ครอบครัวชาวชัยนาท เล่าย้อนความทรงจำครั้งรับเสด็จ ร.10 เมื่อ 31 ปีก่อน

2 แม่ลูกชาวชัยนาท เล่าย้อนความทรงจำครั้งรับเสด็จ ร.10 เปิดศาลหลักเมือง เมื่อ 31 ปีก่อน

วันที่ 6 พฤษภาคม 2562 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศาลหลักเมืองชัยนาท ซึ่งตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา หน้าศาลากลางจังหวัดชัยนาท ซึ่งเป็นสถานที่ที่มีความสำคัญเกี่ยวเนื่องกับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ รัชกาลที่ 10 ที่นำความปลาบปลื้มใจมาสู่ชาว จ.ชัยนาททุกคน เพราะศาลหลักเมืองแห่งนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เมื่อครั้งยังดำรงพระยศ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร

ทรงเสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯรัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระราชินี มาทรงเปิดศาลหลักเมืองแห่งนี้เมื่อวันที่ 20ตุลาคม2530 หรือเมื่อ31ปีก่อน ซึ่งการเสด็จพระราชดำเนินในครั้งนั้นยังคงอยู่ในความทรงจำของชาวชัยนาททุกคนที่มีโอกาสได้เฝ้ารับเสด็จ เช่นเดียวกับครอบครัววัตตุยา 2 แม่ลูกคือ นางชุลี วัตตุยา อายุ 89 ปี และนาวสาวกอบกุล วัตตุยา อายุ 53 ปี ที่มีโอกาสได้ชมพระบารมี

ซึ่งได้เล่าความปลาบปลื้มประทับใจให้ผู้สื่อข่าวฟังว่า ในวันนั้นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ทรงสง่างามสมชายชาติทหารในทุกพระอิริยาบถ ซึ่งภาพแห่งความปลาบปลื้มจากวันนั้นมาถึงวันนี้ยังคงเด่นชัดอยู่ในความทรงจำของทั้ง 2 แม่ลูกอยู่อย่างไม่มีเสื่อมคลาย

แนะนําเส้นทางจราจร รองรับการจัดพระราชพิธีบรมราชาภิเษก 6 พ.ค.นี้

กองบัญชาการตำรวจนครบาล แนะนําเส้นทางจราจร สําหรับประชาชนใช้เดินทางรอบพื้นที่ รองรับการจัดพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ในวันที่ 6 พฤษภาคม 2562

วันที่ 5 พ.ค.62 พล.ต.ท.ปิยะ อุทาโย ผู้ช่วย ผบ.ตร. , พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก รอง ผบช.น. และ พล.ต.ต.นิธิธร จินตกานนท์ ผบก.จร. ประชาสัมพันธ์ข่าวสารให้ประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนได้รับทราบ เกี่ยวกับการอำนวยความสะดวกด้านการจราจร ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก วันที่ 6 พ.ค.62

ซึ่งพื้นที่จัดพระราชพิธีฯ จะอยู่บริเวณโดยรอบพระบรมมหาราชวัง และพื้นที่ต่อเนื่อง สำหรับผู้ที่เดินทางสัญจรตามปกติขอได้โปรดหลีกเลี่ยงบริเวณพื้นที่ดังกล่าว และขอแนะนำเส้นทาง เพื่อให้เกิดความสะดวกในการเดินทาง ดังนี้

1. เส้นทางจากฝั่งพระนคร – ฝั่งธนบุรี

1.1) เส้นทาง ทางด่วน

  •  ลงด่วนยมราช ใช้เส้นทาง ถนนสวรรคโลก – ถนนราชวิถี หรือ ถนนสุโขทัย – สะพานกรุงธนบุรี (ซังฮี้)
  •  ลงด่วนยมราช ใช้เส้นทาง ถนนหลานหลวง – ถนนจักรพรรดิพงษ์ หรือ ถนนราชดำเนินนอก – แยก จปร. – สะพานพระราม 8
  •  ลงด่วนยมราช ใช้เส้นทาง พิษณุโลก – แยกสวนมิสกวัน – ถนนราชดำเนินนอก – แยก จปร. – สะพานพระราม 8
  •  ลงด่วนยมราช ใช้เส้นทาง ถนนหลานหลวง – ถนนราชดำเนินกลาง – สะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า

