สาวนอร์เวย์๋ โร่แจ้งความ ถูกคนร้ายลวงข่มขืนที่เกาะพงัน !!

ประเด็นน่าสนใจ

  • เกาะพะงันนับเป็นดินแดนสวรรค์ของนักท่องเที่ยว แต่ก็มีอีกหลายคนที่ประสบกับภัยมืดที่แฝงตัวอยู่ในความศิวิไลซ์
  • ฮาฟมูนปาร์ตี้ (Halfmoon) เป็นกิจกรรมที่คล้ายกับ ฟูลมูนปาร์ตี้ แต่เปลี่ยนจากงานรื่นเริงในคืนวันพระจันทร์เต็มดวง มาจัดงานคืนวันพระจันทร์ครึ่งดวงแทน ขณะเดียวกันบางที่ยังจัดงาน แบล็คมูน ปาร์ตี้ หรือดื่มดำในคืนเดือนมืดด้วย

จากกรณีที่นักท่องเที่ยวสาวชาวนอร์เวย์ ได้เข้าแจ้งความที่โรงพัก สภ.เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี ว่าเธอถูกชายคาดว่าเป็นคนไทยลวงข่มขืนเธอ เมื่อช่วงคืนวันที่ 11 พ.ค. 2562 ที่ผ่านมา โดยเธอให้การว่า ก่อนเกิดเหตุได้เดินทางไปท่องเที่ยวและได้พักแรมแรมที่รีสอร์ทแห่งหนึ่งในเกาะพะงัน

ต่อมาวันที่ 11 พฤษภาคม 2562 เวลาประมาณ 23.00 น. ตนได้เดินทางไปเที่ยวงาน ฮาฟมูลปาร์ตี้ หมู่ 3 ต.บ้านใต้ อ.เกาะพะงัน จนกระทั่งตนได้กลับมาที่พัก พบว่ากระเป๋าเงินของตนที่พกติดตัวนั้นได้หายไป จึงได้เดินไปตามถนนย้อนกลับไปยังบริเวณงานเพื่อหากระเป๋าว่าตกหล่นระหว่างทางหรือไม่

แต่ขณะนั้นได้มีชายคนหนึ่ง ขับรถจักรยานยนต์ไม่ทราบยี่ห้อ และหมายเลขทะเบียน อาสาจะช่วยหากระเป๋าเงินอีกแรง จนกระทั่งมาถึงยังบริเวณถนนลูกรัง ซอยตรงข้ามห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี เกาะพะงัน หมู่ 1 ต.เกาะพะงัน

ตนได้สังเกตว่าคนร้ายน่าจะขับรถออกนอกเส้นทาง จึงบอกให้หยุดรถ แต่ชายคนร้ายไม่ยอมหยุด จึงได้กระโดดลงจากรถ จากนั้นคนร้ายจึงได้ใช้กำลังทำร้ายและได้ทำการข่มขืนตน จากนั้นคนร้ายจึงได้ขับรถจักรยานยนต์หลบหนีไปนั้น

วันนี้ (13 พ.ค. 2562) พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ออกมาเปิดเผยถึงความคืบหน้าในคดีดังกล่าว ว่า  ขณะนี้ได้มีการสอบสวนทั้งผู้เสียหาย และพยานไปแล้วหลายปาก และได้ จัดกำลังชุดสืบสวนลงพื้นที่หาหลักฐานจำพวกกล้องวงจรปิด เพื่อติดตามจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป คาดว่าในเร็ววันนี้สามารถออกหมายจับคนร้ายได้

รวมถึงได้แจ้งสถานเอกอัครราชทูตนอร์เวย์ ประจำประเทศไทย ให้ทราบถึงพฤติการณ์กรณีที่ชาวต่างชาติตกเป็นผู้เสียหายในคดีอาญา รวมถึงรวบรวมรายละเอียดและพฤติการณ์ของผู้เสียหาย ให้กับทางกองบังคับการกองการต่างประเทศ รวมถึง ที่ทำการของตำรวจตรวจคนเข้าเมือง และ ตำรวจท่องเที่ยว ในพื้นที่ใกล้เคียง ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป

การข่มขืนตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 276 ระบุว่า “ผู้ใดข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นโดยขู่เข็ญด้วยประการใด ๆ โดยใช้กำลังประทุษร้ายโดยผู้อื่นนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ หรือโดยทำให้ผู้อื่นนั้นเข้าใจผิดว่าตนเป็นบุคคลอื่นต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 4-20 ปี และปรับตั้งแต่ 8,000-40,000 บาท

การกระทำชำเราตามวรรคหนึ่ง หมายความว่าการกระทำเพื่อสนองความใคร่ของผู้กระทำโดย การใช้อวัยวะเพศของผู้กระทำกระทำกับอวัยวะเพศ ทวารหนัก หรือช่องปากของผู้อื่น หรือการใช้สิ่งอื่นใดกระทำกับอวัยวะเพศหรือทวารหนักของผู้อื่น

ถ้าการกระทำความผิดตามวรรคหนึ่งได้กระทำโดยมีหรือใช้อาวุธปืนหรือวัตถุระเบิด หรือโดยร่วมกระทำความผิดด้วยกันอันมีลักษณะเป็นการโทรมหญิง หรือกระทำกับชายในลักษณะเดียวกันต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 15 – 20 ปี และปรับตั้งแต่ 30,000- 40,000 บาท หรือจำคุกตลอดชีวิต

บรรยากาศเปิดเทอมวันแรก การจราจรติดขัดเพิ่มมากขึ้น

วันนี้ (13 พ.ค. 62) หลายโรงเรียนเริ่มเปิดภาคเรียน 2562 ซึ่งอาจส่งผลให้มีการจราจรติดขัดหรือมีรถสะสมบริเวณหน้าโรงเรียน โดยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เตรียมความพร้อมในการอำนวยความสะดวกด้านการจราจรรอบสถานศึกษา ซึ่งมีการจัดเตรียมกำลังตำรวจจราจรกว่า 3000 นาย เพื่อรับมือการจราจรที่ติดขัดที่อาจจะเกิดขึ้นในช่วงนี้

ทั้งนี้ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ขอความร่วมมือผู้ปกครองที่จะมีการจอดรถรับส่งบุตรหลานให้ใช้เวลารับส่งให้น้อยที่สุด หรือจอดรถรับส่งในจุดที่เจ้าหน้าที่จัดเตรียมไว้ให้ โดยก่อนหน้านี้ พลตำรวจเอกจักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้สั่งกำชับให้สถานีตำรวจพื้นที่ที่มีการก่อสร้างรถไฟฟ้าประสานความร่วมมือเร่งรัดการคืนพื้นผิวการจราจรตามแนวก่อสร้างรถไฟฟ้าให้ได้มากที่สุด

ขนาดเดียวกัน ยังได้เน้นการดูแลสภาพการจราจรและพื้นผิวการจราจรที่ชำรุดในเส้นทางหลักเข้าออกเมืองในให้มีความคล่องตัวมากขึ้น อาทิ ถนนพหลโยธิน ถนนวิภาวดีรังสิต ถนนเพชรเกษม ถนนบางนาตราด ถนนบรมราชชนนี และให้จัดรถยกเตรียมเคลื่อนย้ายกรณีรถจอดเสียในเส้นทาง

ขณะที่ การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย ได้กำหนดมาตรการรองรับการเดินทางช่วงเปิดภาคเรียน 2562 โดยจะดูแลความเรียบร้อยและอำนวยความสะดวกในเส้นทางต่างๆ และสถานีที่ผ่านหน้าโรงเรียนจะเร่งคืนพื้นที่ก่อสร้างที่ไม่จำเป็นโดยเร็ว และร่วมกันแก้ไขปัญหากับผู้รับจ้างกรณีเกิดเหตุที่ทำให้การจราจรติดขัดเป็นเวลานาน รวมถึงพิจารณาแนวทางการระบายน้ำในช่วงฤดูฝน เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาน้ำท่วมขังจากการก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้า

