“สุวพันธุ์” เชื่อ คสช. เลือกนั่ง ส.ว.เพราะมีประสบการณ์

รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีบางส่วน ที่ยื่นลาออกจากตำแหน่งเพื่อเตรียมตัวไปทำหน้าที่ ส.ว. เดินทางเข้าร่วมประชุมที่ทำเนียบรัฐบาลเป็นครั้งสุดท้าย เพื่อมอบหมายงาน ด้านนายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ เชื่อว่าการที่ คสช.เสนอชื่อตนเองเป็น ส.ว. เพราะมีประสบการณ์

บรรยากาศที่ทำเนียบรัฐบาล ภายหลัง 15 รัฐมนตรี ลาออกจากตำแหน่ง โดยคาดว่า จะไปทำหน้าที่ ส.ว.นั้น เมื่อวานนี้ พลอากาศเอกประจิน จั่นตอง รองนายกฯและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พลเอกฉัตรชัย สาลิกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี และนายแพทย์อุดม คชินทร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เดินทางมาร่วมประชุมเป็นครั้งสุดท้าย เพื่อมอบหมายงานที่ยังค้างอยู่ ให้ผู้รับผิดชอบดำเนินการต่อ

ขณะที่ นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้เดินทางมายื่นหนังสือลาออก โดยมีผลวันที่ 9 พฤษภาคมนี้ ส่วนงานที่ค้างอยู่ ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี มอบหมายให้ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ทำหน้าที่แทน

นอกจากนี้ นายสุวพันธุ์ ยังระบุถึงเหตุที่ตัดสินใจลาออกไปเป็น ส.ว. ว่า เป็นเพราะ คสช.เลือกตนเอง โดยอาจมองว่า มีประสบการณ์ ทั้งเคยดำรงตำแหน่งวิปรัฐบาล และดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม มาก่อน พร้อมมองว่า กระแสวิพากษ์วิจารณ์ว่าการลาออกของรัฐมนตรี ไปเป็น ส.ว.เพื่อเป็นเกาะกำบังให้พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี นั้นถือเป็นมุมมองส่วนบุคคล

ด้านพลอากาศเอกประจิน เปิดเผยถึงการแบ่งงานและความคืบหน้าการตั้งกระทรวงการอุดมศึกษา วิจัย และนวัตกรรม ว่า ในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เห็นชอบให้นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ นั่งรักษาการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษาฯ โดยให้ทำหน้าที่ตั้งแต่วันที่ 7 พฤษภาคม เป็นต้นไป เพื่อดูแลเรื่องการจัดโครงสร้างอัตรากำลัง และแผนงานเพื่อขับเคลื่อนต่างๆ

ศาลปกครองสูงสุด ไม่รับคำฟ้องกรณีผู้สมัครรับเลือกตั้งจังหวัดเชียงใหม่

ศาลปกครองสูงสุด ไม่รับคำฟ้องกรณีผู้สมัครรับเลือกตั้งจังหวัดเชียงใหม่ ฟ้องขอให้เพิกถอนมติของคณะกรรมการการเลือกตั้งที่ระงับสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นการชั่วคราว

เมื่อวันที่ 8 พ.ค. 2562 ศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งไม่รับคำร้องของนายสุรพล เกียรติไชยากร ผู้สมัคร ส.ส. พรรคเพื่อไทย เขต 8 จ.เชียงใหม่ ฟ้องขอให้เพิกถอนมติของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่ระงับสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของนายสุรพล และขอให้มีคำสั่งห้าม กกต. ยกเลิกการเลือกตั้ง และจัดการเลือกตั้งใหม่

ศาลปกครองสูงสุด วินิจฉัยว่า การที่ผู้ถูกฟ้องคดีมีมติให้ระงับสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของผู้ฟ้องคดีไว้เป็นการชั่วคราวเป็นระยะเวลา 1 ปี และมีมติสั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่ทั้งเขตเลือกตั้งที่ 8 ของจังหวัดเชียงใหม่นั้น เป็นการดำเนินการตามมาตรา 225 วรรคหนึ่ง ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560

ประกอบกับมาตรา 132 วรรคหนึ่ง และวรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 และมาตรา 41 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ. 2560 อีกทั้งมาตรา 225 วรรคสอง ของรัฐธรรมนูญฉบับเดียวกัน ยังบัญญัติให้คำสั่งตามวรรคหนึ่งของผู้ถูกฟ้องคดีเป็นที่สุด

การกระทำของผู้ถูกฟ้องคดีที่เป็นเหตุแห่งการฟ้องคดีนี้จึงเป็นการใช้อำนาจโดยตรงตามรัฐธรรมนูญของผู้ถูกฟ้องคดี ข้อพิพาทคดีนี้จึงมิใช่กรณีที่เป็นการดำเนินการของผู้ถูกฟ้องคดีในการจัดหรือดำเนินการให้มีการจัดการเลือกตั้งที่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีของศาลปกครองสูงสุด ตามมาตรา 197 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 ประกอบมาตรา 17 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561

เขื่อนอุบลรัตน์ปริมาณน้ำติดลบ ต้องนำน้ำก้นอ่างมาใช้

เขื่อนอุบลรัตน์ปริมาณน้ำติดลบ ต้องนำน้ำก้นอ่างมาใช้ ขณะที่ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 6 เผยนำน้ำก้นอ่างมาใช้แล้วรวม 6 ล้าน ลบ.ม. ถือว่าเป็นไปตามแผน คาดว่าถึงสิ้นเดือนนี้น่าจะน้ำน้ำก้นอ่างมาใช้ประมาณ 50 ล้าน ลบ.ม.

ขณะนี้เขื่อนอุบลรัตน์เหลือปริมาณน้ำกักเก็บในอ่างเพียง 576 ล้านลูกบาศก์เมตร โดยระดับน้ำใช้การได้ในเขื่อนคิดเป็นศูนย์ และอยู่ในเกณฑ์ติดลบ ประมาณร้อยละ 5 ซึ่งตั้งแต่ต้นเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาได้เริ่มนำน้ำก้นเขื่อนที่เหลืออยู่มาสำรองใช้ ทำให้เขื่อนต้องลดการระบายน้ำลงเหลือวันละไม่เกิน 500,000 ลูกบาศก์เมตร เพื่อส่งไปผลิตน้ำประปา และใช้ในการอุปโภคบริโภคของประชาชนเท่านั้น

นายศักดิ์ศิริ อยู่สุข ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 6 กล่าวถึงสถานการณ์น้ำว่า วานนี้ (8 พค.) ได้นำน้ำก้นอ่างมาใช้ตั้งแต่วันที่ 2 พฤษภาคมเป็นต้นมารวม 6 ล้าน ลบ.ม. ซึ่งถือว่าเป็นไปตามแผนที่คาดการณ์ไว และถือว่าเป็นปริมาณที่ไม่มากเมื่อเทียบกับปี 2559 ที่ประสบปัญหาน้ำน้อย

จากนี้ต่อไปจะยังคงน้ำก้นอ่างเขื่อนอุบลรัตน์มาใช้เรื่อยๆจนกว่าจะเข้าสู่ฤดูฝนที่คาดว่าจะมาสิ้นเดือนพฤษภาคม โดยคาดว่าจนถึงสิ้นเดือนพฤษภาคมนี้ จะนำน้ำก้นอ่างมาใช้ประมาณ 50 ล้าน ลบ.ม. แต่หากถึงสิ้นเดือนพฤษภาคมฝนยังไม่ตกก็มีแผนสำรองสามารถมีน้ำใช้ได้อีกถึง 2 เดือน ทั้งนี้ กรมชลประทานจะมีการประสานทางจังหวัดเพื่อติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด

ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 6 เปิดเผยเพิ่มเติมว่า แม้ว่าเขื่อนอุบลรัตน์จะต้องนำน้ำก้นอ่างมาใช้แล้วก็ตามก็จะไม่กระทบต่อการผลิตน้ำประปาในพื้นที่โดยเฉพาะพื้นที่ในเขตชลประทานแน่นอนเพราะได้มีการเตรียมการและปรับแผนรองรับเป็นระยะๆ ส่วนพื้นที่นอกเขตชลประทานก็ได้มีการเตรียมแผนนำน้ำจากแหล่งน้ำใกล้เคียงมาใช้ผลิตน้ำประปาที่คาดว่ามีเพียงพอต่อการอุปโภคบริโภค