คลิปเด็กแว้นนับ 10 รุมเข้าทำร้ายคนขี่รถจยย. ที่แยกพีกาซัส โคราช

ประเด็นน่าสนใจ

  • กลุ่มเด็กแว้นลงจากรถเข้าทำร้ายวัยรุ่นอีกคนระหว่างจอดติดไฟแดง จนได้รับบาดเจ็บโดยไม่ทราบเหตุ
  • กฎหมายอาญา มาตรา 295 การทำร้ายร่างกายผู้อื่นโดยเจตนา จนเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ ผู้นั้นกระทำความผิดฐานทำร้ายร่างกาย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 4 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

วันนี้ (25 พ.ค. 2562) ผู้คนในโลกออนไลน์ได้พากันส่งต่อคลิปจากผู้ใช้เฟซบุ๊ก เล็ก’ จ๋า เพื่อล่าตัวกลุ่มเด็กแว้นขาโหด ที่ยกพวกทำร้ายชายคนหนึ่งได้รับบาดเจ็บ ขณะจอดรถติดไฟแดงอยู่ที่บริเวณแยกพีกาซัส ในพื้นที่ อ.เมือง จ.นครราชสีมา ‎แจ้งข่าวชาวบุรีรัมย์ ได้มีการเผยแพร่ภาพนาทีระทึก ขณะ ได้มีกลุ่มเด็กแว้นหลาย 10 คน เปิดฉากเข้าทำร้ายชายคนหนึ่งที่ขี่รถจักรยานยนต์ติดไฟแดงอยู่บริเวณแยกพีกาซัส ในพื้นที่ อ.เมือง จ.นครราชสีมา

โดยคลิปได้เผยให้เห็นว่า ระหว่างที่ผู้บาดเจ็บซึ่งเป็นชายคล่อมรถจักรยานยนต์เพื่อติดไฟแดงพร้อมเพื่อนนั้น ได้มีวัยรุ่นนับสิบคนลงมาจากรถจักรยานยนต์ที่จอดอยู่หน้าสุด เดินมาหาเขาและได้ใช้ทั้งเท้าและหมัดประเคนใส่ผู้บาดเจ็บไม่ยั้งโดยไม่ทราบเหตุ ทำให้ผู้บาดเจ็บพยายามสู้แต่ด้วยกำลังที่น้อยกว่าทำให้เขาถูกเตะจนล้มลง ก่อนที่ชาวบ้านที่อยู่บริเวณดังกล่าวจะเข้าห้ามปรามและช่วยปฐมพยาบาล พวกเด็กแว้นกลุ่มนั้นจึงได้พากันรีบขึ้นของตัวเองที่จอดรออยู่หลบหนีไป

ทั้งนี้เมื่อคลิปดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไปทำให้มีคนเข้าไปแสดงความเห็นจำนวนมาก โดยส่วนใหญ่ต่างรุมประณามเด็กแว้นกลุ่มดังกล่าว พร้อมเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งล่าตัวมาดำเนินคดีให้เร็วที่สุดเพราะอาจปล่อยไว้อาจไปก่อเหตุซ้ำจนมีผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากความคะนองดังกล่าวได้

สำหรับการกระทำของกลุ่มเด็กแว้นกลุ่มนี้ ถือว่าเข้าข่ายความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 295 ที่ระบุว่า การทำร้ายร่างกายผู้อื่นโดยเจตนา จนเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ ผู้นั้นกระทำความผิดฐานทำร้ายร่างกาย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 4 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

แต่หากผู้บาดเจ็บได้รับบาดเจ็บสาหัส ถึงขั้นใส่เฝือก หรือหยอดข้าวต้ม นอนโรงพยาบาลกว่ายี่สิบวัน ก็เป็นความผิดฐานทำร้ายร่างกาย จนเป็นเหตุให้ผู้ถูกกระทำร้ายรับอันตรายสาหัส ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 6 เดือน ถึง 10 ปี และปรับตั้งแต่ 1 หมื่นบาทถึง 2 แสนบาท ตาม ป.อาญา มาตรา 297

สสจ. เตือนหน้าฝนระวังโรคไข้เลือดออกระบาด พบมีผู้ป่วยสะสมเพิ่ม

สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสมุทรปราการ เตือนหน้าฝนระวังโรคไข้เลือดออกระบาด

