จบคดี! พนง.เคอร์รี่ เข้าขอโทษเหยื่อผู้เสียหายแล้ว ปมเปิดกล่องพัสดุ

เพจ ล่า  เผยความคืบหน้า กรณีพนักงานบริษัทขนส่งสินค้าเปิดกล่องพัสดุ ก่อนนำมาล้อเลียนจนลูกค้าได้รับความเสียหาย

ความคืบหน้ากรณีที่ พนักงานในบริษัทขนส่ง แกะพัสดุของลูกค้ารายหนึ่ง และนำเซ็กซ์ทอยซึ่งเป็นของที่อยู่ด้านในออกมาถ่ายรูป พร้อมทำท่าแสดงเชิงล้อเลียนโพสต์ลงในโลกออนไลน์ รวมถึงบอกที่อยู่ของลูกค้ารายดังกล่าวให้กับเพื่อน

ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักบนโลกโซเชียล จากนั้นผู้เสียหายได้โพสต์ข้อความตัดพ้อเสียใจอย่างหนักจากการกระทำของกลุ่มพนักงานดังกล่าวจนถึงขั้นอยากฆ่าตัวตาย แม้ว่าทางบริษัทจะมีคำสั่งให้ทั้งหมดออกและจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุดนั้น

เมื่อวันที่ 1 พ.ค. 2562 ที่ผ่านมา เพจ ล่า  ซึ่งเป็นต้นเรื่องตีแผ่เรื่องราวดังกล่าว ได้มีการเปิดเผยถึงความคืบหน้าของคดีว่า ขณะนี้ผู้ก่อเหตุและผู้เสียหายได้มีการเข้าพบเพื่อพูดคุยในเรื่องที่เกิดขึ้นแล้ว โดยผู้ก่อเหตุซึ่งเป็นพนักงานของบริษัทขนส่งทั้งหมดสำนึกผิดในการกระทำและได้ขอโทษผู้เสียหายแล้ว ซึ่งทั้ง 4 คน ทุกคนยกมือไหว้ ขอโทษผู้เสียหาย ขอโทษที่คึกคะนอง ไร้วุฒิภาวะ เเละไม่ได้คำนึงถึงผลกระทบว่า มันจะบานปลายสาหัส ผลกระทบวงกว้างขนาดนี้

ในส่วนของเคอรี่ จะรับผิดชอบทุกกรณี ทั้ง 1.การขอโทษ 2.การเยียวยาค่าเสียหายทางจิตใจให้น้องมีชีวิตในสังคมได้ต่อ อับอาย งานไปทำไม่ได้ หวาดกลัวความปลอดภัย 3.ข้อยุติของเรื่องนี้คือ หากต้องการดำเนินคดีเคอรี่จะซัพพอร์ททุกกระบวนการ เเม้ว่าทั้ง 4 คนจะไม่ใช่พนักงานของเคอรี่เเล้วก็ตาม

ขณะที่ผู้เสียหายเองให้อภัยค่ะ เพราะเห็นว่าสำนึกผิดจริง เเละเข้าใจชีวิตการเป็นลูกจ้าง ที่หาเช้ากินค่ำเหมือนกัน เเละได้รับโทษทางสังคมอย่างสาหัสเเล้ว เเต่เป็นการให้อภัยภายใต้เงื่อนไขว่า ความลับส่วนบุคคลของผู้เสียหายจะไม่ถูกเผยเเพร่ เเละจะไม่มีการคุกคามใดๆ กับผู้เสียหายทั้งสิ้น

ขอบคุณข้อมูลข่าวจากเพจ ล่า

วัดท่าไม้ ชี้แจง ดรามาให้กินทุเรียนฟรี แต่เก็บค่าจอดรถ-คูปองทำบุญ

วัดท่าไม้ แจงแล้วไม่จริง เก็บเงินทำบุญ-ค่าจอดรถ แลกการกินทุเรียนฟรี วันแรงงาน

เมื่อวันที่ 1 พ.ค. 2562 ที่ผ่านมา ได้เกิดเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง หลังวัดท่าไม้ ต.ท่าไม้ อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร ได้มีการเชิญชวนประชาชนให้มาทานทุเรียนที่วัดฟรี โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เนื่องจากจากทางวัดได้จัดกิจกรรมทดแทนคุณแผ่นดิน และเพื่อเป็นการขอบคุณประชาชนเนื่องในวันแรงงาน แต่กลับมีการคิดค่าจอดรถคันละ 40 บาท และเก็บเงิน 100 บาทเพื่อแลกกับคูปองกินทุเรียน ทำให้การกินทุเรียนครั้งนี้ไม่ได้ฟรีตามวัตถุประสงค์นั้น

ล่าสุดเพจ วัดท่าไม้ จังหวัดสมุทรสาคร ได้มีการโพสต์ข้อความชี้แจงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยยืนยันว่าทางวัดไม่ได้มี นโยบายดังกล่าวแต่อย่างใด


