[สรุป] แก้ไขเพิ่มเติมล่าสุด พ.ร.บ. อุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562

ประเด็นน่าสนใจ

  • พ.ร.บ. อุทยานฯ ฉบับเดิมนั้นใช้มานานแล้วจึงสมควรได้รับการแก้ไขให้ทันสมัยขึ้น
  • เป็นการแก้ไขทั้งฉบับ โดยยกเลิก พ.ร.บ.อุทยานฯ ฉบับเก่า และใช้ฉบับปี 2562 นี้แทน
  • พ.ร.บ. อุทยานฯ พ.ศ. 2562 นี้จะมีผลบังคับใช้ใน 180 วันนับแต่วันประกาศนี้
  • ปรับเพิ่มโทษ ในหลายมาตรา และมีปรับปรุงครอบคลุมมากขึ้น
  • ท้องถิ่น จะได้รับส่วนแบ่งรายได้ จากการเก็บค่าบัตร ของอุทยานฯ ด้วย เพื่อใช้ในงานด้านอนุรักษ์ฯ
  • จนท. ได้เฮ มีจัดแบ่งรายได้ ช่วยเหลือกรณี บาดเจ็บ ป่วย เสียชีวิต หรือสู้คดีที่เกิดขึ้นในการปฏิบัติหน้าที่
  • มีสินบนนำจับ ให้กับผู้ที่นำจับผู้กระทำความผิดได้ เพื่อเป็นขวัญกำลังใจเจ้าหน้าที่
  • บุกรุก ครอบครอง ทำบ้านพัก มีโทษหนักขึ้น, ไม่รื้อไม่ดำเนินการ โดนอีก พร้อมค่าปรับรายวัน

วันนี้ (29 พ.ค. 2562) เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาได้ประกาศ แก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๒

สาระสำคัญใน พ.ร.บ. อุทยานฯ 2562

สำหรับในประเด็นสำคัญของการประกาศแก้ไข พ.ร.บ. อุทยานฯ นั้น เนื่องด้วยฉบับเก่านั้น ได้มีการใช้งานมาตั้งแต่ปีพ.ศ. 2504 โดยมีการแก้ไขครั้งล่าสุดปี 2535 ทำให้บทบัญญัติบางข้อ บางประการนั้น ไม่เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบันแล้ว โดยสาระสำคัญในการเปลี่ยนแปลงคือ

  • เพิ่มเติมให้มีการแบ่งสัดส่วนการจัดเก็บรายได้ที่เกิดขึ้น ให้แก่หน่วยงานปกครองส่วนท้องถิ่นอย่างเทศบาล – อบต. เพื่อใช้ในการดำเนินการส่งเสริมงานการอนุรักษ์ต่างๆ ด้วย (มาตรา 30 , ฉบับเดิม ไม่มีระบุไว้)
  • เงินเพื่อการอนุรักษ์ ของอุทยานฯ วนอุทยาน สวนพฤษศาสตร์ ฯลฯ ตาม พ.ร.บ. นี้ จะสามารถนำมาช่วยเหลือ จนท. อุทยาน หรือ จนท. ที่ปฏิบัติหน้าที่ได้แล้ว ทั้งในแง่การช่วยเหลือกรณี บาดเจ็บ เสียชีวิต หรือแม้กระทั่งสู้คดีจากการปฏิบัติหน้าที่ (มาตรา 32 (3), ฉบับเดิม ไม่มีระบุไว้)
  • มีการกำหนดให้ผู้ที่กระทำความเสียหายให้กับทรัพยากร ต้องชดใช้ค่าเสียหาย ซึ่งรวมไปถึงค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากการฟื้นฟูการบุกรุกทำลายนั้นด้วย (มาตรา 40 )
  • บุกรุก ยึดครองที่ดิน แผ้วถาง ฯลฯ มีโทษจำคุก 4-20 ปี ปรับ 4 แสน – 2 ล้าน หรือทั้งจำทั้งปรับ กรณีพื้นที่ที่ถูกบุกรุกเป็นพื้นที่ลุ่มน้ำชั้น 1A โดนเพิ่มอีกครึ่งหนึ่ง (มาตรา 41 )
  • เก็บหาของป่าที่ทำให้เกิดความเสียหายแก่ทรัพยากร มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 5 แสน หรือทั้งจำทั้งปรับ ( มาตรา 42 )
  • หากเป็นทรัพยากรที่เกิดใหม่ตามฤดูกาล มูลค่าไม่เกิน 2 พันบาท มีโทษปรับไม่เกิน 5 พันบาท ( มาตรา 42 )
  • ล่าสัตว์ – ล่อสัตว์ – พาออกนอกเขตอุทยานฯ หรือ ทำอันตรายใด มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 5 แสน หรือทั้งจำทั้งปรับ ( มาตรา 43 )
  • เปลี่ยนทางน้ำ กั้นลำน้ำ เบื่อปลา ในลำน้ำในเขตอุทยานฯ มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 5 แสน หรือทั้งจำทั้งปรับ ( มาตรา 43 )
  • นำอุปกรณ์ล่าสัตว์ เข้าอุทยาน ปรับ 1 หมื่น แม้ว่าไม่ได้ใช้ก็ตาม ( มาตรา 44)
  • ยิงปืน จุดพลุ จุดไฟ เผาป่า จุดไฟ โดยไม่ได้รับอนุญาต โดนเต็มๆ จำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือ ปรับไม่เกิน 2 แสน หรือทั้งจำทั้งปรับ ( มาตรา 44 )
  • ย้ายหลักแนวเขตอุทยานฯ หรือทำลาย ก็โดนแน่นอน จำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 3 แสน หรือทั้งจำทั้งปรับ ( มาตรา 46 )
  • เจ้าหน้าที่ อุทยานฯ ไล่ออกนอกพื้นที่ ไม่ออกมีโทษ จำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรอืปรับไม่เกิน 5 หมื่น หรือทั้งจำทั้งปรับ ( มาตรา 49 )
  • บุกรุกพื้นที่ สร้างบ้านพัก ฯลฯ จนท. สั่งรื้อไม่ดำเนินการ มีโทษจำคุก 1-3 ปี ปรับไม่เกิน 3 แสน หรือทั้งจำทั้งปรับ หากยังดื้อไม่ดำเนินการอีก ปรับต่อวันละไม่เกิน 1 หมื่นบาท ( มาตรา 50 )
  • กรณีมีผู้นำจับ ตามฐานความผิด อัยการสามารถดำเนินการขอให้มีการจ่ายสินบนนำจับ จากค่าปรับที่เกิดขึ้น ไม่เกินครึ่งหนึ่งของค่าปรับ ( มาตรา 55 )
  • ของกลางในคดี ให้ริบเป็นของหลวง ( มาตรา 56 )

เก็บเห็ด หาของป่า ตามวิถีคนชายขอบทำได้ไหม?

ในบทเฉพาะกาล ได้มีการกล่าวถึงประเด็นของการ เก็บหาของป่า หรือใช้ทรัพยากรธรรมชาติที่เกิดทดแทนได้ใหม่ในแต่ละฤดูกาลได้ หากไม่ส่งกระทบต่อระบบนิเวศและสภาพธรรมชาติ ซึ่งนอกจากนี้ ยังมีบัญญัติให้มีการจัดทำแบ่ง ( zoning) พื้นที่ของการอนุรักษ์ และการใช้ทรัพยากรธรรมชาติร่วมด้วย

ดังนั้น หากเป็นการเก็บหาของป่า ตามวิถีดั่งเดิมโดยไม่ส่งผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาตินั้นยังคงสามารถทำได้ รวมทั้ง ยังมี พ.ร.บ. ป่าชุมชน ที่จะเข้ามาประกอบกันในประเด็นนี้ด้วย

เปิดหลักเกณฑ์ ‘บัตรคนจน’ ยื่นกู้แบงก์ออมสิน วงเงิน 50,000 บาท ผ่อนขั้นต่ำ 242 บาท/เดือน 

ประเด็นน่าสนใจ

  • ธนาคารออมสินออกมาตรการเป็นแหล่งเงินทุนให้กู้สำหรับผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
  • ดอกเบี้ยต่ำ อัตราดอกเบี้ยคงที่ 0.75%  ต่อเดือน ผ่อนนาน 3-5 ปี วงเงินสูงสุด 50,000 บาท
  • นำเงินไปเป็นเงินทุนประกอบอาชีพหรือเงินหมุนเวียน

สืบเนื่องจากการที่ธนาคารออมสินได้ออกมาตรการพัฒนาคุณภาพชีวิตสำหรับผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ด้วยการเป็นแหล่งทุนให้เงินกู้ ภายใต้โครงการ ‘สินเชื่อโครงการธนาคารประชาชนสำหรับผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ’ เพื่อนำไปเป็นทุนหมุนเวียนในการประกอบอาชีพ อาชีพเสริม เช่นงานค้าขายหรืองานบริการ โดยสามารถติดต่อได้ที่ธนาคารออมสินทุกสาขาทั่วประเทศนั้น

หลักเกณฑ์ในการขอกู้เป็นอย่างไรนั้น สรุปรายละเอียดออกมาได้ดังนี้

ผู้กู้ต้องมีคุณสมบัติอย่างไร?

  1. เป็นผู้ที่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
  2. เป็นผู้ที่มีสัญชาติไทย
  3. อายุครบ 20 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป (เมื่อรวมอายุผู้กู้กับระยะเวลาที่ชำระเงินกู้ ต้องไม่เกิน 70 ปี)
  4. มีการประกอบอาชีพ
  5. มีถิ่นที่อยู่แน่นอน สามารถติดต่อได้

กู้เงินไปทำอะไร?

  • เพื่อเป็นเงินทุน
  • เพื่อเป็นเงินทุนหมุนเวีนในการประกอบอาชีพ
  • เพื่อประกอบอาชีพเสริม

ให้กู้เท่าไหร่?

  • ตั้งแต่ 10,000 – 50,000 บาท โดยกู้ตามความจำเป็นและความสามารถในการชำระคืน (ทั้งนี้จำนวนเงินกู้คงเหลือตามสัญญาเดิมของสินเชื่อภายใต้โครงการแก้ไขหนี้นอกระบบทุกประเภทรวมกับการกู้ครั้งนี้ ต้องไม่เกิน 200,000 บาทต่อราย)
  • ผ่อนชำระ 3-5 ปี เป็นการผ่อนชำระเงินต้นและดอกเบี้ยงวดรายเดือน สูงสุด 60 งวด
  • อัตราดอกเบี้ยคงที่ ร้อยละ 0.75 ต่อเดือน (Flat Rate) เช่น กรณีกู้ 10,000 บาท ผ่อนชำระขั้นต่ำงวดละ 242 บาทต่อเดือน กรณีกู้ 50,000 บาท ผ่อนชำระขั้นต่ำงวดละ 1,209 บาทต่อเดือน
  • ไม่เสียค่าธรรมเนียมในการให้บริการสินเชื่อ

ใช้อะไรเป็นหลักประกัน?

  • ไม่ต้องใช้คนค้ำ
  • แต่ใช้บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) โครงการค้ำประกันสินเชื่อเพื่อผู้ประกอบการ ค้ำประกัน โดยฟรีค่าธรรมเนียมค้ำประกันตลอดอายุสัญญา 

เอกสารที่ต้องเตรียมยื่นกู้

  • สำเนาบัตรประชาชน
  • สำเนาทะเบียนบ้าน
  • สำเนาบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
  • รูปถ่ายสถานที่ประกอบอาชีพ
  • เอกสารแสดงรายได้ในการประกอบอาชีพ
  • สมุดบัญชีเงินฝาก
  • และเอกสารรายรับรายจ่าย (ถ้ามี)

ทั้งนี้ การพิจารณาอนุมัติสินเชื่อขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายด้าน หากมีข้อสงสัยหรือต้องการรายละเอียดเพิ่มเติมจากเจ้าหน้าที่ สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ ธนาคารออมสินทุกสาขาทั่วประเทศ หรือ ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ธนาคารออมสิน โทร.1115


บสย. คือใคร ทำหน้าที่อย่างไร?

บสย. เป็นหน่วยงานรัฐวิสาหกิจภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงการคลัง ทำหน้าที่ค้ำประกันสินเชื่อให้แก่ผู้ประกอบการ SMEs ที่ไม่มีหลักทรัพย์ หรือมีหลักทรัพย์ค้ำประกันไม่เพียงพอในการขอสินเชื่อจากธนาคาร เพื่อให้ได้วงเงินสินเชื่อที่เพิ่มขึ้นตามความต้องการ

ขั้นตอนโดยทั่วไปของการใช้บริการ บสย.