นายแพทย์พรณรงค์ ศรีม่วง นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสมุทรปราการ กล่าวว่า ในช่วงหน้าฝนจะมีผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกเพิ่มมากขึ้น สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสมุทรปราการจึงมีมาตรการให้สถานบริการสาธารณสุขทุกแห่งเฝ้าระวังโรคไข้เลือดออกในพื้นที่อย่างใกล้ชิด พร้อมเตรียมทีมสอบสวนโรคเคลื่อนที่เร็ว ลงพื้นที่เพื่อควบคุมโรคภายใน 24 ชั่วโมง รวมถึงการรณรงค์ให้ประชาชนทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายทุกสัปดาห์อย่างต่อเนื่อง ซึ่งในปี 2561 มีรายงานผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกทั่วประเทศ จำนวน 85,849 ราย เสียชีวิต จำนวน 114 ราย ในส่วนจังหวัดสมุทรปราการ มีผู้ป่วยจำนวน 1,531 ราย เสียชีวิต 3 ราย

ทั้งนี้โรคไข้เลือดออก หลังจากถูกยุงลายที่มีเชื้อกัด 5-8 วัน จะมีอาการไข้สูงลอย 38.5-40 องศาเซลเซียส ติดต่อกัน 2-7 วัน หน้าแดง ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ ปวดกระดูก ปวดเบ้าตา บางรายมีปวดท้อง อาเจียน เบื่ออาหาร มีจุดแดงเล็ก ๆ ตามแขนขา ลำตัว อาจมีเลือดกำเดาไหล และเลือดออกตามไรฟัน อาการคล้ายเป็นหวัด แต่มักไม่ไอ และมักไม่มีน้ำมูก ผู้ที่อาการไม่รุนแรงหลังจากไข้ลดลง อาการต่าง ๆ จะดีขึ้น

แต่ในรายที่มีอาการรุนแรง ขณะที่ไข้ลดลงอย่างรวดเร็ว จะเกิดภาวะช็อก ผู้ป่วยจะมีอาการซึมลง กระสับกระส่าย กระหายน้ำ เหงื่อออก ตัวเย็น ปากเขียว ชีพจรเบาเร็ว ความดันโลหิตลดลง บางรายมีอาการปวดท้องกะทันหัน อาจมีเลือดออกในกระเพาะอาหารและลำไส้ ถ่ายเป็นเลือด ปัสสาวะน้อยลง ไม่ค่อยรู้สึกตัว ต้องรีบนำส่งโรงพยาบาลโดยด่วน หากไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้องอาจเสียชีวิตได้

จึงขอแนะนำวิธีการป้องกันให้ใช้มาตรการ 3 เก็บ ได้แก่ 1.เก็บบ้าน ให้ปลอดโปร่งไม่ให้ยุงลายเกาะพัก 2.เก็บขยะเศษภาชนะไม่ให้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ของยุงลาย และ 3.เก็บน้ำ ปิดให้มิดชิดหรือเปลี่ยนถ่ายน้ำทุกสัปดาห์ไม่ให้ยุงลายวางไข่ และใช้มาตรการ 5 ส. ได้แก่สะสาง สะดวก สะอาด สุขลักษณะ สร้างนิสัย ในบ้าน สถานที่ทำงาน โรงเรียน วัดและชุมชน ดำเนินการพร้อมกันทุกวันศุกร์ หากมีข้อสงสัยสามารถติดต่อได้ที่ศูนย์บริการข้อมูลสายด่วน 1422 หรือสถานบริการสาธารณสุขของรัฐทุกแห่งใกล้บ้าน

ครอบครัวบุกร้องศูนย์ดำรงธรรม หลังพลทหารเสียชีวิตมีเงื่อนงำ

ครอบครัวพลทหารนนท์ หอบหลักฐานการเสียชีวิตบุกร้องศูนย์ดำรงธรรมวอนขอความเป็นธรรมจากสังคม

วันที่ 24 พฤษภาคม 2562 เวลา 16.00 น. ที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดศรีสะเกษ อำเภอเมือง จังหวัดศรีสะเกษ นายคำแพง นันทบุตร พ่อของพลทหารผู้เสียชีวิต และนางรัตนภรณ์ นันทบุตร แม่ของพลทหารผู้เสียชีวิตพร้อมด้วยญาติ ได้เดินทางมาร้องเรียนต่อศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดศรีสะเกษร้องขอความเป็นธรรมให้กับลูกชาย พลทหารลือชานนท์ นันทบุตร หรือ น้องนนท์ อายุ 22 ปี

ที่เสียชีวิตภายในค่ายทหารกองทัพทหารสารวัตร กองบัญชาการทหารสูงสุด ซึ่งทางผู้บังคับบัญชาและทางตำรวจได้แจ้งให้ทราบว่า พลทหารลือชานนท์เสียชีวิตจากอุบัติเหตุโดยตกตึกลงมาจากชั้น 7 มาค้างอยู่ที่ ชั้น 2 ตั้งแต่คืนของวันที่ 17 พฤษภาคม 2562 แต่มีเพื่อนทหารมาพบเป็นศพเมื่อวันอังคารที่ 21 พฤษภาคม 2562