‘เสรีพิศุทธ์’ นำทีม ส.ส. เข้ารับหนังสือรับรอง ทักทาย ‘อนุทิน’ ชวนร่วมประชาธิปไตย

‘เสรีพิศุทธ์’ นำทีม ส.ส. เข้ารับหนังสือรับรอง พร้อมทักทาย ‘อนุทิน’ หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ชวนเข้าร่วมฝั่งประชาธิปไตย

วันนี้ (13 พ.ค. 62) พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย นำ ส.ส.พรรค รวม 10 คน รับหนังสือส.ส.ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ  พร้อมแถลงความคืบหน้าของคดีที่ทางพรรคได้ทำการแจ้งกับกกต. ก่อนเดินทางไปรายงานตัว ณ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทรราษฎร อาคารรัฐสภา (เกียกกาย)

ทั้งนี้ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ได้กล่าวถึงความคืบหน้าคดีต่างๆ ว่า “วันนี้ผมมาทวงถามทางกกต. เรื่องที่ทางพรรคเสรีรวมไทย ได้เคยส่งเรื่องไว้ นอกจากนั้น ยังเป็นเรื่องการคำนวณส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ ที่พรรคเสรีรวมไทย คิดเหมือนกับหลายพรรค แต่กับไม่ตรงกับที่ทางกกต.ประกาศออกมา สร้างความเสียหายให้กับทางพรรค เนื่องจาก สูตรที่ออกมา จำนวนส.ส.พึงมี 1 คน ควรจะมีคะแนนเสียงประมาณเจ็ดหมื่นกว่า พรรคของเรา ได้คะแนนเสียง มาแปดแสนกว่าคะแนน เมื่อนำมาหารแล้ว เราควรจะมี ส.ส.ประมาณ 11.635 คน จะโดนตัดไป 0.635 ไป ก็พอเข้าใจได้ แต่นี่เราโดนตัดไปจาก 11 เหลือ 10 คน เท่ากับคะแนนหายไป แสนกว่าคะแนน”

ส่วนเรื่องของการฟอร์มรัฐบาล ผมอยากจะฝากไปถึงพรรคประชาธิปัตย์ พรรคภูมิใจไทย ขอให้มาอยู่กับฝั่งประชาธิปไตย ผมเชื่อว่าพรรคเพื่อไทย ยอมรับเงื่อนไขของคุณ สำหรับผมแล้วผมพร้อมจะยกจำนวนส.ส. 10 คน ให้กับพวกคุณ ผมไม่ต้องมีตำแหน่งใดๆ ก็ได้

นอกจากนี้ ในเวลาใกล้เคียงกัน พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ได้เข้าไปทักทาย นายอนุทิน ชาญวีรกุล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ที่มารับหนังสือรับรองส.ส.เช่นกัน พร้อมกับเชิญชวนมาอยู่กับฝ่ายประชาธิปไตย มีโอกาสเป็นนายกรัฐมนตรี ได้ คุณอนุทิน ยิ้มรับ ก่อนขอตัวแยกย้ายกันไป

อนึ่ง ส.ส.ของพรรคเสรีรวมไทย ที่เข้าสู่สภามี 10 คน ประกอบด้วย พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส , นายวัชรา ณ วังขนาย, นายวิรัตน์ วรศสิริน, นายเรวัติ วิศรุตเวช, นายประสงค์ บูรณ์พงศ์, นางสาวนภาพร เพ็ชร์จินดา, นายเพชร เอกกำลังกุล, นางสาวธนพร โสมทองแดง, นายอำไพ กองมณี และพล.ต.ท.วิศณุ ม่วงแพรสี