หนุ่มเพิ่งเรียนจบใหม่ทำ ‘เค้กทุเรียนหมอนทอง’ ขายในโซเซียลคนแห่สั่งเพียบ

หนุ่มวัย 24 ปี เรียนจบใหม่  ใช้วิชาที่ร่ำเรียนมาทำ ‘เค้กทุเรียนหมอนทอง’ โพสต์ลงสื่อโซเซียล คนแห่สั่งจองเพียบ

วันที่ 27 พ.ค. 62 ผู้สื่อข่าวรายงาน ที่บ้านเลขที่ 22 ม.6 ต.นาโยงใต้ อ.เมือง จ.ตรัง นายศักดิ์สิทธิ์ หรือ น้องโอห์ม รัตนรังษี หนุ่มวัย 24 ปี เพิ่งเรียนจบปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย สงขลา คณะคหกรรมศาสตร์ สาขาอาหารและโภชนาการ กำลังทำเค้กทุเรียนหมอนทองซึ่งมีออเดอร์จากลูกค้าที่สั่งผ่านทางเฟซบุ๊ก ซึ่งมีวัตถุดิบหลักคือเนื้อทุเรียนหมอนทอง

ทางด้านนายศักดิ์สิทธิ์ รัตนรังษี กล่าวว่า ตนเองเพิ่งเรียนจบปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย สงขลา คณะคหกรรมศาสตร์ สาขาอาหารและโภชนาการ ที่ได้เกิดไอเดียทำเค้กทุเรียนหมอนทองนั้นเกิดจากตนเองอยากกินเค้กทุเรียนหมอนทอง

จึงได้ซื้อทุเรียนมา และเนื่องจากที่บ้านมีอุปกรณ์ในการทำเค้กอยู่แล้วด้วย ก็เลยลองทำเค้กทุเรียนหมอนทองดู หลังจากนั้นก็นำไปโพสต์ทางเฟซบุ๊ก จนมีคนสนใจจึงมีออเดอร์สั่งเค้กทุเรียนเข้ามาผลตอบรับดีมาก

สำหรับการทำเค้กทุเรียนหมอนทอง จะใช้เวลาในการทำเค้กรวมทั้งแต่งหน้าและอบแป้งเค้ก ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง จุดเด่นของเค้กทุเรียนหมอนทองคือไม่ใส่กลิ่นไม่ใส่สีเนื้อเค้กผสมทุเรียนลงไปด้วย ครีมก็ผสมเนื้อทุเรียน ทุกอย่างใช้ทุเรียนหมอนทองเป็นวัตถุดิบหลักทั้งหมด สามารถเก็บไว้ได้นานประมาณ 3 วัน โดยแช่ไว้ในตู้เย็น เนื่องจากเป็นทุเรียนสด

ซึ่งเค้กทุเรียนหมอนทองขนาดครึ่งปอนด์ ราคาละ 150 บาท และขนาด 1 ปอนด์ ราคา 300 บาท รสชาติจะเน้นไม่หวานเยอะ เนื้อเค้กหากทานแล้วจะนิ่มละมุนลิ้น จะไม่เน้นหวานเพราะเนื้อทุเรียนมีความหวานในตัวอยู่แล้ว ส่วนในเรื่องของกำไรนั้นวัตถุดิบมีราคาค่อนข้างสูง แต่ตนเองไม่เน้นขายในราคาแพงเพราะต้องการให้ทุกคนกินได้ ขายไม่ได้หวังกำไรเยอะอยากให้ทุกคนได้กิน

ทั้งนี้หากลูกค้าสนใจสามารถติดต่อสั่งเค้กทุเรียนหมอนทองล่วงหน้าได้ทางเฟสบุ๊ก ชื่อ saksit rattanarungsri , เพจ ขนมบ้านโอห์ม หรือเบอร์โทรศัพท์ 0980134986 และวางจำหน่ายที่ร้านเค้กกนิษฐา อ.นาโยง จ.ตรัง อีกด้วย

นักเรียนร่วมร้องเพลงแสดงความอาลัย ที่หน้าบ้านเกิด ‘พลเอกเปรม’

นักเรียนร่วมกันร้องเพลงความฝันอันสูงสุดที่หน้าบ้านเกิดป๋าเปรมเพื่อแสดงความอาลัยและเชิดชูเกียรติ พล.อ.เปรม ประธานองคมนตรี และรัฐบุรุษ หลังถึงแก่อสัญกรรมอย่างสงบ