1.2) เส้นทาง พื้นราบ

  •  ถนนศรีอยุธยา – ถนนสวรรคโลก – ถนนราชวิถี หรือ ถนนสุโขทัย – สะพานกรุงธนบุรี (ซังฮี้)
  •  ถนนเพชรบุรี – ถนนหลานหลวง – ถนนจักรพรรดิพงษ์ หรือ ถนนราชดำเนินนอก – แยก จปร. – สะพานพระราม 8
  •  ถนนพระราม 1 หรือ ถนนเพชรบุรี – ถนนหลานหลวง – ถนนราชดำเนินกลาง – สะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า
  •  ถนนพระราม 4 – ถนนเยาวราช – ถนนจักรวรรดิ – สะพานพระปกเกล้า
  • + ถนนพระราม 4 – ถนนสาทรใต้ – สะพานตากสิน
2. เส้นทางจากฝั่งธนบุรี – ฝั่งพระนคร

2.1) เส้นทาง ทางด่วน

  •  ถนนกาญจนาภิเษก ใช้เส้นทาง – ทางพิเศษศรีรัช วงแหวนรอบนอก – ด่านประชาชื่น หรือ ถนนกำแพงเพชร 2

2.2) เส้นทาง พื้นราบ

  •  สะพานพระปกเกล้า – ถนนมหาไชย – ถนนหลานหลวง – ถนนเพชรบุรี หรือ ถนนพระราม 1
  •  สะพานพระปกเกล้า – ถนนมหาไชย – ถนนเจริญกรุง – ถนนพระราม 4
  •  สะพานพุทธยอดฟ้า – ถนนตรีเพชร – ถนนเจริญกรุง – ถนนมหาไชย – ถนนหลานหลวง – ถนนเพชรบุรี หรือ ถนนพระราม 1
  •  สะพานพุทธยอดฟ้า – ถนนตรีเพชร – ถนนเจริญกรุง – ถนนวรจักร – ถนนบำรุงเมือง – ถนนพระราม 1
  •  สะพานตากสิน – ถนนสาทรเหนือ – ถนนพระราม 4

กองบัญชาการตำรวจนครบาล จึงขอแจ้งประชาสัมพันธ์ให้พี่น้องประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนได้ทราบ เพื่อเตรียมความพร้อมวางแผนในการเดินทาง และขออภัยในความไม่สะดวกมา ณ โอกาสนี้ หากต้องการสอบถามข้อมูลเส้นทางเพิ่มเติม สามารถสอบถามได้ที่ ศูนย์ควบคุมและสั่งการจราจร (บก.02) หมายเลข โทรศัพท์ 1197 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง หรือ WWW.TRAFFICPOLICE.GO.TH

ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา เตือน! ไทยตอนบนจะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้นอีก 1 วัน

ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา “พายุฤดูร้อนบริเวณประเทศไทยตอนบน (มีผลกระทบจนถึงวันที่ 6 พฤษภาคม 2562) ” ฉบับที่ 15 ลงวันที่ 06 พฤษภาคม 2562

ประเทศไทยตอนบนจะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้นต่อไปอีก 1 วัน โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนองกับมีลมกระโชกแรง บริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก ภาคกลาง และภาคเหนือ จึงขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากพายุฤดูร้อนที่จะเกิดขึ้น

โดยหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ ป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง รวมถึงระวังอันตรายจากฟ้าผ่า สำหรับเกษตรกรควรเตรียมการป้องกันและระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตรไว้ด้วย