#กรณีวัดท่าไม้ ถูกกล่าวหาและถูกวิพากษ์วิจารณ์ในทางเสียหาย เรื่องเก็บเงินทำบุญ 100บาท เพื่อแลกคูปองจึงรับทุเรียนไปทานได้ ต้องเสียเงินทำบุญ100บาท #ตอบว่าไม่เสียครับ ทุกอย่างทานฟรี

และเรื่องการเก็บค่าที่จอดรถ40บาท ไม่มีแน่นอนครับ จ้างติดสติกเกอร์ ท้าย หรือจอดแล้วไปติด ก็ไม่เป็นความจริง ครับ #ถ้าที่ดินเอกชน ทางวัดไม่เกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น

จึงออกแถลงการณ์แก้ข้อครหานี้ซึ่งไม่เป็นความจริง ทั้ง2ข้อ (ไม่ใช่เพื่อขอความเป็นธรรม) แต่เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหาย แก่วัดและคณะกรรมการ โยมผู้ร่วมบุญมา ทางวัดท่าไม้จึงขอขอบคุณและอนุโมทนาบุญเป็นอย่างยิ่ง ที่ท่านรู้สึกเห็นใจและเข้าใจ วัดท่าไม้

ถ้าทุกท่านมีโอกาสขอเชิญเข้าไปไหว้พระขอพรและปฏิบัติธรรม ที่วัดท่าไม้สักครั้ง ก็จะเป็นบุญแก่วัด และคณะสงฆ์ อุบาสก อุบาสิกา จะได้ดูแลต้อนรับญาติโยมและครอบครัวทุกท่าน

จะได้พาเยี่ยมชมกิจกรรมโครงการต่างๆ สาธารณกุศล จิตอาสา โรงเรียน โรงพยาบาล บ้านคนชรา คนช่วยคนพิการยากจน ทุกการศึกศึกษา ศูนย์ฝึกวิปัสนา ศูนย์ฝึกอาชีพ ธนาคารโคกระบือ ในพระราชดำหริ โครงการเศรษฐกิจพอเพียงตามรอย ร.9 ที่ทำมาแล้วและกำลังดำเนินการอยู่และจะทำต่อไป อีกมายมาย

#เหตุผล

1.วัดไม่มีเจตานาต้องการชื่อเสียงใดๆ เพราะทุกวันนี้ทางวัดท่าไม้ ก็มีคนและลูกศิษย์ทั่วประเทศอยู่แล้ว บอกได้จากสติ๊กเกอร์ ที่มีทั่วทุกจังหวัดและต่างประเทศ

2.วัดไม่ต้องการทำเพื่อทรัพย์สินเงินทองใดๆ  เพราะเจ้าภาพได้ร่วมบุญมากมายอยู่แล้ว

3.วัดไม่ได้คิดทำเพื่อการตลาด หรือแฝงผลประโยชน์ใดๆ แต่เป็นการช่วยเหลือประชาชนจริงๆ

4.วัดไม่ได้ทำเพื่อให้คนรู้จักแล้วเข้าวัด ปกติประชาชนเข้าวัดท่าไม้จำนวนมาก อาทิตย์หนึ่งเป็นหมื่นคนอยู่แล้ว ปีหนึ่งเป็นแสนคน หลากหลายเชื้อชาติหลายประเทศ มีทั้งนักปฏิบัติธรรม บวชเรียน ศึกษาพระธรรม นักท่องเที่ยว ไม่มีเหตุผลที่ต้องทำ

5.วัดท่าไม้และคณะสงฆ์คณะศิษย์มีเจตนา ทำแทนคุณแผ่นดิน คืนสู่กลับประชาชน และถวายเป็นพระราชกุศล แด่พระเจ้าอยู่หัว ในหลวงร.9 ในหลวง ร.10

6.เพื่อช่วยเกษตรกร ให้เห็นคุณค่า ทุเรียนไทย ที่ดังไปทั่วโลก ซึ่งปัจจุบันแพงมากๆ ให้ผู้ใช้แรงงาน ซึ่งรายได้น้อยได้ทานของอร่อยของไทย แจกอาหาร สิ่งของต่างๆ เพื่อช่วยลดภาระครอบครัว

7.เป็นแบบอย่างให้พระสงฆ์เราได้ใช้ความรู้ความสามารถที่มี สถานที่ ช่วยเหลือประชาชน นอกเหนือจากการศึกษาพระธรรมเล่าเรียน ฝึกวิปัสนากรรมฐาน เพื่อความหลุดพ้นและเผยแผ่พระพุทธศาสนา ทั้งยังช่วยสังคมเป็นเมตตาธรรม

8.วัดท่าไม้ จัดงานแทนคุณแผ่นดิน จัดงานขึ้นมาเพื่อเป็นแบบอย่างในการจัดงานอย่างอื่นๆ ต่อๆ ไปเกี่ยวกับการช่วยประชาชน ภาครัฐ เอกชน ในการดูแลผู้ใช้แรงงาน ช่วยเกษตรกร ยามพืชส่วนตกต่ำ และจัดงาน ระดับจังหวัด ประเทศ โลก โดยการร่วมมือร่วมใจกัน โดยไม่ต้องพึ่งงบจากรัฐ จากภาษีประชาชนเลย หรือถ้าจัดก็ใช้น้อยมาก