เมื่อวานนี้ (26 พ.ค.62) ที่ จ.สงขลา ประชาชนชาว จ.สงขลายังคงร่วมกันแสดงความไว้อาลัยให้กับพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี และรัฐบุรุษ ที่ถึงแก่อสัญกรรมอย่างสงบ อย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะที่บริเวณหน้าพิพิธภัณฑ์พธำมะรงค์ ซึ่งเป็นบ้านเกิดของป๋าเปรม ตั้งอยู่ที่เลขที่ 1 ถนนจะนะ เขตเทศบาลเมืองสงขลา อ.เมือง จ.สงขลา

ล่าสุดได้มีนักเรียนจากโรงเรียนเลิศคณิตย์ประมาณ 200 คนมารวมตัวกันที่หน้าบ้านเกิดของป๋าเปรมพร้อมกับถือธงชาติไทยและรูปของป๋าเปรม ไว้เหนือหัว และร่วมกันร้องเพลงความฝันอันสูงสุดเพื่อแสดงความอาลัยและเชิดชูเกียรติให้กับป๋าเปรม

สำหรับตลอดทั้งวันนี้ที่พิพิธภัณฑ์พธำมะรงค์ซึ่งเป็นบ้านเกิดของป๋าเปรม ขณะนี้กลายเป็นศูนย์กลางที่เป็นสัญลักษณ์ของป๋าเปรม ที่ชาวจ.สงขลา หลั่งไหลมาแสดงความอาลัยตลอดทั้งวัน โดยจะมีการเปิดให้ประชาชนเข้าชมและร่วมเคารพป๋าเปรมและแสดงความอาลัยตามเวลาราชการตั้งแต่เวลา 08.30 น.-16.30 น.

คืบหน้า!! เหตุระเบิดที่สงขลา ตำรวจ สภ.จะนะ เสียชีวิต 1 นาย

คืบหน้าเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดตำรวจ สภ.จะนะ ขณะตั้งจุดตรวจจุดสกัด ตำรวจเสียชีวิตคาที่ 1 นาย บาดเจ็บ 3 นาย

ความคืบหน้าเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดตำรวจ สภ.จะนะ ซึ่งกำลังตั้งจุดตรวจจุดสกัดอยู่หน้าป้อม ชรบ. บนถนนหลังสถานีรถไฟจะนะ และเป็นเหตุให้ตำรวจเสียชีวิตคาที่ 1 นาย บาดเจ็บ 3 นาย และชาวบ้านผู้หญิงได้รับบาดเจ็บอีก 1 คน เหตุเกิดเมื่อเวลา 18.00 น. วานนี้ (26 พ.ค.62)

ต่อมาทางเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดตำรวจภูธร ภาค 9 และชุดพิสูจน์หลักฐาน ได้เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุในเบื้องต้น รวมทั้งเคลื่อนย้ายศพของ ด.ต.โกศล คงสวัสดิ์ ผบ.หมู่ (นปพ.) สภ.จะนะ ออกจากจุดเกิดเหตุ และนำส่งโรงพยาบาลจะนะ เพื่อทำการชันสูตรอย่างละเอียดอีกครั้ง พร้อมกับทำการตรวจสอบพื้นที่โดยรอบ เพื่อความปลอดภัย และทางชุดพิสูจน์หลักฐาน รวมทั้งฝ่ายความมั่นคง จะเข้าตรวจสอบพื้นที่อย่างละเอียดอีกครั้งในวันพรุ่งนี้

นอกจากนี้ทางญาติของ ด.ต.โกศล หลังทราบข่าวก็ได้เดินทางมายังที่เกิดเหตุ โดยเผยว่า รู้สึกตกใจ และเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นอย่างมาก เพราะ ด.ต.โกศล เป็นคนดี และไม่น่าจะเสียชีวิตจากการลอบก่อเหตุของกลุ่มก่อความไม่สงบเช่นนี้ โดยในวันพรุ่งนี้จะมีการนำศพกลับไปบำเพ็ญกุศลที่วัดถ้ำตลอด อ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา

ส่วนคนเจ็บอีกรายที่เป็นหญิงสาวนั้น ล่าสุดทราบชื่อแล้ว คือ น.ส.บุดสามานี จันอิ อายุ 32 ปี ชาว อ.เมือง จ.สตูล ซึ่งในช่วงเกิดเหตุเพิ่งเดินทางกลับมาจาก จ.สตูล มายังบ้านของสามีที่อยู่ในพื้นที่ อ.จะนะ โดยล่าสุดยังคงพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลจะนะ