ประกันสังคม ให้สิทธิผู้ประกันตนผ่าตัดเปลี่ยนอวัยวะกระจกตา ฟรี!

ประกันสังคม พร้อมดูแลรักษาผู้ประกันตนผ่าตัดเปลี่ยนอวัยวะกระจกตา โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

นายอนันต์ชัย อุทัยพัฒนาชีพ เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน กล่าวถึงสิทธิในการขอรับบริการทางการแพทย์ โดยการผ่าตัดเปลี่ยนอวัยวะกระจกตาว่า ผู้ประกันตนที่เจ็บป่วยเกี่ยวกับกระจกตา ซึ่งทำให้ดวงตามองเห็นลดลง และต้องได้รับการผ่าตัดเปลี่ยนกระจกตาจากสาเหตุดังนี้

  • โรคแผลเป็นที่กระจกตา
  • โรคกระจกตาเป็นแผล
  • โรคกระจกตาขุ่นเป็นฝ้าขาว บวม
  • กระจกตาเสื่อมตามอายุ
  • กระจกตาผิดปกติแต่กำเนิดหรือผิดปกติทางพันธุกรรม
  • การติดเชื้อแต่กำเนิด
  • กระจกตาขุ่นจากโรคทางภูมิร่างกายผิดปกติ

หากผู้ประกันตนมีความประสงค์ที่จะใช้สิทธิ สามารถยื่นแบบคำขอรับประโยชน์ทดแทน ณ สำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่/จังหวัด/สาขา พร้อมเอกสารการพิจารณา คือ ประวัติการรักษาเกี่ยวกับโรคตา และความเห็นแพทย์ผู้รักษาให้เปลี่ยนกระจกตา

อย่างไรก็ตามเมื่อผู้ประกันตนได้รับการพิจารณาอนุมัติให้ได้รับสิทธิการผ่าตัดเปลี่ยนกระจกตา สำนักงานประกันสังคมจะส่งตัวผู้ประกันตนไปยังสถานพยาบาลที่ทำความตกลงฯ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ทั้งนี้สำนักงานประกันสังคมได้เหมาจ่ายค่าบริการทางการแพทย์แก่สถานพยาบาลในอัตรา 35,000 บาท และจ่ายค่าจัดเก็บและรักษาคุณภาพดวงตาแก่สภากาชาดไทยในอัตราดวงตาละ 15,000 บาทอีกด้วย

เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม กล่าวต่อไปว่า ปัจจุบันสำนักงานประกันสังคมได้จัดสถานพยาบาลในบันทึกข้อตกลงกรณีการผ่าตัดเปลี่ยนอวัยวะกระจกตา จำนวน 30 แห่ง ได้แก่ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ โรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชา โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ โรงพยาบาลรามาธิบดี โรงพยาบาลศิริราช โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า

วิทยาลัยแพทย์ศาสตร์กรุงเทพมหานครและวชิรพยาบาล โรงพยาบาลเมตตาประชารักษ์ (วัดไร่ขิง) โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ โรงพยาบาลศรีนครินทร์ ขอนแก่น โรงพยาบาลราชวิถี โรงพยาบาลราชบุรี โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา โรงพยาบาลชลบุรี โรงพยาบาลอุดรธานี โรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้าโรงพยาบาลเลิดสิน

โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร โรงพยาบาลทุ่งสง ศูนย์การแพทย์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ โรงพยาบาลหาดใหญ่ โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร โรงพยาบาลพระนั่งเกล้า โรงพยาบาลพระปกเกล้า โรงพยาบาลนครปฐม ศูนย์การแพทย์ปัญญานันทภิกขุ ชลประทาน มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ โรงพยาบาลบ้านแพ้ว โรงพยาบาลสวรรค์ประชารักษ์ และโรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่ทั้ง 12 แห่ง สำนักงานประกันสังคมจังหวัด/สาขา ที่ท่านสะดวก หรือโทร 1506 ตลอด 24 ชั่วโมง

สำนักจุฬาราชมนตรี ประกาศ 6 พ.ค. เป็นวันที่ 1 ของเดือนรอมฎอน

สำนักจุฬาราชมนตรี ประกาศ วันที่ 1 ของ เดือนรอมฎอน ฮิจเราะห์ศักราช 1440 ตรงกับวันจันทร์ ที่ 6 พฤษภาคม 2562

เพจ สำนักจุฬาราชมนตรี ได้เผยว่า เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2562 นายอาศิส พิทักษ์คุมพล จุฬาราชมนตรี ประกาศผลการดูดวงจันทร์เพื่อกำหนดวันที่ 1 ของเดือนรอมฎอน ปีฮิจเราะห์ศักราช 1440