โดยมีผลกระทบตามภาคต่าง ๆ มีดังนี้

ในช่วงวันที่ 6 พฤษภาคม 2562

ภาคเหนือ: จังหวัดน่าน แพร่ ตาก สุโขทัย อุตรดิตถ์ พิษณุโลก พิจิตร และเพชรบูรณ์

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: จังหวัดเลย หนองบัวลำภู อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ สกลนคร นครพนม มุกดาหาร ชัยภูมิ ขอนแก่น และนครราชสีมา

ภาคกลาง: จังหวัดนครสวรรค์ อุทัยธานี กาญจนบุรี และราชบุรี

ภาคตะวันออก: จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด

ทั้งนี้ เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงที่แผ่ปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และทะเลจีนใต้มีกำลังอ่อนลง ประกอบกับลมตะวันตกเฉียงใต้พัดปกคลุมประเทศไทย ในขณะที่ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนถึงร้อนจัด ทำให้บริเวณดังกล่าวยังคงมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้นต่อไปอีก 1 วัน

จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด

ประกาศ ณ วันที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2562 เวลา 05.00 น.

กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศฉบับนี้เป็นฉบับสุดท้ายของเหตุการณ์นี้
(ลงชื่อ) นายภูเวียง ประคำมินทร์

(นายภูเวียง ประคำมินทร์)

อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา


พยากรณ์อากาศประจำวัน วันที่ 6 พฤษภาคม 2562

ตั้งแต่เวลา 06:00 วันนี้ ถึง 06:00 วันพรุ่งนี้.

  • ภาคเหนือ

อากาศร้อนถึงร้อนจัด โดยมีพายุฝนฟ้าคะนองกับลมกระโชกแรง ร้อยละ 20 ของพื้นที่
ส่วนมากบริเวณจังหวัดน่าน แพร่ ตาก สุโขทัย อุตรดิตถ์ พิษณุโลก พิจิตร และเพชรบูรณ์
กำแพงเพชร พิจิตร พิษณุโลก และเพชรบูรณ์
อุณหภูมิต่ำสุด 25-29 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 38-41 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตก ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

อากาศร้อนถึงร้อนจัด โดยมีพายุฝนฟ้าคะนองกับลมกระโชกแรง ร้อยละ20 ของพื้นที่
ส่วนมากบริเวณงหวัดเลย หนองบัวลำภู อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ สกลนคร นครพนม มุกดาหาร ชัยภูมิ ขอนแก่น และนครราชสีมา
อุณหภูมิต่ำสุด 25-27 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 36-41 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

  • ภาคกลาง

อากาศร้อนถึงร้อนจัด โดยมีพายุฝนฟ้าคะนองกับลมกระโชกแรง ร้อยละ 20 ของพื้นที่
ส่วนมากบริเวณจังหวัดนครสวรรค์ อุทัยธานี กาญจนบุรี และราชบุรี
อุณหภูมิต่ำสุด 25-27 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 38-41 องศาเซลเซียส
ลมใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

  • ภาคตะวันออก

อากาศร้อน โดยมีพายุฝนฟ้าคะนองกับลมกระโชกแรง ร้อยละ 30 ของพื้นที่
ส่วนมากบริเวณจังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด
อุณหภูมิต่ำสุด 23-27 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 33-38 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.
ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 1 เมตร

  • ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก)

มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่
ส่วนมากบริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร และสุราษฎร์ธานี
อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 35-38 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.
ทะเลมีคลื่นประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 1 เมตร

  • ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก)

มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง
บริเวณจังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล
อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 32-33 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม./ชม.
ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

  • กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

อากาศร้อน กับมีฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรง ร้อยละ 10 ของพื้นที่
อุณหภูมิต่ำสุด 25-27 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 35-39 องศาเซลเซียส
ลมใต้ ความเร็ว 10-15 กม./ชม.