นายกฯ เผยได้ชื่อ ครม.แล้ว รอตรวจสอบคุณสมบัติ

ประเด็นน่าสนใจ

  • นายกฯ เผย ได้รับรายชื่อคณะรัฐมนตรีชุดใหม่จากพรรคร่วมรัฐบาลเรียบร้อย อยู่ระหว่างตรวจสอบคุณสมบัติ
  • นายกฯ เตรียมนำรายชื่อคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมในเดือนมิถุนายนนี้ และเข้าเฝ้าถวายสัตย์ปฏิญาณตนเพื่อปฎิบัติหน้าที่

นายกฯ เผยได้รับรายชื่อ ครม.ครบแล้ว อยู่ระหว่างพิจารณาคุณสมบัติ คาดนำรายชื่อขึ้นทูลเกล้าฯ ได้ภายในเดือน มิ.ย.นี้

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี ถึงความคืบหน้าการจัดทำรายชื่อคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ว่า ขณะนี้ได้รับรายชื่อจากพรรคร่วมรัฐบาลเรียบร้อยแล้ว และอยู่ระหว่างตรวจสอบคุณสมบัติของเลขาธิการคณะรัฐมนตรี พร้อมยืนยันว่า กระบวนการจะแล้วเสร็จและนำรายชื่อขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมในเดือนมิถุนายนนี้ หลังจากนั้นจะเป็นขั้นตอนการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมและเข้าเฝ้าถวายสัตย์ปฏิญาณตนเพื่อปฎิบัติหน้าที่ต่อไป

พลเอกประยุทธ์ ยังกล่าวถึงความกังวลของ ส.ส.บางกลุ่มที่ไม่ได้รับตำแหน่งรัฐมนตรี และมองว่าอาจเสียพื้นที่ในการเลือกตั้งครั้งต่อไปหากไม่รับงบประมาณพัฒนาพื้นที่ โดยย้ำว่าเป็นไปไม่ได้ที่จะให้ทุกคนเป็นรัฐมนตรีทั้งหมด แต่ยืนยันการจัดทำรายชื่อคณะรัฐมนตรีไม่มีปัญหา และมีการพูดคุยกันโดยตลอด และขอให้ไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องการจัดสรรงบประมาณ เพราะมีนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีคอยกำกับดูแล ให้งบประมาณลงไปในทุกพื้นที่ทุกจังหวัด

พลเอกประยุทธ์ ยังปฏิเสธถึงกระแสข่าวเตรียมดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมอีกตำแหน่ง โดยอ้างว่า ยังไม่ได้ตัดสินใจ และมองว่าการดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมไม่ใช่เข้าไปควบคุมกองทัพ เพราะกองทัพในปัจจุบันมีระบบและระเบียบวินัยอยู่แล้ว พร้อมวอนสื่อมวลชนอย่าใจร้อน สอบถามถึงรายชื่อคณะรัฐมนตรี เพราะยังไม่ถึงเวลา

‘เรืองไกร’ ยื่นอัยการสูงสุด วินิจฉัยการสรรหา สว. ส่อเป็นโมฆะ

ประเด็นน่าสนใจ

  • นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ  เดินทางเข้ายื่นเรื่องต่ออัยการสูงสุด เรื่องการสรรหา สว. 194 คน ที่ไม่มีการประกาศหลักเกณฑ์ในการสรรหา รวมทั้งไม่มีการระบุเงื่อนไขในการสรรหาลงในราชกิจจาฯ
  • จากประเด็นดังกล่าว ส่อว่าการดำรงตำแหน่งของ สว. 194 คน ส่อจะเป็นโมฆะ
  • นอกจากนี้ทำให้การเลือกนายกรัฐมนตรี อาจจะเป็นโมฆะ ตามไปด้วย

เมื่อเวลา 10:00 . วันที่ 19 มิ.. 2562 ที่สำนักงานอัยการสูงสุด อาคารราชบุรีดิเรกฤทธิ์ ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษาฯ .แจ้งวัฒนะ นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตสมาชิกพรรคไทยรักษาชาติ ได้เดินทางมายื่นหนังสือถึงอัยการสูงสุด ให้ส่งเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยการสรรหาสมาชิกวุฒิสภา (สว.) 194 คน ส่อว่าจะเป็นโมฆะ ซึ่งในกรณีดังกล่าว จะส่งผลทำให้การเลือกนายกรัฐมนตรีเป็นโมฆะตามไปด้วย โดยมีการยื่นเรื่องในครั้งนี้ มีนายประยุทธ เพชรคุณรองโฆษกอัยการเป็นผู้แทนรับหนังสือ

