เปิดคำพยากรณ์ ‘อาหารพระโค’ 7 อย่าง บอกความหมายใดบ้างในวันพืชมงคล

พระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญเป็นพระราชพิธี ๒ พิธีรวมกัน คือ พระราชพิธีพืชมงคล อันเป็นพิธีสงฆ์ อย่างหนึ่ง ซึ่งจะประกอบพระราชพิธีวันแรกในพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม

พระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ อันเป็นพิธีพราหมณ์ อย่างหนึ่ง ซึ่งจะประกอบพระราชพิธีในวันรุ่งขึ้น ณ มณฑลพิธีสนามหลวง ซึ่งปีนี้จัดขึ้นในวันที่ 9 พฤษภาคม 2562

ทั้งนี้ การจัดงานพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญได้กระทำ เต็มรูปบูรพประเพณีครั้งสุดท้ายในปี 2479 แล้วก็ว่างเว้นไปจนกระทั่งในปี 2503 คณะรัฐมนตรีได้มีมติให้ฟื้นฟูพระราชประเพณีนี้ขึ้นใหม่ และได้กระทำติดต่อกันมาทุกปีจนถึงปัจจุบัน

อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญในงานพระราชพิธีวันพืชมงคลนั้น คือ การเสี่ยงทายของพระโคที่สามารถบ่งบอกได้ถึงเรื่องราวต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นกับการเพาะปลูกในปีนั้นๆ ซึ่งอาหารที่ถูกนำมาให้พระโคเลือกกินเพื่อการเสี่ยงทายจะมีด้วยกัน 7 อย่าง ได้แก่ ข้าวเปลือก หรือ ข้าวโพด น้ำ และ หญ้า , ถั่ว , งา , เหล้า โดยมีความหมายดังนี้

ข้าวเปลือก หรือ ข้าวโพด พยากรณ์ว่า ธัญญาหาร ผลาหาร จะบริบูรณ์ดี

น้ำ หรือ หญ้า พยากรณ์ว่า น้ำท่าจะบริบูรณ์พอสมควร ธัญญาหาร ผลาหาร ภักษาหาร มังสาหาร (เนื้อสัตว์) จะอุดมสมบูรณ์ดี

ถั่ว หรือ งา พยากรณ์ว่า ผลาหาร ภักษาหาร (อาหารที่กินเป็นประจำ) จะอุดมสมบูรณ์ดี

เหล้า พยากรณ์ว่า การคมนาคมจะสะดวกขึ้น การค้าขายกับต่างประเทศจะดีขึ้น เศรษฐกิจจะรุ่งเรือง

พระโค ในทางศาสนาพรามหณ์ หมายถึง เทวดาผู้ทำหน้าที่เป็นพาหนะของพระอิศวรซึ่งเปรียบได้กับการใช้แรงงานและความเข้มแข็ง และเป็นสัตว์เลี้ยงที่พระกฤษณะและพระพลเทพดูแลซึ่งเปรียบได้กับความอุดมสมบูรณ์ ดังนั้น ในการประกอบพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ จึงได้กำหนดให้ใช้พระโคเพศผู้เข้าร่วมพระราชพิธีเสมอมาตั้งแต่รัชกาลที่ ๑ เพื่อเป็นตัวแทนของความเข้มแข็งและความอุดมสมบูรณ์

สำหรับ พระโค ตามหลักเกณฑ์ กล่าวคือ จะต้องเป็นโคที่มีลักษณะดี รูปร่างสมบูรณ์ มีความสูงไม่น้อยกว่า ๑๕๐ เซนติเมตร ความยาวลำตัวไม่น้อยกว่า ๑๒๐ เซนติเมตร ความสมบูรณ์รอบอกไม่น้อยกว่า ๑๘๐ เซนติเมตร โคทั้งคู่จะต้องมีสีเดียวกัน ผิวสวย ขนเป็นมัน กิริยามารยาทเรียบร้อย ฝึกง่าย สอนง่ายไม่ดุร้าย เขาลักษณะโค้งสวยงามเท่ากัน ตาแจ่มใส หูไม่มีตำหนิ หางยาวสวยงามดี มีขวัญหน้า ขวัญทัดดอกไม้ซ้ายขวา และขวัญหลังถูกต้อง มีขาและกีบข้อเท้าแข็งแรง มองดูด้านข้างลำตัวจะเป็นสี่เหลี่ยม

โดยในปี 2562 กรมปศุสัตว์ ได้ทำการคัดเลือกพระโค เพื่อใช้ในพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ จำนวน ๒ คู่ คือ พระโคแรกนา 1 คู่ ได้แก่ พระโคเพิ่ม พระโคพูล และ พระโคสำรอง 1 คู่ ได้แก่ พระโคพอ พระโคเพียง

พระโคแรกนา

พระโคเพิ่ม มีความสูง ๑๕๙ เซนติเมตร ความยาวลำตัว ๒๓๐ เซนติเมตร  ความสมบูรณ์ รอบอก ๒๐๑ เซนติเมตร อายุ ๙ ปี

พระโคพูล มีความสูง ๑๕๗ เซนติเมตร ความยาวลำตัว ๒๓๘ เซนติเมตร  ความสมบูรณ์ รอบอก ๒๐๕ เซนติเมตร อายุ ๙ ปี

พระโคสำรอง

พระโคพอ มีความสูง ๑๖๕ เซนติเมตร ความยาวลำตัว ๒๒๐ เซนติเมตร ความสมบูรณ์ รอบอก ๒๑๔ เซนติเมตร อายุ ๗ ปี

