เร่งล่าโจรแสบ! ใช้ไม้ดันกล้องวงจรปิด ก่อนงัดตู้เติมเงิน-ตู้น้ำมันกลางดึก

เร่งล่าโจรแสบ! ใช้ไม้ดันกล้องวงจรปิดที่ติดไว้หน้าร้านให้แหงนขึ้นด้านบน ก่อนที่จะลงมืองัดตู้เติมเงินโทรศัพท์มือถือ-ตู้น้ำมันกลางดึก

วันที่ 11 พฤษภาคม 2562 ร.ต.อ.พิสิฐ บุญมี ร้อยเวร สภ.เมืองชัยนาท เข้าตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด ที่ร้านสินค้าเกษตร เลขที่ 79 ม.2 ต.หาดท่าเสา อ.เมืองชัยนาท

โดยกล้องสามารถจับภาพคนร้ายที่ใช้รถยนต์นิสสันสีเข้ม ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ขับเข้ามาจอดที่หน้าร้านช่วงเวลาประมาณ 02.04 น.เมื่อคืนที่ผ่านมา คนร้ายใช้ผ้าโพกปิดบังใบหน้า

จากนั้นได้นำไม้ที่เตรียมมาเดินอ้อมหลบมุมกล้อง ก่อนที่จะใช้ไม้อันเดียวกันดันกล้องวงจรปิดที่ติดไว้หน้าร้านให้แหงนขึ้นด้านบน ก่อนที่จะลงมืองัดตู้เติมเงินโทรศัพท์มือถือ จนอ้าออกแล้วกวาดเอาเงินสดที่มีอยู่ประมาณ 2,600 บาทไปจนเกลี้ยง

จากนั้นไปงัดตู้เติมน้ำมันหยอดเหรียญที่อยู่ห่างไปประมาณ 10 เมตร จนหูช้างที่ล็อกกุญแจหักแล้วเก็บเงินที่เป็นเงินเหรียญไปอีกประมาณ 100 บาท ก่อนจะหลบหนีไป โดยใช้เวลาก่อเหตุรวมเพียง 15 นาที

โดยนายมานพ ติดติปานะ อายุ 47 ปีเจ้าของร้านเล่าว่า ช่วงเกิดเหตุน้องชายของตนซึ่งอยู่บ้านตรงข้ามโทรมาบอกว่าเห็นรถผิดสังเกตมาจอดหน้าบ้าน ตนจึงออกไปดูก็เป็นจังหวะที่คนร้ายขับรถออกไปแล้ว น้องชายของตนจึงขับรถตามไปบนเส้นทางด้าน อ.วัดสิงห์ แต่ไม่ทันจึงโทรแจ้งตำรวจให้มาตรวจที่เกิดเหตุดังกล่าว

ซึ่งล่าสุดพนักงานสอบสวนกำลังรวบรวมหลักฐานจากกล้องวงจรปิด เพื่อขออนุมัติศาลออกหมายจับคนร้ายรายนี้เพื่อนำตัวมาดำเนินคดีต่อไป

โปรดเกล้าฯ ประกาศ “พระปรมาภิไธย พระนามาภิไธย คำอ่าน สรรพนาม และคำกราบบังคมทูล “

ราชกิจานุเบกษาเผยแพร่ประกาศเรื่อง พระปรมาภิไธย พระนามาภิไธย คำอ่าน และสรรพนาม คำขึ้นต้น คำลงท้าย ในการกราบบังคมทูล กราบทูล

วันที่ 10 พ.ค 2562 เว็บไซต์ราชกิจานุเบกษา ได้เผยแพร่ประกาศเรื่อง พระปรมาภิไธย พระนามาภิไธย คำอ่าน และสรรพนาม คำขึ้นต้น คำลงท้าย ในการกราบบังคมทูล กราบทูล

ความว่า ตามที่ได้มีพระบรม ราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ถวายพระเกียรติยศ สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ใช้ คำราชาศัพท์และคำกราบบังคมทูลพระกรุณาถวายพระเกียรติยศเสมอด้วยคำราชาศัพท์และคำกราบบังคมทูล พระกรุณาสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทุกประการ ตั้งแต่วันที่ 8 พฤษภาคม พุทธศักราช 2562 แล้ว นั้น

การนี้ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ประกาศ เรื่อง พระปรมาภิไธย พระนามาภิไธย คำอ่าน และสรรพนาม คำขึ้นต้น คำลงท้าย ในการกราบบังคมทูล กราบทูล ดังนี้

ประกาศ ณ วันที่ 9 พฤษภาคม พุทธศักราช 2562 เป็นปีที่ 4 ในรัชกาลปัจจุบัน

เตือน! หากนำรถตู้โดยสารอายุเกิน 10 ปี มาให้บริการ มีโทษปรับสูงถึง 2 แสน

กรมการขนส่งทางบก เตือน! ผู้ประกอบการที่ฝ่าฝืนนำรถตู้โดยสารประจำทางอายุเกิน 10 ปี มาให้บริการ มีโทษปรับตั้งแต่ 50,000 – 200,000 บาท

