คลิประทึก! ตำรวจซิ่งรถล่า แก๊งคนร้ายขนยาเสพติด หนีด่านที่ลำปาง

เปิดคลิปกล้องหน้ารถ นาทีเจ้าหน้าที่ตำรวจไล่ล่าติดตาม ยิงยางรถขบวนการขนยาบ้า ก่อนจอดรถวิ่งหนีเข้าป่า

วันที่ 10 พ.ค. 62 ผู้สื่อข่าว MThai ได้มีการเผยแพร่คลิประทึก! นาทีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่พริก ขับรถยนต์ตราโล่ ไล่ติดตามจับกุมขบวนการขนยาบ้า ที่ขับรถยนต์อีซูซุ รุ่มมิวเซเว่น สีขาว ทะเบียน กบ 4262 เชียงราย ที่กำลังหลบหนี หลังจากพวกเขาไม่ยอมผ่านเข้าด่านตรวจ ของ สภ.แม่พริก

โดยคลิปได้เผยให้เห็นว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ขับรถตราโล่ ไล่ล่าขบวนการยาเสพติด บนถนนพหลโยธินตาก-ลำปาง เส้นทางไปอำเภอเถิน เมื่อไปถึงกิโลเมตรที่ 641 ซึ่งเป็นเขตอำเภอสบปราบ เจ้าหน้าที่ก็สามารถตามไล่ทันรถคนร้าย

ก่อนที่คนร้ายเห็นท่าไม่ดีได้ทิ้งรถและวิ่งหลบหนีเข้าป่าไป จากนั้นไม่นานรถคันที่คนร้ายขับมาได้เกิดไฟไหม้ขึ้น ทางเจ้าหน้าที่ช่วยกันดับแต่ไม่สำเร็จ ก่อนจะประสานดับเพลิงของเทศบาลสบปราบเข้ามาระงับเหตุ และพบว่าของกลางซึ่งเป็นยาเสพติดจำพวก ยาบ้า ไอซ์ เฮโรอีน ถูกไฟไหมเสียหายบางส่วน

โดยพล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้กล่าวถึงความคืบหน้าในเหตุการณ์ดังกล่าวว่า ขบวนการค้ายาเสพติดกลุ่มนี้ถือเป็นกลุ่มใหม่ที่เกิดขึ้น และทางเจ้าหน้าที่ติดตามมาระยะหนึ่งแล้ว และจากการปฏิบัติการดังกล่าวสามารถจับกุมผู้ร่วมขบวนการมาได้แล้ว 3 คน รถ 2 คัน ซึ่งทั้งหมดเป็นชาว จ.สุพรรณบุรี

โดยคนที่ถูกจับกุมสารภาพตรงกันว่า ไปรับรถขนยาเสพติดทั้งหมดมาจาก อ.แม่สาย จ.เชียงราย เพื่อจะไปส่งที่จังหวัดนครสวรรค์ แต่รถนำพบว่า มีการตั้งด่านตรวจเข้มที่ อ.แม่พริก จ.ลำปาง จึงแจ้งให้รถขน ขับย้อนขึ้นมา กระทั่งมีเจ้าหน้าที่ได้ขับรถยนต์ไล่ติดตาม จนสามารถจับกุมตัวเอาไว้ได้

ส่วนผู้ต้องหาที่ทิ้งรถแล้ววิ่งหลบหนีนั้น เจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถจับกุมตัวได้ แต่ได้ส่งเจ้าหน้าที่ยังได้กดดันแล้ว หากชาวบ้านพบเห็นก็สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ให้เข้าทำการตรวจสอบได้ หากมีความคืบหน้าทางทีมข่าวจะรายงานให้ทราบต่อไป

‘ภัยแล้ง’ ส่งสัญญาณลากยาวอีก 2 เดือน กระทบข้าวนาปรัง-อ้อยหนักสุด คาดเสียหายเพิ่มเดือนละ 1,000 ล้านบาท

