ส่องประวัติ ‘ปารีณา’ อดีตสส.ไทยรักไทย ผู้เคยคว้าตำแหน่ง ‘นางงามมิตรภาพ’

ประเด็นน่าสนใจ

  • ปารีณา ไกรคุปต์  ส.ส.จากพรรคพลังประชารัฐไลฟ์สดใช้ถ้อยคำรุนแรงถึง  ส.ส. พรรคอนาคตใหม่
  • มีการขุดคุ้ยคดีการซุกหุ้นและการค้าอาวุธสงคราม
  • ชาวทวิตติด #ปารีณาค้าอาวุธ

ในนาทีนี้ เรื่องร้อนแรงเรื่องหนึ่งบนสื่อสังคมออนไลน์ เห็นจะหนีไม่พ้นประเด็นการติด #ปารีณาค้าอาวุธ หลังจากปารีณา ไกรคุปต์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) จ.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ ไลฟ์เฟซบุ๊กกล่าวถึง นางสาวพรรณิการ์ วานิช ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคอนาคตใหม่ ด้วยถ้อยคำรุนแรง เนื่องจากไม่พอใจกับพฤติกรรมที่เกิดขึ้นเมื่อครั้งเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎรเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา

และเนื่องจากเนื้อหาการไลฟ์สดของนางสาวปารีณานั้นค่อนข้างดุเดือด และใช้ถ้อยคำที่รุนแรง ทำใหม่ #ปารีณาค้าอาวุธ พุ่งทยานติดเทรนด์อันดับหนึ่งบนทวิตเตอร์ของประเทศในช่วงคืนที่ผ่านมา โดยมีการตั้งคำถามว่าเหมาะสมหรือไม่ที่ผู้ที่ดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมาแล้วหลายสมัยจะใช้ถ้อยคำรุนแรง ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ดังกล่าว

เมื่อย้อนดูประวัติของ ปารีณา ไกรคุปต์ก็ไม่ธรรมดาเนื่องจากเมื่อปี 2544 เธอเคยคว้าตำแหน่ง “นางงามมิตรภาพ” บนเวทีนางสาวไทย

ปารีณาค้าอาวุธ
ปารีณา ไกรคุปต์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) จ.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ

ส่วนชีวิตส่วนตัว เธอเป็นลูกสาวของ “ทวี ไกรคุปต์” นักการเมืองดังซึ่งเคยดำรงตำแหน่ง รัฐมนตรีช่วยคมนาคม และอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดราชบุรี 7 สมัย และเป็นอดีตหัวหน้าพรรคประชาไทย ก่อนเป็น ส.ส. เคยเป็นนักธุรกิจ (กิจการฟาร์มไก่เนื้อ) ในสมัยรัฐบาลชวน หลีกภัย ก่อนที่เธอจะได้เป็น ส.ส.ครั้งแรก ในฐานะผู้สมัครจากพรรคไทยรักไทย

ปารีณา ได้เริ่มต้นเป็นส.ส. ที่พรรคไทยรักไทย ก่อนย้ายมาอยู่ชาติไทยพัฒนา และพลังประชารัฐในปัจจุบันเคยใช้นามสกุลของ นายอุปกิต ปาจรียางกูร อดีตสามี ซึ่งเป็น 1 ใน 250 ส.ว.ชุดปัจจุบันที่คัดเลือกโดยคณะกรรมการสรรหาที่คสช.แต่งตั้ง เป็นชื่อกลาง ก่อนจะกลับมาใช้นามสกุล ไกรคุปต์ของบิดาตามเดิม

ปารีณา ไกรคุปต์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) จ.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ

นอกจากนี้การปลดป้ายชื่อออกจากวัดชัยรัตน์โพธาราม กลายมาเป็นสาเหตุของศึก 2 สายเลือดในพื้นที่ จ.ราชบุรี ที่เกิดกรณีทะเลาะวิวาทระหว่างกัน นอกจากนี้ในปี 2557 เธอยังเคยเป็นข่าวโด่งดังจากคดีซุกหุ้นและการค้าอาวุธสงคราม เนื่องจากปารีณาไม่แจ้งรายการทรัพย์สินเงินลงทุนในหุ้นและรายได้อื่นๆ รวมกว่า 678 ล้านบาทของนายอุปกิต ปาจรียางกูร สามีนักธุรกิจของเธอต่อคณะกรรมการป้องและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ระหว่างปี 2554-2556

ปารีณาแจงปมเดือด

ต่อมา “ปารีณา” ได้ชี้แจงถึงกรณีการไลฟ์สด และมีการพาดพังผ่านทางเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า “นักข่าวถามว่า อีช่อ หมายถึงใคร ตอบว่า อีช่อ เป็นคำเรียกแถวบ้านถึงคนไม่อยู่ในระเบียบกฎเกณฑ์”

เพื่อนเก่าโพสต์เตือน ‘ปารีณา’

วินัย ผลเจริญ อาจารย์ประจำคณะวิทยาลัยการเมืองการปกครอง มหาวิทยาลัยมหาสารคาม (มมส.) ได้โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กส่วนตัว วินัย ผลเจริญ โดย ระบุว่า

วินัย ผลเจริญ
วินัย ผลเจริญ อาจารย์ประจำคณะวิทยาลัยการเมืองการปกครอง มหาวิทยาลัยมหาสารคาม

คุณปารีณาครับในฐานะเพื่อนที่เคยเรียน ป.เอกที่คณะรัฐศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ มาด้วยกัน ผมขอส่งสารถึงคุณหน่อยนะครับตอนที่คุณเป็น ส.ส. พรรคไทยรักไทย เมื่อ พ.ศ. 2548 คุณเคยติดต่อให้ผมไปช่วยงาน ส.ส. แม้ผมจะไม่ตอบรับ แต่ก็ขอขอบคุณนะครับ

ก่อนที่คุณจะย้ายไปอยู่พรรคพลังประชารัฐ คุณได้ส่งข้อความที่เป็นปัญหาทางกฎหมายมาปรึกษาผม ทั้งๆ ที่คุณก็รู้ว่าผมไม่ได้เรียนมาทางกฎหมาย ผมต้องให้เพื่อนอาจารย์ที่เชี่ยวชาญกฎหมายตอบให้ แล้วส่งให้คุณ จากนั้น คุณก็ออกจากการเป็นเพื่อนกับผม ตอนนี้ ผมจำปัญหาทางกฎหมายของคุณและคำตอบของอาจารย์กฎหมายที่เป็นเพื่อนร่วมงานไม่ได้แล้ว แต่จำได้ว่าก่อนที่จะเอาคำถามนั้นไปถามอาจารย์กฎหมาย ผมได้บันทึกคำถามไว้ในคอมพิวเตอร์แล้วด้วย

ผมไม่รู้ว่าเงื่อนไขหรือปัจจัยใดทำให้คุณต้องเปลี่ยนพรรค แต่ครั้งหนึ่งคุณเคยบอกผมว่าพ่อของคุณอยากให้คุณอยู่ “พรรคทหาร” ตอนนั้นน่าจะยังไม่มีการตั้งพรรคพลังประชารัฐขึ้นมา คุณเป็น ส.ส. เขตก็จริง แต่อย่าลืมว่า ส.ส. ก็คือตัวแทนของคนทั้งประเทศ

ผมอยากให้คุณใจเย็นๆ รับฟังความเห็นของคนทั้งประเทศด้วยด้วยความเป็นห่วง จากคนที่คุณเรียกว่า “พี่” ที่มองว่าคุณเคยเป็น “เพื่อน”

วินัย ผลเจริญ

‘สรศักดิ์’ ชี้หากยกเลิกเช่าห้องประชุม TOT ประหยัดงบเดือนละ 13 ล้าน

เลขาธิการสำนักงานสภาผู้แทนราษฎร พาสื่อมวลชนดูห้องประชุมสภา เผยหากยกเลิกการเช่าพื้นที่ห้องประชุมใหญ่ TOT จะลดงบประมาณเดือนละ 13 ล้านบาท

วันนี้ ( 29 พ.ค.2562) ที่ สัปปายะสภาสถาน รัฐสภาแห่งใหม่ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ( สผ. ) นายสรศักดิ์ เพียรเวช เลขาธิการสำนักงานสภาผู้แทนราษฎร พาสื่อมวลชนเดินไปดูการก่อสร้างห้องประชุมจันทรา สำหรับการประชุมวุฒิสภา 350 ที่นั่ง ที่มีแผนจะส่งมอบงานภายใน 22 มิถุนายนนี้ และคาดว่าจะสามารถใช้ประชุม ส.ส. และ ส.ว. ได้หลังจากส่งมอบงานแล้ว