9.ในการทำงานย่อมเกิดข้อผิดพลาดได้ ต้องขออภัยในสิ่งที่เกิดขึ้น รถติด คนเยอะ ร้อน แถวยาว รอนาน (ทุเรียนไม่พอ ซึ่งพอแต่เนื่องจากจราจร รถติดมาก รถส่งเข้ามาไม่ได้ ปลอกไม่ทัน ต้องขอโทษจริงๆ

วัดมีที่ดินจำกัด ขยายแล้วแต่ก็ยังไม่พอครับ #ต้องขออภัยด้วยครับ ทางวัดไม่ได้มีเจตนา ให้สิ่งที่ไม่ดี หรือสร้างความเดือดร้อนเกิดขึ้นกับใคร ครั้งหน้าทางวัดจะปรับปรุงแก้ไขให้ดีขึ้นนะครับ

ที่แจกคนละพู เพราะเจ้าหน้าที่คิดว่าจะได้ให้ทุกคน ได้ทานอย่างอื่นด้วย ถ้าใครอยากทานเพิ่มก็สามารถวนกลับมาทาน อีกได้ #ส่วนเรื่องวัตถุมงคลที่จะแจก เจ้าหน้าที่ลืมจริงๆ ครับมารับใหม่ได้ครับ #ขอชี้แจงมาดังนี้ครับ

#วัดท่าไม้ สมุทรสาคร

มอบตัวแล้ว บอลใต้ มือยิง ดา สะพานใหม่ เซียนมวยดัง

มอบตัวแล้ว บอลใต้ มือยิง ดา สะพานใหม่ เซียนมวยดัง  เสียชีวิตคาสนามมวยลุมพินี อ้างทำไปเพื่อป้องกันตัว

ความคืบหน้าจากเหตุการณ์ คนร้ายใช้อาวุธปืนยิง เซียนมวย ดา สะพานใหม่ เสียชีวิตบริเวณหน้าสนามมวยลุมพินี ก่อนทราบชื่อผู้ก่อเหตุคือ บอลใต้ เซียนมวยอีกคน ที่ได้หลบหนีไปหลังก่อเหตุนั้น (อ่านข่าว : คลิปนาที ดา สะพานใหม่ เซียนดังถูกยิงดับหน้าสนามมวยลุมพินี)

เมื่อวันที่ 1 พ.ค. 2562 ที่ผ่านมา นายอำนาจ อินสุวรรณ หรือ บอลใต้ ผู้ต้องหาที่ใช้อาวุธยิง นายอัษฎา ทัพน้อย หรือ ดา สะพานใหม่ เซียนมวยชื่อดังจนเสียชีวิตดังกล่าว ได้เดินทางเข้ามอบตัวกับ พล.ต.ต.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาลแล้ว

โดย นายอำนาจ ได้เผยว่า ก่อนเกิดเหตุ ตนได้มีปากเสียงกับกลุ่มผู้ตาย เรื่องผลการตัดสินการแข่งขันของมวยคู่เอก ที่กรรมการให้เสมอกัน  จากนั้นตนได้เดินมาซื้อน้ำแล้วเจ้าของร้านบอกให้ระวังตัว เพราะผู้ตายจะพาพวกมาอุ้มตัวไป

จากนั้นพอออกมานอกสนาม ก็พบกับกลุ่มผู้เสียชีวิตจะเข้ามาทำร้าย ตนจึงเตรียมจะวิ่งหนี แต่เพื่อนได้ส่งปืนมาให้จึงยิงออกไปเพื่อป้องกันตัว โดยไม่รู้ว่านายอัฎษาเสียชีวิต จากนั้นจึงหลบหนีไป ซึ่งปืนที่ยิงไม่ใช่ปืนของตน และตนไม่เคยพกปืนเข้าสนามมวย

ด้าน พล.ต.ต.อิทธิพล เผยต่อว่า ขณะนี้รอผลการตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์มาประกอบในคดีและกำลังติดต่อให้เพื่อนที่ผู้ต้องหาอ้างว่าส่งปืนมาให้ก่อเหตุมาสอบสวน

รวมทั้งภาพจากกล้องวงจรปิดทั้งในและนอกสนามมาตรวจสอบอย่างละเอียด ตามที่ผู้ต้องหาอ้างว่าสามารถชี้แจงภาพในกล้องวงจรปิดได้ทั้งหมดหลังจากมอบตัวที่กองบังคับการสืบสวนสอบสวนแล้ว ตำรวจได้ควบคุมตัวส่งให้สถานีตำรวจนครบาลบางเขนดำเนินคดีต่อไป

ภาพจาก สำนักข่าวไทย