กองทัพฯ หาแนวทางการช่วยเหลือ อดีตนักเรียนเตรียมทหาร ต้องลาออกไปดูแลแม่ป่วย

กองทัพฯ หาแนวทางในการสนับสนุนช่วยเหลือ นายนภัทร อดีตนักเรียนเตรียมทหาร ต้องลาออกจากการเป็นนักเรียนนายเรือชั้นปีที่ 1 กะทันหัน ไปดูแลแม่ป่วยโรคไต

จากกรณีที่ นายนภัทร อุ่นแก้ว นักเรียนเตรียมทหารรุ่นที่ 57 อดีตนักเรียนนายเรือรุ่นที่ 114 ต้องลาออกจากการเป็นนักเรียนนายเรือชั้นปีที่ 1 กะทันหัน เนื่องจากมีความจำเป็นต้องดูแลมารดาซึ่งป่วยเป็นโรคไต ด้วยตนเองแต่เพียงผู้เดียว

ส่งผลให้เวลาเรียนไม่เพียงพอจนต้องพักการเรียน และต่อมานายนภัทรฯ ได้แสดงเจตจำนงขอลาออก เพื่อให้ได้มีเวลาดูแลมารดาอย่างเต็มที่ ซึ่งปัจจุบันมารดาของนายนภัทร ฯ ได้เสียชีวิตลงแล้วนั้น

พลตรี กฤษณ์ จันทรนิยม โฆษกกองบัญชาการกองทัพไทย ได้เปิดเผยว่า จากเหตุการณ์ดังกล่าว พลเอกพรพิพัฒน์ เบญญศรี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด/ประธานกรรมการมูลนิธิศิษย์เก่าโรงเรียนเตรียมทหาร ได้รับทราบข่าวและมีความห่วงใย จึงได้ให้นายนภัทรฯ เดินทางมาเข้าพบเมื่อวันที่ 10 พ.ค.2562 เพื่อพูดคุยในรายละเอียดพร้อมสอบถามความต้องการ เพื่อหาแนวทางในการสนับสนุนช่วยเหลือในทุกด้านตามความประสงค์ของนายนภัทร ฯ

ซึ่งผู้บัญชาการทหารสูงสุดได้เน้นย้ำว่า นายนภัทรฯ เปรียบเหมือนลูกหลานของกองทัพ สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนเตรียมทหาร ถือเป็นบุคคลที่น่ายกย่องและเป็นแบบอย่างที่ดีในสังคม ในด้านความกตัญญูต่อบุพการีผู้ให้กำเนิด สมควรได้รับการดูแลช่วยเหลือตามความเหมาะสมในทุกโอกาส

ทั้งนี้ ในอนาคตหากนายนภัทร ฯ สำเร็จการศึกษาจากคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช และมีความประสงค์จะเข้ารับราชการเพื่อรับใช้ชาติ ทางกองทัพก็ยินดีจะพิจารณาในโอกาสต่อไป

ขอบคุณข้อมูลจาก กองประชาสัมพันธ์ สำนักประชาสัมพันธ์ กรมกิจการพลเรือนทหาร

ปล่อยตัว ‘ไผ่ ดาวดิน’ หลังรับพระราชทานอภัยโทษ

ปล่อยตัว ‘ไผ่ ดาวดิน’ หลังได้รับพระราชทานอภัยโทษ เนื่องในโอกาสมหามงคล พระราชพิธีบรมราชาภิเษก ในหลวงรัชกาลที่ 10

วันนี้ (10 พ.ค.2562) เวลา 10.00 น. นายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือไผ่ ดาวดิน ผู้ต้องขัง ซึ่งได้รับโทษตามความผิดประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ออกจากทัณฑสถานบำบัดพิเศษขอนแก่น หลังได้รับพระราชทานอภัยโทษ เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พระบาทสมเด็จพระปรเมนทร รามาธิบดีศรีสินทร มหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว

ทั้งนี้ มีญาติผู้ต้องขังที่ได้รับการอภัยโทษมารอต้อนรับกันอย่างเนื่องแน่น นายวิบูลย์ บุญภัทรรักษา หรือทนายอู๊ด พ่อของนายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือไผ่ ดาวดิน ที่มาพร้อมด้วยภรรยาและบรรดาญาติมาคอยรอรับ และทันทีที่ไผ่ ดาวดินได้รับการปล่อยตัวได้โผเข้ากอดพ่อแม่และญาติๆ ด้วยความดีใจในอิสรภาพ ท่ามกลางการแสดงความดีใจกับครอบครัวของไผ่ เนื่องจากไผ่ถูกจำคุกมาแล้ว 3 ปี ซึ่งเดิมมีกำหนดได้รับการปล่อยตัวในวันที่ 16 พ.ค.นี้ แต่ ไผ่ ดาวดิน อยู่ในข่ายได้รับอภัยโทษ เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ทุกคนล้วนปลาบปลื้มในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้

นายจตุภัทร์ เผยว่า รู้สึกดีใจที่ได้รับอิสรภาพอีกครั้งหลังจากต้องโทษและถูกคุมขังนานกว่า 2 ปี หลังจากนี้ต้องปรับตัวก่อน ส่วนการต่อสู้ หรือการร่วมกิจกรรมเรียกร้องประชาธิปไตย หรือกิจกรรมทางการเมืองนั้นคงล้มเลิกไม่ได้และจะทำต่อไป

สำหรับ ไผ่ ดาวดิน เป็นนักกิจกรรมและนักเคลื่อนไหวด้านสิ่งแวดล้อม ในนามกลุ่มดาวดิน และเริ่มเคลื่อนไหวทางการเมืองตั้งแต่ปี 2557 โดยถูกคุมขังในคดีหมิ่นสถาบัน มาตรา 112 หลังจากแชร์ข้อความของสำนักข่าวต่างประเทศ ผ่านสังคมออนไลน์

สั่งย้ายสาวประกันสังคม หลังแฟนหนุ่มโพสต์อวด “แฟนอยู่ประกันสังคมเข้าถึงข้อมูลส่วนตัวได้”

ประกันสังคมสั่งเอาผิดเจ้าหน้าที่สาว หลังแฟนหนุ่มโพสต์อวด “มีแฟนเป็นเจ้าหน้าที่อยู่ที่ประกันสังคม เข้าถึงข้อมูลส่วนตัว ขู่มิจฉาชีพทำงานที่ไหนรู้หมด”

วันที่ 10 พฤษภาคม 2562 นายอนันต์ชัย อุทัยพัฒนาชีพ เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน เปิดเผย ต่อสื่อมวลชนกรณีตามที่มีการนำข่าวในสื่อออนไลน์ เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2562 ว่าได้มี “หนุ่มโพสต์อวดแฟนอยู่ประกันสังคมเข้าถึงข้อมูลส่วนตัว ขู่มิจฉาชีพทำงานที่ไหนรู้หมด”

นายอนันต์ชัย กล่าวว่า เรื่องดังกล่าว สำนักงานประกันสังคมไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้มีการดำเนินการสอบสวนอย่างเร่งด่วน โดยมีการแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงในทันทีที่ทราบเรื่อง

ทั้งนี้ ในเบื้องต้นได้มีคำสั่งย้ายแฟนสาว ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่สำนักงานประกันสังคมคนดังกล่าวออกจากพื้นที่ปฏิบัติราชการแล้ว

ขณะนี้ตั้งคณะกรรมการสอบ เอาผิดทางวินัยร้ายแรงกับเจ้าหน้าที่คนดังกล่าว หากพบเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวผู้ประกันตนจริงถึงขั้นไล่ออก จากราชการทันที ทั้งนี้ขอให้ผู้ประกันตนมั่นใจในการทำงานของสำนักงานประกันสังคมที่จะรักษาผลประโยชน์อันพึ่งมีพึ่งได้ของผู้ประกันตนเป็นสำคัญ

รวมทั้งการปฏิบัติหน้าที่ของข้าราชการ เจ้าหน้าที่สำนักงานประกันสังคม เป็นไปด้วยความโปร่งใส ตรวจสอบได้ มีความซื่อสัตย์สุจริต และปฏิบัติตัวอย่างมีจริยธรรมและคุณธรรม นึกถึงประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าส่วนตน เพื่อประโยชน์ของนายจ้าง ลูกจ้าง ผู้ประกันตนอย่างแท้จริง