ทั้งนี้นายสรศักดิ์ กล่าวว่า หากใช้งาสได้จริงจะยกเลิกการเช่าพื้นที่ห้องประชุมใหญ่ TOT ทันที ซึ่งจะลดงบประมาณลงไปได้ประมาณเดือนละ 13 ล้านบาท และเป็นการทำสัญญาเดือนต่อเดือน จึงสามารถยกเลิกได้ทันที ส่วนการประชุมรัฐสภาซึ่งเป็นการประชุมร่วมกันระหว่าง ส.ส. และ ส.ว. มีเพียงไม่กี่ครั้ง ตนจะใช้วิธีการบริหารจัดการพื้นที่ เช่น เสริมเก้าอี้ หรือเช่าห้องประชุมที่อื่น

ส่วนห้องประชุมสุริยันที่ใช้สำหรับการประชุมสภาผู้แทนราษฎรคาดว่าจะสามารถส่งมอบงานได้ภายในเดือนตุลาคมนี้ และจะพยายามติดตั้งระบบไอทีภายในห้องประชุมให้ทันภายในเดือนตุลาคมเพื่อใช้ประชุม ส.ส. และประชุมรัฐสภา แต่หากไม่ทันจะใช้ไมค์สาย และลงคะแนนแบบจดมือแทนไปก่อน พร้อมยืนยันว่ามีการรับงานเป็นส่วน ส่วนไหนพร้อมก่อนก็สามารถรับงานและเข้าใช้งานได้เลย ขณะที่ส่วนอื่นๆ ก็มีคณะกรรมการตรวจงาน, บริษัทที่ปรึกษา และผู้ควบคุมงาน

อย่างไรก็ตามพื้นที่จอดรถที่ตอนนี้สามารถจอดได้เพียง 2,000 คัน ยังขาดพื้นที่จอดรถอีกประมาณ 5,000 คัน ต้องขอใช้พื้นที่ของ ม.ทบ.3 และ ม.ทบ.4 ก่อน เพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้าไปก่อน และจะสร้างที่จอดรถเพิ่มในอนาคต

โตโยต้า เตรียมสร้างโรงงานผลิตรถยนต์ในเมียนมา

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า โตโยต้า มอร์เตอร์ คอร์ป เตรียมสร้างโรงงานผลิตรถยนต์ในประเทศเมียนมา ซึ่งทางบริษัทจะประกาศอย่างเป็นทางการภายในเดือน พ.ค. นี้ และการก่อสร้างจะเริ่มขึ้นภายในปี 2562 นี้

ทั้งนี้ที่ตั้งของโรงงานแห่งนี้จะอยู่ภายในเขตเศรษฐกิจพิเศษติละวา ชานกรุงย่างกุ้ง ซึ่งโตโยต้าวางแผนจะใช้เป็นที่ประกอบรถกระบะ โดยนำเข้าชิ้นส่วนจากญี่ปุ่นและประเทศใกล้เคียง

ถึงแม้ว่าจะเป็นหนึ่งในประเทศที่ยากจนที่สุดในเอเชีย แต่ปัจจุบันเมียนมามีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ดีมากในระดับ 6-7 % ต่อปี ขณะที่เมื่อปีก่อนมียอดจำหน่ายรถยนต์รวมทั้งประเทศ 17,500 คัน เพิ่มขึ้นเท่าตัวจากปีก่อนหน้า แต่โตโยต้ามองว่าเมียนมาซึ่งมีประชากร 50 ล้านคน ยังมีศักยภาพในการเติบโตอีกมาก และจะใช้โรงงานแห่งนี้เป็นฐานของกลยุทธ์ใหม่ โดยปัจจุบันโตโยต้ามียอดส่งออกรถยนต์มาที่เมียนมาราว 2,000 คันต่อปี

ปัจจุบันรัฐบาลเมียนมามีนโยบายให้สิทธิพิเศษทางภาษีแก่บริษัทที่มาผลิตรถยนต์ในในประเทศ ซึ่งปัจจุบันมีบริษัทผู้ผลิตรถยนต์อย่างซูซูกิ นิสสัน และฟอร์ด มาตั้งโรงงานที่นี่แล้ว

ที่มา: The Straits Times