โดยภายหลังนำศพน้องนนท์ไปชันสูตร กลับพบสาเหตุการตายที่คาดว่าไม่ใช่อุบัติเหตุ ใบแจ้งเสียชีวิตแจ้งว่ากระดูกสันหลังส่วนอกท่อนที่ 3 หักเคลื่อนจากการถูกของแข็งไม่มีคมกระแทก ซึ่งวันนี้ครอบครัวของพลทหารนนท์ได้ยอมที่จะเปิดหลักฐานใหม่เป็นภาพถ่ายการเสียชีวิตของพลทหารนนท์มายื่นศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดศรีสะเกษ

จากการตรวจสอบภาพทางครอบครัวของพลทหารลือชานนท์ หรือ น้องนนท์ ไม่เชื่อว่าเป็นการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุโดยการตกตึกจึงมาร้องขอความเป็นธรรมให้แก่น้องนนท์

นางแสงเดือน เดิมทำรัมย์ อาของพลทหารนนท์ เล่าว่า วันนี้เดินทางมายื่นหนังสือขอความเป็นธรรมกรณีพลทหารลือชานนท์ นันทบุตร หรือ น้องนนท์เสียชีวิตภายในค่ายทหาร ทางด้านครอบครัวได้มายื่นหลักฐานใหม่เป็นภาพถ่ายสถานที่เกิดเหตุและภาพน้องนนท์นอนเสียชีวิต

เพราะดูจากลักษณะของตึกแล้วน้องนนท์ไม่น่าจะตกตึกมานอนระเบียงบันไดชั้น 2 ได้ เพราะช่องระเบียงบันไดแคบมาก และตึกที่เป็นสถานที่เกิดเหตุนั้นเป็นตึกร้างที่ไม่ได้ใช้งานและรกมาก น้องนนท์ไม่น่าจะเข้าไปได้เพราะประตูก็ถูกล๊อคไว้

นางแสงเดือน เดิมทำรัมย์ อาของน้องนนท์ เล่าอีกว่า วันที่ 17 พฤษภาคม 2562 เวลา 20.35 น. น้องนนท์ยังได้คุยแชทกับเพื่อนที่บ้านโซงเลง โดยน้องนนท์บอกกับเพื่อนว่าจะไปซื้อของ ซึ่งสันนิษฐานว่าช่วงเวลาดังกล่าวน้องนนท์อาจจะไม่ได้อยู่ในชั้น 7 ของตึกเพราะเป็นช่วงที่น้องนนท์ซื้อของ ซึ่งในภาพหลักฐานของน้องนนท์ก็มีผงซักฟอกตกอยู่ข้างศพน้องนนท์ จึงเชื่อได้ว่าน้องนนท์มาซื้อของ

ทั้งนี้อยากให้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องไขข้อข้องใจแก่ครอบครัวและญาติๆ ของน้องนนท์ ทางครอบครัวได้รับแจ้งจากนายทหารในเรื่องการเยียวยาตามระเบียบของกองทัพ ตนเห็นว่าการเอาชีวิตของน้องนนท์ไปแลกกับเงินก็คงไม่คุ้มกันเพราะน้องนนท์ไม่สามารถกลับมาอีกแล้ว จึงอยากเรียกร้องให้ทางกองทัพไทยให้ความเป็นธรรมกับครอบครัวด้วย

ด้านศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดศรีสะเกษ โดยนายสุริยนต์ ทิพย์รักษา หัวหน้าศูนย์ดำรงธรรมฯ ได้รับร้องเรียนจากบิดา – มารดา และบรรดาญาติๆ ที่เดินทางมาร่วมกันยื่นเรื่องของพลทหารลือชานนท์เพื่อที่จะรายงานต่อผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษและต้นสังกัดของน้องนนท์ โดยจะได้ติดตามผลการสอบสวน

ซึ่งขณะนี้ทราบมาว่าทางกองทัพได้มีคำสั่งให้มีการสอบสวนเกี่ยวเรื่องนี้แล้วเมื่อสายของวันนี้ และจะได้ประสานขอข้อมูลผลการสอบสวนเพื่อนำมาแจ้งให้บิดา – มารดา และญาติๆ ของพลทหารนนท์ได้รับทราบโดยเร็วทันที่ที่ผลการสอบสวนออกมา ซึ่งทุกคนได้ขอลากลับเพื่อที่จะได้ไปร่วมฟังสวดอภิธรรมศพพลทหารนนท์ในคืนนี้ซึ่งเป็นคืนที่สอง
และยังไม่มีกำหนดที่จะฌาปนกิจศพพลทหารนนท์จนกว่าจะได้ผล ได้คำตอบที่ชัดเจนก่อนต่อไป