นายพีระพล ถาวรสุภเจริญ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า การกำหนดอายุการใช้งานรถตู้โดยสารประจำทางไม่เกิน 10 ปี นับแต่วันที่จดทะเบียนครั้งแรก เพื่อมาตรฐานความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน กรณีผู้ประกอบการฝ่าฝืนนำรถตู้อายุเกิน 10 ปี มาให้บริการ ถือเป็นการประกอบการโดยไม่ได้รับอนุญาต มีโทษปรับตั้งแต่ 50,000 – 200,000 บาท

เนื่องจากรถตู้โดยสารสาธารณะที่มีอายุเกิน 10 ปี บริษัทประกันภัย จะไม่รับจัดทำประกันภัยให้ ซึ่งจะสร้างปัญหาให้กับเจ้าของรถเมื่อเกิดอุบัติเหตุ และผู้โดยสารไม่ได้รับความคุ้มครอง จึงขอความร่วมมือประชาชนพิทักษ์สิทธิความปลอดภัย เลือกใช้บริการรถตู้ถูกกฎหมายได้รับความคุ้มครองกรณีเกิดอุบัติเหตุ หากพบปัญหาจากการใช้บริการรถตู้โดยสารสาธารณะ โทร. 1584 ตลอด 24 ชั่วโมง

ทั้งนี้ สำหรับมาตรการนำรถโดยสารขนาดเล็กมาเปลี่ยนทดแทนรถตู้โดยสาร กรมการขนส่งทางบก เริ่มทดแทนเฉพาะรถตู้โดยสารที่ครบอายุการใช้งาน (ครบ 10 ปี) ก่อน ซึ่งมีการทยอยเปลี่ยนในเส้นทาง หมวด 2 กรุงเทพฯ-ต่างจังหวัดทุกเส้นทาง และหมวด 3 ระหว่างจังหวัดกับจังหวัด เฉพาะเส้นทางที่มีจุดจอดรับ-ส่งผู้โดยสารระหว่างทาง มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2560

ส่วนเส้นทางหมวด 1 และหมวด 4 ที่ให้บริการในกรุงเทพมหานครและในภูมิภาค รวมถึงเส้นทางหมวด 3 วิ่งระหว่างจังหวัดกับจังหวัด ที่ไม่มีจุดจอดรับ-ส่งผู้โดยสารระหว่างทาง มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2562 เป็นต้นไป ทำให้ผู้ประกอบการขนส่งที่จะเข้าหลักเกณฑ์ปี 2562

ขณะนี้ยังสามารถนำรถตู้โดยสารมาเปลี่ยนทดแทนคันเดิมได้จนถึงวันที่ 30 กันยายน 2562 แต่กำหนดเงื่อนไขต้องเป็นรถใหม่ หรือรถที่มีอายุการใช้งานไม่เกิน 2 ปี และจะมีระยะเวลาในการวิ่งบริการในเส้นทางรวมแล้วไม่เกิน 10 ปี นับจากวันที่จดทะเบียนรถครั้งแรก ทั้งยังต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขการเดินรถอย่างเคร่งครัด

อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวเพิ่มเติมว่า การกำหนดอายุรถตู้โดยสารห้ามเกิน 10 ปี โดยการนำรถโดยสารขนาดเล็กมาตรฐาน 2 (จ) จำนวนที่นั่งไม่เกิน 20 ที่นั่ง (ที่ไม่ใช่ลักษณะรถตู้) และหรือรถโดยสารมาตรฐาน 2 (ค) จำนวนที่นั่งตั้งแต่ 21 – 30 ที่นั่ง ที่ต้องมีระบบเบรกแบบ ABS (Anti-lock Brake System) หรือระบบห้ามล้อแบบอื่นที่มีมาตรฐานเท่ากันหรือสูงกว่า พร้อมติดตั้ง GPS Tracking และอุปกรณ์แสดงผลความเร็ว (Speed Monitor)ตามมาตรฐานที่กรมการขนส่งทางบกมาให้บริการแทน เพื่อรักษามาตรฐานการให้บริการรถโดยสารสาธารณะ

แต่เพื่อลดผลกระทบของผู้ประกอบการให้มีช่วงเวลาปรับตัวกรมการขนส่งทางบก ได้มีมาตรการช่วยเหลือที่เหมาะสมเพื่อจูงใจและลดผลกระทบของผู้ประกอบการ อาทิ การทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับ บขส., ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) และบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.)

ภายใต้โครงการ “เปลี่ยนรถโดยสารประจำทางขนาดเล็กแทนรถตู้โดยสาร” และได้จัดตั้งศูนย์บริการเบ็ดเสร็จรถตู้โดยสารประจำทาง ณ บริเวณอาคาร 3 ชั้น 1 อำนวยความสะดวกให้คำปรึกษาแนะนำกรณีรถตู้โดยสารประจำทางจะครบกำหนดอายุ 10 ปี และขั้นตอนการ จดทะเบียนรถแบบเบ็ดเสร็จ ณ จุดเดียว (One stop service) พร้อมช่วยเหลือเจ้าของรถในกรณีที่มีความประสงค์ที่จะทำการเปลี่ยนรถทดแทนรถคันเดิมที่หมดอายุให้ได้รับความสะดวกรวดเร็ว อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวในที่สุด