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย รายงานว่า ได้ปรับคาดการณ์สถานการณ์ภัยแล้งในปี 2562 ว่าหากลากยาวต่อเนื่องออกไปอีก 2 เดือนข้างหน้า คือราวเดือนก.ค. จากที่จะยุติในเดือนพ.ค. โดยผลกระทบก็น่าจะอยู่ในวงจำกัด เนื่องจากยังไม่ถึงฤดูกาลเพาะปลูกพืชสำคัญอย่างข้าวนาปี รวมถึงระดับความรุนแรงของภัยแล้งน่าจะลดน้อยลงกว่าในช่วงรุนแรงที่สุดในเดือนมี.ค.-เม.ย. ผนวกกับฝนที่อาจมีมาบ้าง แม้ว่าจะยังเป็นภาวะฝนทิ้งช่วงในเดือนก.ค.-มิ.ย. ทำให้ในภาพรวมแล้วสภาพอากาศต่อจากนี้ในอีก 2 เดือนข้างหน้าจะนับว่ายังคงแห้งแล้ง ซึ่งแม้ผลจากภัยแล้งจะช่วยดันราคาข้าวและอ้อยให้ขยับขึ้นได้ แต่อย่างไรก็ตาม จะยิ่งเป็นการซ้ำเติมรายได้เกษตรกรที่เดิมก็แย่อยู่แล้วให้เผชิญความยากลำบากเพิ่มขึ้นไปอีก

นอกจากนี้ ยังส่งผลกระทบต่อมูลค่าความสูญเสียทางเศรษฐกิจที่อาจเพิ่มขึ้นอีกราวเดือนละ 1,000 ล้านบาท จนอาจประเมินได้ว่า หากภัยแล้งลากยาวไปจนถึงเดือนก.ค.2562 ก็อาจทำให้เกิดมูลค่าความสูญเสียทางเศรษฐกิจรวมที่ราว 17,300 ล้านบาท

ขณะนี้ฤดูแล้งของไทยได้ดำเนินต่อเนื่องมาถึงในเดือนพฤษภาคมแล้ว แต่ก็ยังมีสัญญาณของความแห้งแล้งต่อเนื่องยาวนานไปอีก พิจารณาได้จากแนวโน้มของอุณหภูมิความร้อนเฉลี่ยของประเทศไทยที่ยังคงสูงกว่าค่าปกติ โดยเฉพาะประเทศไทยตอนบนที่มีอุณหภูมิสูงสุดเฉลี่ยอยู่ที่ 34-35 องศาเซลเซียส เมื่อเทียบกับค่าปกติที่ราว 33.6 องศาเซลเซียส ผนวกกับปริมาณน้ำฝนที่ยังน้อย และยังมีแนวโน้มของฝนที่อาจทิ้งช่วงในช่วงเดือนมิถุนายน-กรกฎาคม ส่งผลให้ปริมาณน้ำในเขื่อนยังคงทรงตัวอยู่ในระดับต่ำต่อเนื่องโดยระดับน้ำในเขื่อนของไทยแยกรายภาค ณ วันที่ 8 พฤษภาคม 2562 จะเห็นได้ว่า ปริมาตรน้ำใช้การได้ในเขื่อนทั้งประเทศลดลงร้อยละ 21.4 (YoY) โดยเฉพาะในภาคกลางและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่ยังมีปริมาณน้ำไหลลงเขื่อนในระดับที่ต่ำมาก ทำให้ภาคกลางและภาคตะวันออกเฉียงเหนือยังคงเป็นภาคที่มีสถานการณ์น้ำที่น่าเป็นห่วงอยู่ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อข้าวนาปรังและอ้อยเป็นหลัก

ดังนั้น จากสัญญาณความแห้งแล้งที่อาจยาวนานต่อเนื่องออกไปอีก ทำให้ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ได้มีการปรับคาดการณ์ผลกระทบจากภัยแล้งที่มีต่อพืชเกษตรที่กำลังเก็บเกี่ยวในช่วงฤดูแล้ง จากเดิมที่เคยประเมินผลกระทบของภัยแล้งในปี 2562 (ณ เดือนมีนาคม) ว่าน่าจะสิ้นสุดในเดือนพฤษภาคม โดยคิดเป็นมูลค่าความสูญเสียทางเศรษฐกิจราว 15,300 ล้านบาท แต่ครั้งนี้จะเป็นการปรับคาดการณ์กรอบเวลาที่เกิดภัยแล้งเพิ่มเติมว่า ภัยแล้งอาจกินเวลาลากยาวออกไปอีกราว 2 เดือนคือ มิถุนายน-กรกฎาคม ซึ่งอาจกระทบต่อมูลค่าความสูญเสียทางเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้น และจะยิ่งเป็นการซ้ำเติมรายได้เกษตรกรให้แย่ลงไปอีกจากคาดการณ์เดิม

