 พฤษภาคม 2562 เวลา 07.29 น. มีนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน จากนั้นเวลา 18.00 น. จะมีการซ้อมเสมือนจริง และมีพิธีเปิดงานในวันที่ 22 พฤษภาคม เวลา 18.30 น. พร้อมกันทั่วประเทศ

โดยจะมีการแสดงชุดพิเศษ ได้แก่ รำถวายพระพร การแสดงโขน เรื่อง รามเกียรติ์ แบ่งการแสดงเป็น 2 ส่วน คือที่ เวทีกลางท้องสนามหลวง เริ่มเวลา 18.30 น.–21.30 น. มีการแสดงที่น่าสนใจ อาทิ การแสดงโขน การละเล่นของหลวง มหาดุริยางค์สากล ดุริยางค์ไทย มหกรรมลูกทุ่งไทยรวมถึงมหกรรมการแสดงนานาชาติเฉลิมพระเกียรติของ 10 ประเทศ ขบวนอัญเชิญเครื่องราชสักการะจาก 4 ภูมิภาค และมหกรรมกลองมิ่งมงคลและการแสดงพื้นบ้าน 4 ภาค ส่วนเวทีย่อยมี 2 คือ เวทีฝั่งศาลฎีกาและเวทีฝั่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เริ่มแสดง 17.30 น.-18.30 น.มีการแสดงหุ่นละครและมหกรรมเพลงพื้นบ้าน

สำหรับการแสดงมรสพสมโภชครั้งนี้ ถือเป็นการครั้งแรกของไทยที่มีการจัดแสดงแสง สี เสียงม่านน้ำไฟประดับ ชุด“แสงแห่งพระมหากรุณาธิคุณปกหล้า” ประดับไฟแอลอีดีสีต่างๆ นับ 10,000 ดวง จัดเป็นสวนดอกไม้และต้นไม้บนพื้นที่กว่า 20,000 ตารางเมตร นำเสนอเรื่องราวความงดงามของแม่น้ำเจ้าพระยาสายน้ำแห่งชีวิตและพระมหากรุณาธิคุณ ด้วยเทคนิคม่านน้ำ และน้ำพุความยาวกว่า 40 เมตร ระหว่างเวลา 21.30 น.- 23.00 น. ตลอด 7 วัน ใช้นักแสดงกว่า 5,000 คน ขณะที่ส่วนภูมิภาคได้ร่วมกับกระทรวงมหาดไทยจัดชุดการแสดงที่เน้นถึงอัตลักษณ์ของแต่ละจังหวัด

จับได้แล้ว 1 คนร้ายฆ่า ด.ช.วัย 13 ปี อ้างไม่พอใจขี่รถมองหน้า

ประเด็นน่าสนใจ

  • เด็กชายวัย 13 ปี ถูกกลุ่มโจ๋เมาเหล้าทำร้ายเสียชีวิต
  • คาดคดีนี้เข้าข่ายความผิดกฎหมายอาญามาตรา 290 โทษคุกตั้งแต่ 3-15ปี

วันนี้ (13 พ.ค. 62) จากเหตุการณ์สุดเศร้า เมื่อเพจ รถตระเวนข่าว V.2 ได้มีการเปิดเผยเรื่องราวว่า มีเด็กชายวัย 13 รายหนึ่งถูกกลุ่มวัยรุ่นทำร้ายจนเสียชีวิต เนื่องจากไม่พอใจที่ผู้ตายมองหน้าระหว่างที่ดันรถเพื่อนที่น้ำมันหมดไปส่งบ้าน

โดยเหตุเกิดขึ้นที่บริเวณ ซอยบางปลา 12 ต.บางปลา อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ เมื่อวันที่ 8 พ.ค. 2562 ที่ผ่านมา จากนั้นเวลาต่อมาผู้ปกครองของเด็กชายวัย 13 ปีคนดังกล่าว ได้โพสต์ข้อความเรียกร้องให้ผู้ก่อเหตุออกมายอมรับผิด และเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมและหาคนร้ายมาลงโทษตามกฎหมายนั้น

ล่าสุดมีรายงานข่าวแจ้งว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถติดตามจับตัว 1 ในผู้ก่อเหตุได้แล้ว พบว่าเป็นกลุ่มแก๊งอันธพาลในพื้นที่ซอยบางปลา โดยผู้ต้องหาที่ถูกจับได้ สารภาพว่าได้ร่วมกับเพื่อนรุ่นพี่อีก 3 คนอายุ 19 -23 ปี ลงมือก่อเหตุจริง

ซึ่งก่อนเกิดเหตุได้นั่งตั้งวงดื่มสุรากัน จากนั้นพอเมาได้ที่ก็พากันขี่รถเล่นและหาเรื่องคนอื่นไปด้วย ก่อนจะมาพบผู้ตายและเพื่อนขี่รถอยู่บนถนนจึงเข้าไปหาเรื่องและทำร้ายจนเสียชีวิตดังกล่าว ขณะที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้คุมตัวไว้เพื่อสอบสวนเพิ่มเติม เพื่อติดตามล่าตัวคนร้ายที่เหลือมาดำเนินคดีต่อไป

สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนับว่าเป็นเหตุอุกฉกรรจ์และน่าหวาดกลัวมาก เพราะผู้ก่อเหตุแม้จะไม่ได้หมายเอาชีวิต แต่พวกเขาก็ดูตั้งใจทำให้เจ็บสาหัส ซึ่งในทางการกฎหมายแล้วถือว่ามีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 290 ที่ระบุว่า “ผู้ใดมิได้มีเจตนาฆ่า แต่ทำร้ายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ผู้นั้นถึงแก่ความตาย ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สามปีถึงสิบห้าปี

ถ้าความผิดนั้นมีลักษณะประการหนึ่งประการใด ดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา 289 ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สามปีถึงยี่สิบปี” ดังคำพิพากษาศาลฎีกา ที่ได้วินิจฉัยไว้ เช่น

ขับรถไล่ทำร้ายผู้ตายในระยะกระชั้นชิด ทำให้ผู้ตายต้องขับรถด้วยความเร็วเพื่อหลบหนีจนเกิดเหตุชนรถยนต์ที่จอดอยู่เสียชีวิต จึงต้องรับผิดฐานทำร้ายร่างกายเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ตามมาตรา 290

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 21379/2556

การที่จำเลยที่ 1 ขับรถยนต์ไล่ทำร้ายผู้ตายกับพวกในระยะกระชั้นชิดโดยถือไม้ถูพื้นชูออกนอกรถยนต์เพื่อข่มขู่ผู้ตายกับพวกไปตลอดทาง โดยมีเจตนาจะทำร้ายผู้ตายกับพวก

และผลจากการกระทำดังกล่าวทำให้ผู้ตายต้องขับรถจักรยานยนต์ด้วยความเร็วสูงเพื่อหลบหนีการถูกไล่ทำร้ายจนเกิดเหตุชนกับรถยนต์กระบะที่จอดอยู่

จำเลยที่ 1 และที่ 2 ย่อมเล็งเห็นผลได้ว่า การกระทำดังกล่าวเป็นเหตุให้ผู้ตายได้รับอันตรายสาหัสและถึงแก่ความตายในเวลาต่อมา จำเลยที่ 1 และที่ 2 ย่อมมีความผิดฐานทำร้ายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ผู้นั้นถึงแก่ความตายตาม ป.อ. มาตรา 290

และ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 225/2503

จำเลยใช้กำลังทำร้ายโดยแรง เป็นเหตุให้ศีรษะผู้ตายฟาดหรือกระแทกกับพื้นถนนเข็งกระโหลกศีรษะแตกถึงตาย เป็นผลที่บังเกิดอันเนื่องจากการกระทำของจำเลย จำเลยย่อมมีผิดฐานฆ่าคนโดยไม่เจตนา

ข้อมูลข่าวจาก เพจ รถตระเวนข่าว V.2

เผยนาทีเด็กหญิง 5 ขวบ ปีนระเบียงโรงแรมพลัดตกลงมาเอง

จากกรณีเด็กหญิง อายุประมาณ 5 ขวบ ได้พลัดตกลงมาจากที่สูง ในโรงแรมแห่งหนึ่ง ย่านหาดจอมเทียน ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี บาดเจ็บสาหัส แขนและขาหัก โดยผู้เป็นพ่อนั้นเป็นเจ้าหน้าที่ตํารวจ ตม.จังหวัดศรีสะเกษ เดินทางมาเลี้ยงรุ่นที่เมืองพัทยา และได้พักโรงแรมดังกล่าว ขณะเกิดเหตุได้นอนหลับอยู่ ไม่รู้ว่าลูกสาวตกลงมา จนมีพนักงานของโรงแรมมาเคาะประตูเรียก

ล่าสุด พ.ต.อ.ประวิตร ช่อเส้ง ผกก.สภ.เมืองพัทยา ได้ภาพจากกล้องวงจรปิด โดยเผยให้เห็นเหตุการณ์ขณะเด็กหญิง วัย 5 ขวบ ใส่เสื้อสีส้ม กางเกงขาสั้นสีฟ้า เดินออกจากห้องซึ่งอยู่ชั้น 12 จากนั้นประตูห้องได้ปิดลง จึงพยายามเปิดประตูแต่เปิดไม่ได้เลยวิ่งมาออกตรงระเบียง ก่อนปีนเกาะขอบระเบียงและร่วงลงไปข้างล่างในที่สุด

อย่างไรก็ตาม อาการล่าสุดยังสาหัส อยู่ในห้องไอซียู ทั้งนี้ เมื่อพ่อเด็กหญิง 5 ขวบ เห็นกล้องวงจรปิด จึงไม่ได้ติดใจเอาความ กล่าวร้องทุกข์กับเจ้าหน้าที่ตำรวจแต่อย่างใด