หนุ่มโรงงานสุดเซ็ง! รถถูกสวมทะเบียนแถมโดนใบสั่ง

หนุ่มโรงงานสุดเซ็ง! รถถูกสวมทะเบียนแถมโดนใบสั่ง ตำรวจเผย จะประสานให้ตำรวจท้องที่ติดตามรถในใบสั่งมาสอบสวนเพิ่มเติม

เมื่อเวลา 13.00 น.วันที่ 23 พ.ค.2562 นายดำรงค์ ศรีใหม่ อายุ 38 ปี ได้เดินมาพบกับ ร.ต.ท.ภีมวัจน์ จิตต์สงวน รองสว.สอบสวนสภ.คลองหลวง เพื่อเข้าแจ้งความกรณีรถกระบะยี่ห้อมิตซูบิชิ รุ่นไทรทันแบบแค๊ปสีขาว หมายเลขทะเบียน 2ฒก -4272 กรุงเทพมหานคร ของตนเองถูกสวมทะเบียน และมีใบสั่งของเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงส่งมาหาตนเพื่อให้ไปเสียค่าปรับ

นายดำรงค์ ศรีใหม่ กล่าวว่า เมื่อวานที่ผ่านมาได้มีใบสั่งของสถานีตำรวจทางหลวง 2 กองกำกับการ2 จ.สุราษฏ์ธานี ส่งมาหาตนที่บ้าน โดยในใบสั่งได้มีภาพรถบรรทุกเล็กแบบตู้ทึบ หมายเลขทะเบียน 2ฒก -4272 กรุงเทพมหานคร ซึ่งทะเบียนรถดังกล่าวตรงกับทะเบียนรถของ และตนไม่เคยขับไปที่จังหวัดสุราษฏ์ธานี ทำให้ได้รู้ว่ารถยนต์ตนเองถูกสวมทะเบียน

ในใบสั่ง ได้กระทำผิดตั้งแต่วันที่ 6 เมษายน 2562 ตนเองจึงเดินทางมาแจ้งความไว้เพื่อเป็นหลักฐาน และอยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจประสานส่วนเกี่ยวข้องในการหารถยนต์คันในภาพถ่ายใบสั่ง พร้อมผู้ขับขี่มาทำการสอบปากคำว่าได้มาอย่างไร เป็นทะเบียนที่ถูกต้องหรือไม่หรือทำปลอมขึ้นมา

ร.ต.ท.ภีมวัจน์ จิตต์สงวน รองสว.สอบสวน สภ.คลองหลวง เปิดเผยว่า จะได้ประสานให้เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ จ.สุราษฎ์ธานี ติดตามรถคันดังกล่าวมาสอบสวนเพิ่มเติม ถ้าเห็นว่ามีการกระทำความผิดจริง ก็จะให้ตำรวจท้องที่นั้นดำเนินคดีต่อไป

ศาลรัฐธรรมนูญ มีมติรับคดี ‘ธนาธร’ ถือหุ้นสื่อไว้วินิจฉัย สั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ ส.ส.

วันนี้ (23 พ.ค. 62) เมื่อเวลา 13.30 น. มีรายงานว่า ที่ สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ ได้มีการพิจารณาคำร้องของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญ พิจารณาวินิจฉัยกรณีที่ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ เป็นผู้ถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์ หรือสื่อมวลชนใดอันเป็นลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิ์สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเป็นเหตุให้สมาชิกภาพของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย 2560 มาตรา 101 (6)ประกอบมาตรา 98 (3)

ล่าสุด ศาลรัฐธรรมนูญ มีมติ 8 ต่อ 1 รับคำร้องของกกต. ไว้พิจารณาวินิจฉัย พร้อมสั่งยุติปฏิบัติหน้าที่ส.ส. ของ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ไว้ก่อนจนกว่าจะมีคำวินิจฉัยคุณสมบัติ

สภาอุตสาหกรรมฯ จัดคลินิกด้านบัญชีให้คำปรึกษาแก่ SMEs ฟรี

ประเด็นน่าสนใจ

  • ปัญหาหลักๆ ของผู้ประกอบการ SMEs กว่า 2.8 ล้านราย คือเรื่องต้นทุนธุรกิจสูง ขีดความความสามารถในการแข่งขันต่ำ รวมถึงการขอสินเชื่อที่ยาก
  • ปัจจัยหนึ่งของการที่ SMEs ขอสินเชื่อยาก คือไม่มีบัญชีการเงินที่ไม่มีความน่าเชื่อถือเพียงพอ เพราะคิดว่ายุ่งยาก ไม่เห็นถึงความจำเป็น มีค่าใช้จ่ายในการจ้างนักบัญชีเพิ่ม
  • ดังนั้นเพื่อเป็นการสนับสนุนให้ SMEs สามารถบริหารจัดการบัญชีให้มีประสิทธิภาพ จึงได้จัดทำ SME Clinic คลินิกให้คำปรึกษาด้านบัญชีในครั้งนี้ขึ้น รวมถึงช่วยเหลือ SMEs ที่ลงทะเบียนขอใช้สิทธิ์ พ.ร.บ. ยกเว้นเบี้ยปรับเงินเพิ่มฯไว้ เป็นการเร่งด่วน

สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย โดยสถาบันวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมอุตสาหกรรมการผลิต หรือสถาบัน SMI ผนึกกำลังร่วมกับ สภาวิชาชีพบัญชี จัดทำโครงการ SMEs Clinic ให้คำปรึกษาด้านบัญชี แก่ผู้ประกอบการ SMEs โดยเน้นการปรับปรุงตัวเลขทางบัญชีให้ถูกต้องรวมถึงแนะนำการยื่นภาษีแบบ E-Filing เพื่อสอดรับกับ พรบ.ยกเว้นเบี้ยปรับเงินเพิ่ม ของภาครัฐ

นายปรีชา ส่งวัฒนา รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยและประธานคณะกรรมการสถาบันวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมอุตสาหกรรมการผลิต (SMI) กล่าวว่า ผู้ประกอบการ SMEs กว่า 2.8 ล้านราย ปัญหาที่พบหลักๆ คือเรื่องต้นทุนธุรกิจที่สูงและขีดความความสามารถทางการแข่งขันที่ต่ำ รวมถึงการขอสินเชื่อที่ยาก โดยปัจจัยสำคัญของการที่ SMEs ขอสินเชื่อยาก คือ การไม่มีประสบการณ์ ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน ไม่มีแผนธุรกิจ และบัญชีการเงินที่ไม่มีความน่าเชื่อถือเพียงพอ ไม่ถูกต้อง โดยสาเหตุหลักๆ ที่ SMEs ไม่ทำบัญชีให้ถูกต้องมีมาตรฐานเพราะคิดว่ายุ่งยาก ไม่เห็นถึงความจำเป็น มีค่าใช้จ่ายในการจ้างนักบัญชีเพิ่ม หรือการเลือกบันทึกเฉพาะตัวเลขที่มีประโยชน์ต่อธุรกิจตนเองเท่านั้นเพื่อหลบเลี่ยงภาษี

ดังนั้นเพื่อเป็นการสนับสนุน ช่วยเหลือและลดค่าใช้จ่ายด้านบัญชีให้กับ SMEs ให้สามารถบริหารจัดการบัญชีให้มีประสิทธิภาพ และช่วยเหลือ SMEs ที่ลงทะเบียนขอใช้สิทธิ์ พ.ร.บ. ยกเว้นเบี้ยปรับเงินเพิ่มฯไว้ เป็นการเร่งด่วน จึงได้จัดทำ SME Clinic คลินิกให้คำปรึกษาด้านบัญชีในครั้งนี้ขึ้น

นายปรีชา ยังกล่าวอีกว่า คลินิกให้คำปรึกษาด้านบัญชีครั้งนี้ จะนำร่องให้คำปรึกษาใน 2 เดือนก่อน คือ ระหว่างเดือนมิถุนายน – กรกฎาคม 2562 ให้คำปรึกษาในทุกวันอังคารและพฤหัสบดี โดยในเบื้องต้นจะใช้เวลาบริษัทละ 1 ชั่วโมง สถานที่เป็นสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย มีผู้เชี่ยวชาญจากสภาวิชาชีพบัญชีเข้ามานั่งประจำที่นี่ โดยจะเปิดให้ SMEs ลงทะเบียนจองเวลารับคำปรึกษาได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ซึ่งสามารถดูข้อมูลได้ที่เว็บไซต์ www.smi.or.th หรือสอบถามที่สถาบัน SMI โทร 02-345-1109

ทั้งนี้ กลุ่มเป้าหมายได้แก่ผู้ประกอบการ SMEs ที่จดทะเบียนนิติบุคคล ทั้งกลุ่มทั่วไปและกลุ่มที่ลงทะเบียนขอใช้สิทธิ์ พ.ร.บ. ยกเว้นเบี้ยปรับเงินเพิ่มฯ ซึ่งยังไม่เข้าใจการปรับปรุงบัญชีให้ถูกต้อง โดยการให้คำปรึกษาครั้งนี้เปิดกว้างทุกปัญหาด้านบัญชี โดยหลังจากนี้ หาก SMEs ให้ความสนใจจำนวนมาก ทางสภา-อุตสาหกรรมฯ และสภาวิชาชีพบัญชีคงจะวางแผนจัดทำโครงการระยะยาวต่อไป

นอกจากการส่งเสริมด้านบัญชีแล้ว สถาบัน SMI ยังมีนโยบายการส่งเสริม SMEs อื่นๆ ได้แก่ สร้างผู้ประกอบการที่ใช้นวัตกรรมเป็นตัวขับเคลื่อนธุรกิจ อาทิ กิจกรรมการประเมินศักยภาพนวัตกรรมของ SMEs และส่งเสริม SMEs เข้าสู่องค์กรนวัตกรรม นำ SMEs สู่ตลาดโลกด้วย Platform การตลาดรูปแบบใหม่ๆ ทั้ง online และ offline เพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินธุรกิจด้วย Technology Transformation & New Business Model สร้าง Platform และ Success case เพื่อผลักดันสู่ตลาด MAI และการส่งเสริม SMEs สู่การระดมทุนรูปแบบใหม่ (New Financial Platform) การให้ความรู้และเชื่อมโยง SMEs กับ Start up ด้าน Fintech