ณ ห้องประชุมสำนักจุฬาราชมนตรี อาคารศูนย์บริหารกิจการศาสนาอิสลามแห่งชาติ เฉลิมพระเกียรติ ปรากฏว่า ในวันและเวลาดังกล่าว มีผู้เห็นดวงจันทร์ ดังนั้น วันที่ 1 เดือนรอมฎอน ฮิจเราะห์ศักราช 1440 ตรงกับวันจันทร์ที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ.2562

สำหรับเดือนรอมฎอน คือ เดือนที่ 9 ตามปฏิทินอิสลาม ซึ่งยึดตามจันทรคติ ชาวมุสลิมทั่วโลกจะถือศีลอดประจำปีในช่วงเวลากลางวันของเดือนนี้ โดยพวกเขาจะอดอาหารตั้งแต่แสงอรุณขึ้นไปจนถึงพระอาทิตย์ตกดิน

การถือศีลอดมีจุดมุ่งหมายเพื่อแสดงออกถึงความศรัทธา ซื่อสัตย์ มุ่งหวังความใกล้ชิดกับองค์อัลเลาะห์ และเป็นการย้ำเตือนให้ชาวมุสลิมระลึกถึงความลำบากของบุคคลที่ด้อยโอกาสกว่า รวมถึงการถือศีลอดคือการฝึกในการข่มใจตนเอง ทั้งเป็นการชำระร่างกายและจิตวิญญาณ ดังนั้นในเดือนนี้มุสลิมจึงมักบริจาคให้องค์กรการกุศลและเลี้ยงอาหารแก่ผู้หิวโหย

รอมฎอนเป็นเวลาที่จะปลีกตัวจากความสุขทางโลก และมุ่งเน้นการเข้าเฝ้าพระเจ้าด้วยการละหมาดและขอพร ชาวมุสลิมจำนวนมากจะใช้เวลามากขึ้นที่มัสยิดมากกว่าในช่วงเวลาอื่นๆ ของปี การถือศีลอดในช่วงรอมฎอนเป็นหนึ่งในเสาหลักของศาสนาอิสลามเสมือนกับการละหมาดทุกวัน 5 เวลา และการไปแสวงบุญฮัจญ์ที่นครเมกกะห์ เป็นต้น

ปภ. รายงาน 8 จังหวัด ได้รับผลกระทบจากพายุฝนฟ้าคะนอง

ปภ. รายงานเกิดวาตภัยในพื้นที่ 8 จังหวัด ประสานจังหวัดเร่งสำรวจพื้นที่และให้การช่วยเหลือโดยด่วน

นายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า อิทธิพลหย่อมความกดอากาศต่ำเนื่องจากความร้อนปกคลุมประเทศไทยตอนบน ตั้งแต่วันที่ 3 พฤษภาคม 2562 ถึงปัจจุบัน ทำให้เกิดพายุฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงในพื้นที่ 8 จังหวัด ได้แก่ สุโขทัย พิษณุโลก พิจิตร นครสวรรค์ ลพบุรี เพชรบูรณ์ ศรีสะเกษ และแพร่ รวม 15 อำเภอ 24 ตำบล 54 หมู่บ้าน บ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหาย 363 หลัง

ทั้งนี้ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้ประสานจังหวัด หน่วยทหาร องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยในเบื้องต้น โดยแจกจ่ายเครื่องอุปโภคบริโภค กระเบื้องมุงหลังคา และวัสดุอุปกรณ์ซ่อมแซมบ้านเรือนแก่ผู้ประสบภัย รวมถึงจัดเจ้าหน้าที่สำรวจและประเมินความเสียหาย เพื่อดำเนินการช่วยเหลือ ตามระเบียบกระทรวงการคลังฯ

ทั้งการชดเชยความเสียหายของบ้านเรือนเป็นวัสดุก่อสร้างหรือจ่ายเงินช่วยเหลือตามความเหมาะสม อย่างไ รก็ตาม จากการติดตามสภาพอากาศกับกรมอุตุนิยมวิทยา พบว่า ในวันนี้ (6 พ.ค. 62) ประเทศไทยตอนบนยังคงมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้นต่อไปอีก 1 วันปภ.จึงได้ประสานจังหวัด ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต และสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดในพื้นที่เสี่ยงภัย จัดเจ้าหน้าที่และมิสเตอร์เตือนภัยติดตามเฝ้าระวังสถานการณ์ภัยตลอด 24 ชั่วโมง

พร้อมจัดชุดเคลื่อนที่เร็ว เครื่องมืออุปกรณ์ประจำพื้นที่เสี่ยงให้พร้อมปฏิบัติการเผชิญเหตุและช่วยเหลือผู้ประสบภัยทันทีที่เกิดภัย ทั้งนี้ ขอฝากเตือนให้ประชาชนที่อยู่ในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากพายุฤดูร้อนที่จะเกิดขึ้น โดยหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง

สำหรับเกษตรกรควรเตรียมการป้องกันและระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตรไว้ด้วย ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์ภัยสามารถติดต่อขอความช่วยเหลือได้ทางสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประสานให้การช่วยเหลือโดยด่วนต่อไป