พืชเกษตรที่กำลังเก็บเกี่ยวในช่วงฤดูแล้งที่จะได้รับผลกระทบหนักสุดคือ ข้าวนาปรังและอ้อย ซึ่งหากภัยแล้งลากยาวกินเวลาต่อไปอีก 2 เดือนข้างหน้า ก็จะกระทบต่อผลผลิตข้าวนาปรังที่ยังทยอยออกสู่ตลาดและผลผลิตอ้อยที่จะอยู่ในช่วงการปลูกอ้อยต้นฝน (ในเขตอาศัยน้ำฝน) ทำให้ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่า ราคาข้าวและอ้อยอาจขยับขึ้นได้ในช่วงเดือนมิถุนายน-กรกฎาคม 2562 แต่ในแง่ของภาพรวมราคาเฉลี่ยทั้งปี 2562 อาจยังให้ภาพที่หดตัวอยู่ ด้วยปัจจัยด้านการแข่งขันในตลาดโลกที่ยังรุนแรง รวมถึงปริมาณผลผลิตที่ยังอยู่ในระดับสูง โดยคาดว่า ภาพรวมราคาข้าวเฉลี่ยในปี 2562 อาจอยู่ที่ 10,700-10,800 บาทต่อตัน หรือหดตัวร้อยละ 0.3-1.2 (YoY) สำหรับราคาอ้อยเฉลี่ยในปี 2562 อาจอยู่ที่ 700-710 บาทต่อตัน หรือหดตัวร้อยละ 0.4-1.8 (YoY)

รายได้เกษตรกรในปี 2562 อาจให้ภาพที่แย่ลงไปอีก โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่า ผลจากภัยแล้งในปี 2562 หากกินเวลาเพิ่มขึ้นอีก 2 เดือน จะยิ่งส่งผลกดดันซ้ำเติมรายได้เกษตรกร จากผลของแรงฉุดด้านผลผลิต ซึ่งจะส่งผลต่อภาพรวมรายได้เกษตรกรในปี 2562 ให้หดตัวเพิ่มขึ้นไปอยู่ที่ร้อยละ 2.1-2.4 (YoY) เมื่อเทียบกับคาดการณ์เดิมที่หดตัวร้อยละ 1.2-1.6 (YoY)

ถ้าหากภัยแล้งลากยาวต่อเนื่องออกไปอีก 2 เดือนข้างหน้า อาจส่งผลต่อมูลค่าความสูญเสียทางเศรษฐกิจเพิ่มขึ้น โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินว่า มูลค่าความสูญเสียทางเศรษฐกิจอาจเพิ่มขึ้นราวเดือนละ 1,000 ล้านบาท โดยเป็นการประเมินความเสียหายของข้าวนาปรังและอ้อยเป็นหลัก อย่างไรก็ดี หากภัยแล้งมีแนวโน้มที่จะกินเวลายาวนานไปจนถึงเดือนสิงหาคม ซึ่งจะเป็นช่วงฤดูการเพาะปลูกข้าวนาปี ก็อาจทำให้มีมูลค่าความสูญเสียทางเศรษฐกิจมากกว่าที่ประเมินไว้

เปิดคลิปจับผิด กกต. คำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พลาด 4 จุด

นักคณิตศาสตร์ อัดคลิปแฉ พบ กกต. ใช้สูตรคำนวน ส.ส.บัญชีรายชื่อผิด 4 จุด ก่อนแนะไขข้อสงสัยประชาชน