พระโคเพียง มีความสูง ๑๖๙ เซนติเมตร ความยาวลำตัว ๒๓๓ เซนติเมตร  ความสมบูรณ์ รอบอก ๒๐๓ เซนติเมตร อายุ ๗ ปี

ที่มา www.moac.go.th

ผู้แทนพระองค์ อัญเชิญดอกไม้และกระเช้าพระราชทาน แก่ตำรวจที่ได้รับบาดเจ็บ

รัชกาลที่10 โปรดเกล้าฯ ให้ผู้แทนพระองค์ อันเชิญดอกไม้และกระเช้าพระราชทาน แก่ตำรวจที่ได้รับบาดเจ็บระหว่างปฏิบัติหน้าที่ในห้วงพระราชพิธีบรมราชาภิเษก

วันนี้ 8 พฤษภาคม 2562 พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ พลตำรวจโท สกลเขต จันทรา กรมวังผู้ใหญ่ อันเชิญดอกไม้และกระเช้าพระราชทานแก่ สิบตำรวจโท ทัดเทพ พงษ์โชติกุล ผู้บังคับหมู่ สถานีตำรวจภูธรมวกเหล็ก ตำรวจภูธรจังหวัดสระบุรี ที่ได้รับบาดเจ็บระหว่างปฏิบัติหน้าที่ในห้วงพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ณ โรงพยาบาลตำรวจ เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร

โดยมี พลตำรวจเอก จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พลตำวจเอก ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย รองผู้บัญชาการตำวจแห่งชาติ พลตำรวจโท ปิยะ อุทาโย ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พลตำรวจโท วิฑูรย์ นิติวรางกูร นายแพทย์ใหญ่โรงพยาบาลตำรวจ ร่วมพิธี

สรุปภาพรวมภาวะตลาดหลักทรัพย์ สำหรับเดือนเมษายน 2562

ณ สิ้นเดือนเมษายน 2562 ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ไทย (SET Index) ปิดที่ 1,673.52 จุด เพิ่มขึ้น 2.1% จากสิ้นเดือนก่อน ซึ่งสูงเป็นอันดับ 2 ในอาเซียน  มูลค่าซื้อขายเฉลี่ยต่อวันรวมของ SET และ mai ในเดือนเมษายน 2562 อยู่ที่ 41,915 ล้านบาท ทรงตัวเมื่อเทียบเดือนก่อน  โดยผู้ลงทุนต่างประเทศและผู้ลงทุนสถาบันในประเทศมีสถานะซื้อสุทธิในเดือนนี้

นายศรพล ตุลยะเสถียร รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานวางแผนกลยุทธ์องค์กร ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ไทยให้ผลตอบแทนเป็นบวกต่อเนื่องในเดือนเมษายน 2562 และผู้ลงทุนต่างประเทศกลับมาซื้อสุทธิในตลาดหลักทรัพย์ไทย ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางของตลาดหลักทรัพย์อื่นในเอเชียโดยปัจจัยต่างประเทศสนับสนุนบรรยากาศการลงทุน ได้แก่ การเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีนเป็นไปในทิศทางที่ประนีประนอมมากขึ้น และการขยายกำหนดเวลาการออกจากอียูของอังกฤษ แม้ว่าปัจจัยต่างๆ จะเริ่มมีความชัดเจนมากขึ้น แต่ความไม่แน่นอนยังคงมีอยู่ ผู้ลงทุนควรลงทุนอย่างระมัดระวังโดยให้ความสำคัญกับปัจจัยพื้นฐานและโอกาสในการเติบโตของธุรกิจเป็นหลัก

ภาวะตลาดหลักทรัพย์ไทย

  • ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ไทย (SET Index) ณ สิ้นเดือนเมษายน 2562 ปิดที่ 1,673.52 จุด เพิ่มขึ้น 2.1% จากสิ้นเดือนก่อน โดยกลุ่มเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร กลุ่มทรัพยากร กลุ่มเทคโนโลยี และกลุ่มบริการให้ผลตอบแทนมากกว่า SET Index
  • ในเดือนเมษายน 2562 ผู้ลงทุนต่างประเทศซื้อสุทธิในตลาดหลักทรัพย์ไทย 3,344 ล้านบาท
  • มูลค่าซื้อขายเฉลี่ยต่อวันรวมของ SET และ mai ในเดือนเมษายน 2562 อยู่ที่ 41,915 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.2% จากเดือนก่อน
  • Forward และ Historical P/E ของตลาดหลักทรัพย์ไทย ณ สิ้นเดือนเมษายน 2562 อยู่ที่ระดับ 15.5 เท่า และ 17.5 เท่าตามลำดับ สูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดหลักทรัพย์ในเอเชียซึ่งอยู่ที่ระดับ 14.5 เท่า และ 16.3 เท่าตามลำดับ
  • อัตราเงินปันผลตอบแทน ณ สิ้นเดือนเมษายน 2562 อยู่ที่ระดับ 3.12% สูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดหลักทรัพย์ในเอเชียที่อยู่ที่ 2.74%
  • มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดรวมของ SET และ mai ณ สิ้นเดือนเมษายน 2562 อยู่ที่ 17.4 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.0% จากสิ้นปี 2561 สอดคล้องกับทิศทางของดัชนี
  • ในช่วง 4 เดือนแรกของปี 2562 มูลค่าการระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ไทยอยู่ที่ระดับ 6,051 ล้านบาทซึ่งสูงที่สุดในอาเซียน

ภาวะตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า

  • ในเดือนเมษายน 2562 ตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้ามีปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยต่อวัน 263,192 สัญญา ซึ่งลดลง 35% จากเดือนก่อน