กระทรวงอุตสาหกรรม เตรียมวางโมเดล พัฒนาอุตสาหกรรมเกี่ยวกับกัญชา

กระทรวงอุตสาหกรรม เตรียมวางโมเดลพัฒนาอุตสาหกรรมเกี่ยวกับกัญชา ตั้งต้นน้ำ ถึง ปลายน้ำ หวังสร้างรายได้ให้เกษตรกรอย่างยั่งยืน หลังรัฐบาลได้ปลดล็อกกัญชา เพื่อนำไปใช้ทางการแพทย์

นายจารุพันธุ์ จารโยภาส รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือ กสอ.ระบุถึงความคืบหน้าการประชุมคณะทำงานขับเคลื่อนแผนพัฒนาเศรษฐกิจชีวภาพกลุ่มกัญชาและสมุนไพร ว่า เตรียมหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด หรือ ป.ป.ส. / สภาเกษตรกรแห่งชาติ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์, สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา หรือ อย. เพื่อยกระดับมาตรฐานการแปรรูปกัญชา นำไปต่อยอดใช้ในอุตสาหกรรมการแพทย์อย่างมีคุณภาพ

รวมทั้งวางโมเดลการพัฒนาการแบ่งปันผลประโยชน์ ร่วมกับกลุ่มเกษตรกรวิสาหกิจชุมชน ให้ได้รับผลประโยชน์โดยดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อสร้างรายได้ให้เกษตรกร และให้ประชาชนเข้าถึงยาที่สกัดจากน้ำมันกัญชาอย่างมีคุณภาพ

ขณะเดียวกัน ให้คณะทำงานวางหลักเกณฑ์เพื่อพัฒนากระบวนการตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และ ปลายน้ำ เพื่อรองรับการนำกัญชาไปใช้อย่างถูกวิธี ซึ่ง กสอ.ได้หารือกับ สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจชีวภาพ หรือ เบโด้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
โดยเบโด้ จะเป็นหน่วยงานคัดเลือกสายพันธุ์กัญชาที่เหมาะสม มาให้เกษตรกรเพาะปลูก

จากนั้นจะเข้าสู่กระบวนการกลางน้ำ เช่น กรมโรงงานอุตสาหกรรมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะไปศึกษาเรื่องการอนุญาตปลูกในโรงเรือนแบบปิด และเตรียมลงนามบันทึกความร่วมมือร่วมกับมหาวิทยาลัยรังสิต ศึกษางานวิจัย ใช้ห้องทดลองแปรรูปสกัดน้ำมัน สารต่างๆให้ได้คุณภาพร่วมกัน

สำหรับกระบวนการปลายน้ำ กสอ.จะร่วมกับโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร เพื่อนำสารสกัดน้ำมันกัญชา หรือสารอื่นๆของกัญชาไปใช้พัฒนาต่อยอดผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่ใช้ในอุตสาหกรรมการแพทย์ต่อไป

ซึ่งเชื่อว่า หากทำทุกขั้นตอนตามแผนที่วางไว้ กัญชาจะเป็นพืชที่สร้างรายได้ให้กับเกษตรกร สามารถนำไปพัฒนาต่อยอดสร้างมูลค่าเชิงเศรษฐกิจได้

ด้าน นายวันชัย พนมชัย เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม หรือ สมอ. ระบุว่า อยู่ระหว่างศึกษามาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมหรือ มอก. กัญชาของต่างประเทศว่า ใช้มาตรฐานอะไรบ้าง เช่น การควบคุมสารต่างๆ ควบคุมสิ่งปนเปื้อน เพื่อรองรับ การทำ มอก.กัญชาของไทย ให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล

ประกันสังคม แจงสิทธิผู้ประกันตน กรณีการปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดโลหิต

สำนักงานประกันสังคม แจงสิทธิผู้ประกันตนกรณีการปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดโลหิต

นายอนันต์ชัย อุทัยพัฒนาชีพ เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน กล่าวถึงสิทธิผู้ประกันตนที่เจ็บป่วยด้วยโรคมะเร็ง ต้องได้รับการปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดโลหิต ว่าผู้ประกันตนเจ็บป่วยเป็นโรคมะเร็ง และมีต้องได้รับการปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดโลหิต จากสาเหตุดังนี้

ผู้ประกันตนเจ็บป่วยด้วยโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวมัยอีลอยด์ชนิดเรื้อรัง/มะเร็งเม็ดเลือดขาว มัลอีลอยด์ ชนิดเฉียบพลัน/มะเร็งเม็ดเลือดขาวลิมโฟบลาสชนิดเฉียบพลัน/มะเร็งต่อมน้ำเหลือง/ไขกระดูกฝ่อชนิดรุนแรง/ ไขกระดูกผิดปกติ ระยะก่อนเป็นมะเร็ง/ มะเร็งไขกระดูกชนิดมัยอีโลม่า และไขกระดูกผิดปกติชนิดเป็นพังผืด

ซึ่งในการขอรับสิทธิผู้ประกันตนสามารถยื่นเรื่องได้ที่ สำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่ทั้ง 12 แห่ง สำนักงานประกันสังคมจังหวัด/สาขา/ที่ท่านสะดวก พร้อมเอกสารการพิจารณา คือ ประวัติการรักษาเกี่ยวกับโรคมะเร็ง และความเห็นแพทย์ผู้รักษาให้ได้รับการปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดโลหิต

อย่างไรก็ตามเมื่อผู้ประกันตนได้รับการพิจารณาอนุมัติให้ได้รับสิทธิ สำนักงานประกันสังคมจะส่งตัวผู้ประกันตนไปยังสถานพยาบาลที่ทำความตกลงเพื่อทำการรักษาผู้ประกันตนกรณีปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดโลหิต โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

ปัจจุบันมีอยู่จำนวน 10 แห่ง ได้แก่ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ โรงพยาบาลรามาธิบดี โรงพยาบาลศิริราช โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ โรงพยาบาลศรีนครินทร์ ขอนแก่น โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ และโรงพยาบาลหาดใหญ่

ทั้งนี้ สำนักงานประกันสังคมได้เหมาจ่ายค่าบริการค่าบริการทางการแพทย์จากสำนักงานประกันสังคมโดยตรง ถ้าเป็นเนื้อเยื่อของตนเองจ่ายให้ในอัตรา 750,000 บาทต่อราย แต่ถ้าเป็นเนื้อเยื่อผู้อื่นที่เป็นพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกันเหมาจ่ายให้ในอัตรา 1,300,000 บาทต่อราย สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่ทั้ง 12 แห่ง สำนักงานประกันสังคมจังหวัด/สาขา/ที่ท่านสะดวก หรือโทร. 1506 ตลอด 24 ชั่วโมง

พยากรณ์อากาศ ประจำวันที่ 7 พฤษภาคม 2562

ประเทศไทยตอนบนจะมีฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรง บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก

พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประจำวันที่ 7 พฤษภาคม 2562 ประเทศไทยตอนบนจะมีฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรง บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง รวมถึงฟ้าผ่า ควรอยู่ห่างจากต้นไม้ใหญ่ สิ่งปลูกสร้าง และป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง

สำหรับภาคใต้ยังคงมีฝนฟ้าคะนองกับมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ชาวเรือบริเวณดังกล่าวเดินเรือด้วยความระมัดระวังและเรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันที่ 6-9 พ.ค. 62

ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา บริเวณความกดอากาศสูงที่แผ่ปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และทะเลจีนใต้มีกำลังอ่อนลง ประกอบกับลมตะวันตกเฉียงใต้พัดปกคลุมประเทศไทย ในขณะที่ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนถึงร้อนจัด ทำให้บริเวณดังกล่าวยังคงมีฝนฟ้าคะนอง

สำหรับลมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามันและภาคใต้มีกำลังแรงขึ้น ทำให้ภาคใต้ยังคงมีฝนฟ้าคะนองกับมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันมีกำลังแรง

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยตั้งแต่เวลา 06:00 วันนี้ ถึง 06:00 วันพรุ่งนี้.

  • ภาคเหนือ

อากาศร้อนถึงร้อนจัด โดยมีฝนฟ้าคะนองกับลมกระโชกแรง ร้อยละ 20 ของพื้นที่
ส่วนมากบริเวณจังหวัดน่าน แพร่ ตาก สุโขทัย อุตรดิตถ์ พิษณุโลก พิจิตร และเพชรบูรณ์
อุณหภูมิต่ำสุด 24-28 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 38-41 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตก ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

อากาศร้อน โดยมีฝนฟ้าคะนองกับลมกระโชกแรง ร้อยละ 20 ของพื้นที่
ส่วนมากบริเวณจังหวัดเลย หนองบัวลำภู อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ
สกลนคร นครพนม มุกดาหาร ชัยภูมิ ขอนแก่น และนครราชสีมา
อุณหภูมิต่ำสุด 25-27 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 36-39 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

  • ภาคกลาง

อากาศร้อน โดยมีฝนฟ้าคะนองกับลมกระโชกแรง ร้อยละ 20 ของพื้นที่
ส่วนมากบริเวณจังหวัดนครสวรรค์ อุทัยธานี กาญจนบุรี และราชบุรี
อุณหภูมิต่ำสุด 25-27 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 37-39 องศาเซลเซียส
ลมใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

  • ภาคตะวันออก

อากาศร้อน โดยมีฝนฟ้าคะนองกับลมกระโชกแรง ร้อยละ 30 ของพื้นที่
ส่วนมากบริเวณจังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด
อุณหภูมิต่ำสุด 24-27 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 33-38 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม.
ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

  • ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก)

มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่
ส่วนมากบริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร และสุราษฎร์ธานี
อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 35-38 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.
ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 1 เมตร

  • ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก)

มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง
บริเวณจังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล
อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 31-36 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-40 กม./ชม.
ทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร

  • กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

อากาศร้อน โดยมีฝนฟ้าคะนองกับลมกระโชกแรง ร้อยละ 10 ของพื้นที่
อุณหภูมิต่ำสุด 25-27 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 35-38 องศาเซลเซียส
ลมใต้ ความเร็ว 10-15 กม./ชม.