เมื่อวันที่ 9 พ.ค. 2562 ที่ผ่านมา สมาชิกเว็บไซต์ Youtube @ Loy Academy ซึ่งเป็นของ นายลอย ชุนพงษ์ทอง ผู้เชี่ยวชาญทางด้านคณิตศาสตร์และดาราศาสตร์ ผู้ทรงคุณวุฒิสหวิทยาการ ราชบัณฑิตสภา

ได้มีการเผยแพร่คลิปอธิบายถึงความผิดพลาด ในการคิดสูตร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง ที่ได้มีการประกาศไปเมื่อวันที่ 8 พ.ค. 2562 ที่ผ่านมา หลังจากพบว่าการคิดสูตรดังกล่าวมีความผิดพลาดถึง 4 จุด โดยมีข้อความระบุว่า

**ความผิดแรก การคำนวณข้อ 3 ส.ส. เพื่อไทย ต้องได้ติดลบ ในครั้งนี้ได้ 110.74 – 136 = -25.26 การที่ กกต. ไปทำให้เป็น 0 นั้น เป็นการทำผิด มาตรา 91 (3) ครับ หลังไปทำแล้ว จึงทำให้ ส.ส.เกินมา 25.26 คน ถ้าทำถูก ส.ส.จะได้ 149 คนพอดี แต่จะไปเกิน 2 คนในข้อ 5 หลังจัดสรรจำนวนเต็มก่อนในข้อ 4

**ความผิด 2 กกต. อ้างว่าการที่มี ส.ส.เกินมาถึง 25.26 คนนี้ทำให้ ไม่สามารถทำตามข้อ 4 ได้ โดยที่เขาเข้าใจว่า ข้อ 4 มีไว้สำหรับ ส.ส. ขาด หรือพอดี แต่แท้จริงแล้ว ข้อ 4 มีหลุมฝังศพของพรรคที่ได้ต่ำกว่า 71,169 คะแนน ตามข้อความเพชฌฆาตนี้ “ให้จัดสรรเป็นจำนวนเต็มก่อน” (บาดใจ)

**ความผิด 3 คือ ม.128 (5) ระบุเพชฌฆาตคนที่ 2 คือ “จำนวน ส.ส. ที่จัดสรรให้ ต้องไม่เกินจำนวน ส.ส. พึงมีเบื้องต้น” ซึ่งไม่ได้รับการปฏิบัติ โดยไม่อธิบายว่าทำไมไม่ทำข้อนี้ เช่น สส.พรรคไทรักธรรม ย่อมได้ไม่เกิน 0.47 ซึ่งจะเป็น 1 ไม่ได้

**ความผิด 4 คือ กกต. ไม่ยอมอธิบายขั้นตอนต่อไปนี้ แต่ผมขอแถลงแทนให้ว่า การจะปัดขึ้นตามข้อ 7 ต้องทำให้ ส.ส.ขาด วิธีทำให้ ส.ส.ขาด คือเอาเลข 149/174.26 ไปคูณ ส.ส. สัดส่วนพึ่งมีเบื้องต้น ซึ่งทำให้ ส.ส. สัดส่วนพึงมี ลดไป 14.5% (ถ้าทำมาอย่างถูกต้อง จะลดลงแค่ 1.5%) เป็นเหตุให้ ส.ส. ทั้งหมดขาดไป 20 คน ต้องปัดให้พรรคที่มีเศษ ตั้งแต่ 0.372 ขึ้นไป ได้เต็มคน ส

รุป ผิด รธม. 91 ข้อ 3, 4 พ.ร.ป. ม.128 ข้อ 3, 4, 5 —- ทั้งหมดเป็นความเห็นของผม —- ถ้าคำนวณในแบบของผม จะผิดมาตราไหน เป็นที่สิ่งที่อยากให้ผู้รู้ชี้แนะ โดยการดีเบตสด ในฐานะประธานชมรมคนรู้ทัน กกต. 555 พูดเล่นนะครับ

ดาวน์โหลดไฟล์คำนวณ ขอความกรุณาติดตั้ง Dropbox ผ่าน link นี้ครับ https://db.tt/628cEM4t ติดตั้งแล้วเอาออกก็ได้ ดาวน์โหลดไฟล์ต่างๆ ได้ที่ https://www.dropbox.com/s/1qp2ifl6nvx…