เตือน!! อย่าหลงเชื่อมิจฉาชีพ แอบอ้างขอรับเงินค่าอุปกรณ์ช่วยผู้พิการแทน

ประเด็นน่าสนใจ

  • กรมการขนส่งทางบกเตือน อย่าหลงเชื่อผู้แอบอ้างอาสา รับดำเนินการแทน เรื่องการขอรับเงินจัดสรรเป็นค่าอุปกรณ์ช่วยเหลือ เพื่อการยังชีพแก่ผู้พิการอันเนื่องมาจากการประสบภัยทางถนน
  • การดำเนินการต้องติดต่อกรมการขนส่งทางบก และสำนักงานขนส่งจังหวัดทุกแห่งทั่วประเทศเท่านั้น
  • กองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน นำรายได้ส่วนหนึ่งจากการประมูลหมายเลขทะเบียนรถเลขสวย (Super Number) มาจัดสรรเป็นค่าอุปกรณ์ช่วยเหลือผู้พิการ

นายพีระพล ถาวรสุภเจริญ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า ตามที่มีผู้แอบอ้างอาสา รับดำเนินการแทน เรื่องการขอรับเงินจัดสรรเป็นค่าอุปกรณ์ช่วยเหลือ เพื่อการยังชีพแก่ผู้พิการอันเนื่องมาจากการประสบภัยทางถนน ผ่านทางสื่อสังคมออนไลน์นั้น

กรมการขนส่งทางบกขอยืนยันว่า ขั้นตอนการดำเนินการดังกล่าวต้องติดต่อผ่านกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน (กปถ.) กรมการขนส่งทางบก และสำนักงานขนส่งจังหวัดทุกแห่งทั่วประเทศ ตามที่มีการประกาศเชิญชวนในแต่ละช่วงเท่านั้น

ซึ่งในขณะนี้อยู่ระหว่างพิจารณาหลักเกณฑ์และวิธีการดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง จึงยังไม่มีกำหนดระยะเวลาในการเปิดรับคำขอ ทั้งนี้ หากมีกำหนดการในการเปิดรับคำขอดังกล่าวจะมีการประชาสัมพันธ์ให้ทราบต่อไป

โดยแนวทางในการขอรับจัดสรรค่าอุปกรณ์ช่วยเหลือผู้พิการจากกรมการขนส่งทางบก จะต้องเป็นผู้พิการอันเนื่องมาจากการประสบภัยทางถนน และจะต้องมีเอกสารหลักฐานประกอบตามที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด โดยที่สำคัญต้องมีใบรับรองแพทย์เฉพาะด้านกายอุปกรณ์เครื่องช่วยคนพิการ

ประเภทความพิการทางการเคลื่อนไหวตามแบบที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด และผ่านการตรวจประเมินลักษณะความพิการจากแพทย์ (แพทย์ด้านเวชศาสตร์ฟื้นฟู หรือแพทย์ด้านออร์โธปิดิกส์) หรือนักวิชาชีพด้านฟื้นฟู (เช่น นักกายภาพบำบัด นักกิจกรรมบำบัด นักกายอุปกรณ์ เป็นต้น)

ซึ่งในการพิจารณาอนุมัติจัดสรรของกรมการขนส่งทางบกจะดำเนินการพิจารณาโดยผู้เชี่ยวชาญจากหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้อุปกรณ์ที่ผู้พิการได้รับจัดสรรมีความเหมาะสมกับสภาพความพิการของร่างกายมากที่สุด ดังนั้น กองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน (กปถ.)

กรมการขนส่งทางบก จึงขอแจ้งเตือนอย่าหลงเชื่อผู้แอบอ้างอาสาให้ความช่วยเหลือ โดยเด็ดขาด พร้อมขอความร่วมมือประชาชนและผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์ตรวจสอบข้อมูลก่อนแชร์ โดยส่วนที่เกี่ยวข้องกับกรมการขนส่งทางบกสามารถติดตามและตรวจสอบข้อมูลที่ถูกต้องได้ผ่านทางเว็บไซต์กรมการขนส่งทางบก www.dlt.go.th หรือ Call Center 1584 หรือสอบถามข้อมูลรายละเอียดได้ที่ สำนักงานกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน อาคาร 2 ชั้น 5 กรมการขนส่งทางบก โทรศัพท์ 0-2271-8888 ต่อ 2511-2515

อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวเพิ่มเติมว่า กองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน (กปถ.) นำรายได้ส่วนหนึ่งจากการประมูลหมายเลขทะเบียนรถเลขสวย (Super Number) มาจัดสรรเป็นค่าอุปกรณ์ช่วยเหลือผู้พิการอันเนื่องมาจากการประสบภัยที่เกิดจากการใช้รถใช้ถนน ต่อเนื่องเป็นปีที่ 10 นับตั้งแต่ปี 2552 เป็นต้นมา

เพื่อเป็นการเยียวยา ฟื้นฟู และช่วยเหลือให้ผู้พิการอันเนื่องมาจากการประสบภัยทางถนนให้ได้รับอุปกรณ์ช่วยเหลือผู้พิการที่มีคุณภาพ และเหมาะสมกับสภาพความพิการของร่างกายผู้พิการมากที่สุด ทำให้ผู้พิการมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น สามารถช่วยเหลือตนเองได้ และกลับมาดำรงชีวิตประจำวันหรือกลับสู่องค์กรที่ทำงานได้อย่างมีศักยภาพ

โดยอุปกรณ์ช่วยเหลือผู้พิการได้ผ่านการพิจารณาจากผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้ผู้พิการได้รับประโยชน์สูงสุด เช่น แขนเทียม ขาเทียม รถนั่งธรรมดา หรือรถนั่งไฟฟ้าสำหรับผู้พิการ กายอุปกรณ์เสริม อุปกรณ์อื่นที่คณะอนุกรรมการกำหนด เป็นต้น ซึ่งผู้เข้าร่วมประมูลทะเบียนรถเลขสวยมีส่วนร่วมสร้างกุศลในการลดความสูญเสียจากอุบัติเหตุทางถนน และช่วยเหลือผู้พิการที่ประสบภัยจากการใช้รถใช้ถนนอีกทางหนึ่งด้วย

ทั้งนี้ กำหนดจัดประมูลทะเบียนรถเลขสวยส่วนกลางเป็นประจำทุกเสาร์ – อาทิตย์ที่สองและสี่ของเดือน และส่วนภูมิภาคจัดประมูลตามกำหนดการประมูลของแต่ละจังหวัด ผู้สนใจเข้าร่วมประมูลทะเบียนรถเลขสวย ศึกษารายละเอียดที่ www.tabienrod.com หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน กรมการขนส่งทางบก หรือ Call Center 1584 อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวในที่สุด

ปตท. ประกาศปรับลดราคาน้ำมัน ให้มีผลพรุ่งนี้ !!

ปตท. ประกาศลดราคาน้ำมันทุกชนิด 40 สตางค์ ดีเซล 30 สตางค์ ยกเว้น E85 ลง 20 สตางค์ ให้มีผลพรุ่งนี้ (1 มิ.ย. 2562)

ซึ่งจากผลของการประกาศลดราคาน้ำมันลงดังกล่าวส่งผลทำให้ราคาขายน้ำมันเป็นดังนี้

แก๊สโซฮอล์ 91 อยู่ที่ 28.08 บาทต่อลิตร

แก๊สโซฮอล์ 95 อยู่ที่ 28.35 บาทต่อลิตร

เบนซิน 95 เฉพาะปตท. อยู่ที่ 35.76 บาทต่อลิตร

ดีเซล อยู่ที่ 27.09 บาทต่อลิตร

ดีเซลเกรดพิเศษ ของปตท.อยู่ที่ 30.69 บาทต่อลิตร และบางจากอยู่ที่ 30.96 บาทต่อลิตร

E85 อยู่ที่ 20.34 บาทต่อลิตร

และ E20 อยู่ที่ 25.34 บาทต่อลิตร

รวบสาวเปิดหอพักรับจัดฟันเถื่อน อ้างดูยูทูปจนชำนาญ

ประเด็นน่าสนใจ

  • ตำรวจเข้าจับกุมสาวเปิดหอพักรับจัดฟันเถื่อน ที่ จ.เชียงใหม่
  • ทันตแพทย์เตือน จัดฟันเถื่อนสุ่มเสี่ยงติดเชื้อโรค อาจถึงขั้นติดเชื้อจนเสียชีวิตได้