  1. ผู้กู้ยื่นขอสินเชื่อกับธนาคาร
  2. ธนาคารพิจารณาอนุมัติสินเชื่อตามหลักเกณฑ์ของธนาคาร และยื่นคำขอค้ำประกันสินเชื่อมายัง บสย.
  3. บสย.พิจารณาคำขอค้ำประกันสินเชื่อ และส่งหนังสือค้ำประกันให้ธนาคาร
  4. เมื่อธนาคารได้รับหนังสือค้ำประกันจาก บสย. ธนาคารก็จะให้สินเชื่อแก่ผู้กู้

ตำรวจสั่งเอาผิดแล้ว ร้านสเปซคลับ เปิดเกินเวลา จัดตั้งไม่ได้รับอนุญาต

ประเด็นน่าสนใจ

  • ตำรวจแจ้งจ้อหาตั้งสถานบริการ โดยไม่ได้รับอนุญาตและ จำหน่ายสุราโดยไม่ได้รับอนุญาต แก่เจ้าของร้าน “ผับสเปซ”
  • จัดตั้งสถานการบริการโดยไม่ได้รับอนุญาต มีความผิดใน พ.ร.บ.สถานบริการ   มาตรา 26 ผู้ใดตั้งสถานบริการโดยไม่ได้รับอนุญาต มีโทษจำคุกตั้งแต่ 3-5 ปีขึ้นไป หรือปรับตั้งแต่ 1.2 แสนบาท ถึง 4 แสนบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ

พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รอง โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ออกมาเปิดเผยถึงกรณีที่ เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.ดส.บช.น. และ บก.สปพ. ได้นำกำลังเข้าตรวจสอบ สถานบริการ “ผับสเปซ”  ถ.ประดิษฐ์มนูธรรม ซอย 5 แขวงท่าแร้ง เขตบางเขน กรุงเทพฯ หลังได้รับแจ้งว่าเปิดสถานบริการโดยไม่ได้รับอนุญาต และเปิดเกินเวลาที่กำหนด

ซึ่งเมื่อไปถึงพบนักดื่มจำนวนมากกำลังสนุกสนานอยู่ภายในด้วยการแต่งกายชุดนักเรียนที่ทางร้านจัดขึ้น เจ้าหน้าที่จึงขอตรวจดูใบอนุญาตของร้าน ตรวจหาสารเสพติดในปัสสาวะของผู้เข้าใช้บริการ

โดยจากการตรวจสอบพบสารเสพติดในปัสสาวะจำนวนหลายราย จึงได้ดำเนินการตามกฎหมาย จากนั้นจึงได้ทำการตรวจสอบใบอนุญาตจัดตั้งสถานบริการ และจำหน่ายสุรา โดยจากการตรวจสอบพบว่า ไม่สามารถนำมาแสดงแก่เจ้าหน้าที่ตำรวจ

โดยได้รับว่าร้านดังกล่าวได้ลักลอบจักตั้งขึ้นโดยไม่ได้รับอนุญาตแต่อย่างใด จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้แจ้งข้อกล่าวหาให้ทราบว่า ตั้งสถานบริการ ตาม พ.ร.บ.สถานบริการ พ.ศ.2509 โดยไม่ได้รับอนุญาตและ จำหน่ายสุราโดยไม่ได้รับอนุญาต” ซึ่งผู้ต้องหาได้รับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา จากนั้นจึงได้จับกุมตัวนำส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

รองโฆษก ตร.กล่าวต่ออีกว่า ที่ผ่านมา พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้กำชับทุกพื้นที่ในการป้องกันปราบปราม ไม่ให้มีการปล่อยปละละเลย อบายมุข บ่อนการพนัน สถานบริการ ยาเสพติด หรือการค้ามนุษย์ เกิดขึ้นในทุกพื้นที่ โดยหากมีหน่วยอื่น เข้าตรวจค้นจับกุม หน่วยพื้นที่ต้องรับผิดชอบ

ก็จะพิจารณาข้อบกพร่องกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้องทุกนาย รวมทั้งผู้บังคับบัญชาที่รับผิดชอบทุกระดับชั้น ตามคำสั่ง ตร.ที่ 234/2558 ลงวันที่ 27 เม.ย. 2558 เรื่อง การพิจารณาเจ้าหน้าที่ตำรวจที่บกพร่องในการป้องกันและปราบปราบอบายมุข ที่ปล่อยปละละเลยให้มีอบายมุขต่างๆเกิดขึ้นในพื้นที่