ชุดสืบสวน ตำรวจภูธรภาค 5 พร้อมเจ้าหน้าที่สาธารณสุข จ.เชียงใหม่ กำลังบุกเข้าตรวจสอบภายในห้องพักเลขที่ 503 หอพักเลขที่ 75/11 บ้านป่าข่อยใต้ ต.สันผีเสื้อ อ.เมืองเชียงใหม่ หลังสืบทราบว่า ผู้เช่าห้องพักในหอดังกล่าวเปิดรับจัดฟันเถื่อน โดยการเปิดเฟซบุ๊กเพื่อหาลูกค้ากลุ่มวัยรุ่นที่นิยมดัดฟันแฟชั่น

ก่อนเข้าจับกุมเจ้าหน้าที่ได้วางแผนให้สายติดต่อขอใช้บริการจัดฟันแฟชั่นผ่านเฟซบุ๊ก กระทั่งมีการตกลงราคาและนัดหมายให้ลูกค้ามาหาที่หอพักเพื่อจัดฟัน เจ้าหน้าที่จึงนำกำลังเข้าตรวจค้น ภายในห้องพบนางสาว ณัฐนภัทร์ ยาวิชัย อายุ 32 ปี ชาว จ.เชียงราย กำลังจัดฟันให้ลูกค้าอยู่

เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเพื่อขอตรวจค้น ภายในห้องพบ ตัวยึดเหล็กจัดฟัน ลวดจัดฟัน เหล็กจัดฟัน ยางยึดฟัน อุปกรณ์จัดลวด คีม และอุปกรณ์จัดฟันอีกจำนวนมาก อยู่ภายในกล่องเครื่องมือ นอกจากนี้ยังพบสมุดบัญชีลูกค้า ที่มีรายชื่อของลูกค้านับร้อยราย เจ้าหน้าที่จึงยึดหลักฐานทั้งหมดไว้ตรวจสอบ

สอบปากคำนางสาว ณัฐนภัทร์ ให้การว่า ก่อนหน้านี้เคยไปใช้บริการจัดฟัน และกลับมาศึกษาวิธีการจัดฟันแฟชั่นในยูทูปเพื่อทดลองทำเองจนเกิดความชำนาญ จึงเปิดเฟซบุ๊กเพื่อหาลูกค้ากลุ่มวัยรุ่นที่นิยมดัดฟันแต่มีงบน้อย โดยรับทำครั้งละ 500 – 600 บาท และเพิ่งเปิดทำได้เพียง 2 เดือนเท่านั้น

ขณะที่สาเหตุที่ต้องรับจัดฟันเถื่อนเพราะต้องการหาเงินซื้อนมให้ลูกเท่านั้น ก่อนหน้านี้เคยเลยไปแล้วเพราะรู้ว่าผิดกฏหมาย แต่ยังมีลูกค้าติดต่อมาทางอินบ็อกเพื่อขอจัดฟัน จึงตัดสินใจทำให้อีกครั้งจนมาถูกจับกุมตัวได้

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อกล่าวหา” ทำการประกอบวิชาชีพทันตกกรรมหรือแสดงด้วยวิธีใดๆ ให้ผู้อื่นเข้าใจว่าตนเป็นผู้มีสิทธิประกอบวิชาชีพดังกล่าวโดยมิได้ขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาต ตาม พ.ร.บ.วิชาชีพทันตกรรม พ.ศ.2537 ก่อนควบคุมตัวนางสาว ณัฐนภัทร์ ส่งพนักงานสอบสวน สภ.แม่ปิง ดำเนินคดีตามกฎหมาย

ขณะที่ทันตแพทย์ชำนาญการ สำนักงานสาธารณสุข จ.เชียงใหม่ ระบุว่า กลุ่มวัยรุ่นที่นิยมจัดฟันเถื่อนในลักษณะนี้สุ่มเสี่ยงจะติดเชื้อโรค เพราะขั้นตอนและวิธีการไม่สะอาด อุปกรณ์ไม่ผ่านการฆ่าเชื้อ ไม่ได้มาตรฐาน

หากรุนแรงอาจถึงขั้นติดเชื้อจนเสียชีวิต ขึ้นกับภูมิคุ้มกันของคนที่ทำด้วย ส่วนผลเสียหลังจัดติดอุปกรณ์จัดฟันเถื่อนไปแล้ว อาจทำให้การบดเขี้ยวผิดปกติ ฟันผิดรูป และฟันล้มจนต้องเสียค่าใช้จ่ายในการแก้ไขที่สูงกว่าปกติและมีขั้นตอนที่ยุ่งยากขึ้น