พร้อมกันนี้ นายเรืองไกร ระบุว่า ในสัปดาห์ที่ผ่านมามีการตามหาคำสั่ง คสช. ในการสรรหา สว. ซึ่งไม่ปรากฏในราชกิจจานุเบกษาจนประเด็นเรื่องการสรรหา สว. จำนวน 194 กลายเป็นเรื่องที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง  ซึ่งต่อมานายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตร ได้ออกมาระบุถึงการสรรหา สว. ว่าเป็นเรื่องภายใน ประชาชนไม่มีส่วนได้ส่วนเสีย พร้อมทั้งยืนยันว่าไม่มีการคัดเลือกกันเอง ทั้งนี้นายเรืองไกรระบุถึงประเด็นดังกล่าวว่าถ้อยคำของนายวิษณุนั้น ไม่ถูกต้องและไม่เป็นไปตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ ที่ระบุชัดว่า อำนาจอธิปไตยนั้นเป็นของประชาชนชาวไทยทุกคน 

อย่างไรก็ตามนายเรืองไกรชี้ว่า การสรรหา สว. จำนวน 194 คนนั้น มีความไม่เป็นกลางทางการเมือง รวมถึงการปราศจากการกำหนดระเบียบวิธีการในการสรรหา สว. ก่อการสรรหาในราชกิจจาฯ นั้น ตนเห็นว่าไม่ถูกต้องตามารัฐธรรมนูญ จึงเรียกร้องให้อัยการสูงสุดตรวจดูในเรื่องนี้ พร้อมทั้งเรียกร้องให้มีการเพิกถอน สว. 194 คน ซึ่งแม้จะมีการเพิกถอน สว. จำนวนนี้ออกไปแล้ว สว. ที่เหลืออีก 54 คน จะยังคงทำงานในวุฒิสภาต่อไปได้ โดยนอกจากนี้ ศาลจะต้องเพิกถอนการเลือกนายกรัฐมนตรีออกไปด้วย ซึ่งนายเรืองไกรระบุว่าตนมั่นใจว่าจะไม่มีการเลือกปฏิบัติหรือ 2 มาตรฐานและเชื่อมั่นในตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ

นายประยุทธ เพชรคุณรองโฆษกอัยการระบุว่า รายละเอียดในเนื้อหานั้นจะเป็นประการใด ขั้นตอนต่อไป ทีมโฆษก จะมีการนำไปกราบเรียนอัยการสูงสุดเพื่อพิจารณาต่อไปในทันที 

ธุรกิจ ‘โรงงานปลูกผัก’ ในญี่ปุ่น กลับมาเฟื่องฟูอีกครั้ง หลังภัยพิบัติเกิดต่อเนื่อง

โรงงานปลูกผัก (Plant Factory) เฟื่องฟูในญี่ปุ่นตั้งแต่เมื่อหลายปีก่อน ซึ่งจำนวนไม่น้อยล้มเหลวในการทำกำไรจากธุรกิจ แต่ตอนนี้อนาคตของพวกเขากลับมาสดใสอีกครั้ง เมื่อมีความต้องการที่สูงมาจากบรรดาร้านสะดวกซื้อทั่วประเทศ

โรงงานปลูกผักในญี่ปุ่นนั้นถูกพัฒนาขึ้นมาตั้งแต่ช่วงต้นยุค 70 แล้ว แต่ตอนนั้นมันยังห่างไกลจากการเป็นอุตสาหกรรม จนกระทั่งในปี 2008 ญี่ปุ่นออกนโนบายส่งเสริมธุรกิจโรงงานประเภทนี้ และเกิดการบูมของโรงงานปลูกผักขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเวลาต่อมาหลังจากเกิดสึนามิครั้งใหญ่ในปี 2011 ในภูมิภาคที่เป็นแหล่งทำฟาร์มเกษตรขนาดใหญ่ ซึ่งส่งผลให้เกิดการขาดแคลนอาหาร โรงงานปลูกผักจึงเริ่มมีการเติบโตในลักษณะอุตสาหกรรม

โรงงานปลูกผักที่ว่านี้ ว่ากันว่าคืออนาคตของการปลูกพืชการเกษตร มันคือการปลูกผักในพื้นที่ปิดอย่างโรงงาน โดยมีการควบคุมสิ่งแวดล้อมทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็น แสง น้ำ ความชื้นอุณหภูมิ ไม่ใช้ดิน ไร้แมลง ไม่มีอากาศจากภายนอกเล็ดลอดเข้ามา แม้แต่ระดับคาร์บอนไดออกไซด์ และเหล่าคนงานก็จะแต่งตัวเหมือนนักวิทยาศาตร์ในห้องแล็บ มีทั้งถุงมือและหน้ากากพิเศษเพราะต้องควบคุมความสะอาดปลอดเชื้ออย่างยิ่ง

การที่โรงงานปลูกผักมีแสงส่องสว่างจากหลอด LED ตลอด 24 ชั่วโมงโดยมีการควบคุมระดับได้ตามความเหมาะสมนั้น ทำให้ผักเติบอย่างรวดเร็ว อย่างผักสลัดหรือผักกาดหอมตั้งแต่เริ่มปลูกจนถึงเก็บใช้เวลาประมาณ 35 วัน แต่ถ้าปลูกข้างนอกจะใช้เวลาประมาณ 70-90 วัน เร็วกว่าประมาณ 2.5 เท่า

บรรดาผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าชั้นนำของญี่ปุ่นนั้น ต่างหันมาลงทุนกับธุรกิจโรงงานปลูกผัก ไม่ว่าจะเป็น Panasonic, Fujitsu, Sharp หรือ Toshiba อย่างพานาโซนิคและฟูจิตสึนั้น เนื่องจากปัจจุบันความต้องการในตลาดผลิตชิปลดน้อยถอยลง พวกเขาจึงมีการใช้บางส่วนของโรงงานมาทำเป็นโรงงานปลูกผักเสียเลย

แต่ปัญหาคือ พบว่า 60 % ของโรงงานปลูกผักที่เฟื่องฟูในญี่ปุ่นช่วงหลังสึนามิปี 2011 กลับล้มเหลวที่จะทำกำไรจากธุรกิจ ซึ่งเห็นได้ชัดว่ามีต้นทุนที่สูงมาก ไม่ว่าจะจากค่าไฟฟ้าหรือแรงงาน

อย่างไรก็ตาม ด้วยสภาพแวดล้อมทางธุรกิจในปัจจุบันที่เปลี่ยนไป ก็ทำให้อนาคตของโรงงานปลูกผักในญี่ปุ่นกลับมาสดใสอีกครั้ง ซึ่งอาจจะจำแนกปัจจัยหลักๆ ได้ 2 ประการ

ประการแรกเลยคือ ภัยธรรมชาติและสภาพอากาศที่ผิดปกติในญี่ปุ่นนั้น ปัจจุบันเกิดขึ้นเป็นประจำทุกปี ส่งผลให้เกิดการขาดแคลนพืชผักอย่างต่อเนื่อง มิหน้ำซ้ำ เกษตรกรซึ่งเข้าสู่วัยผู้สูงอายุต่างวางมือ ยิ่งทำให้ระบบห่วงโซ่การผลิตอ่อนแอลง

เมื่อสภาพอากาศที่เลวร้ายส่งผลให้ต้นทุนผักแพงขึ้น มันคงไม่ง่ายที่บรรดาร้านสะดวกซื้อ ร้านขายของชำ ผู้ค้าปลีกต่างๆ หรือร้านอาหาร จะแก้ปัญหาโดยการขึ้นราคาสินค้าของตน ขณะเดียวกันผู้บริโภคที่ใส่ใจสุขภาพในยุคนี้ก็เพิ่มความต้องการในการบริโภคอาหารอย่างเช่นสลัดมากขึ้น และผู้ค้าก็ย่อมที่จะต้องการความแน่นอนในการจัดหาพืชผักมาให้ได้ตามความต้องการของลูกค้า โดยที่ไม่ถูกกระทบจากสภาพอากาศหรือภัยธรรมชาติ

ประการต่อมา เมื่อมีความต้องการผักที่แน่นอนและเพิ่มสูงขึ้น ก็ง่ายต่อบรรดาโรงงานปลูกผักที่จะขยายโรงงานเพิ่มกำลังการผลิต เพื่อให้ทำกำไรได้มากขึ้น ก่อนหน้านี้ลูกค้าของโรงงานปลูกผักซึ่งแน่นอนว่ามีราคาแพงตามต้นทุน มีเพียงลูกค้าที่มีกำลังซื้อสูง ทำให้กำลังการผลิตอาจจะจำกัดอยู่ที่หลายร้อยกิโลกรัมต่อวัน

แต่ตอนนี้เมื่อจับมือกับคอนวีเนียนสโตร์อย่างเซเว่นอีเลฟเว่นหรือแฟมิลี่มาร์ท ซึ่งมีความต้องการผักสลัดที่สูงและต่อเนื่องแน่นอน ก็ทำให้โรงงานปลูกผักลดความเสี่ยงในการลงทุนเพื่อการเติบโต และอาจผลิตมากถึง 2-3 ตันต่อวัน

ปัจจุบันเทคโนโลยีโรงงานปลูกผักของญี่ปุ่นนั้นแพร่ขยายไปยังประเทศที่มีอากาศหนาวจัดหรือเป็นทะเลทราย ยากแก่การเพาะปลูก เช่นเดียวกับบางประเทศที่ต้องการผลิตพืชผลให้เพียงพอต่อการเพิ่มขึ้นของจำนวนประชากร อย่างเช่นกรุงมอสโคว์ของรัสเซียที่มีโรงงานปลูกสตรอเบอรี่และมะเขือเทศ

ขณะที่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้นั้น การเพิ่มขึ้นของชนชั้นกลางก็เป็นโอกาสในการเติบโตของตลาด ซึ่งพานาโซนิคเองมีโรงงานปลูกผักอยู่ในสิงคโปร์เพื่อป้อนร้านอาหารญี่ปุ่น


ที่มา:
https://asia.nikkei.com/Business/Business-Trends/Vegetable-factories-sprout-back-to-life-in-Japan?fbclid=IwAR0SaTDUbEz36Yzo_lcmX6_TCmbc8-
z0G_KivtSIqM5vjYCz5BVP-HTyex0
https://www.aljazeera.com/programmes/earthrise/2015/05/japan-future-farms-150525091323874.html
https://www.jstage.jst.go.jp/article/ecb/53/2/53_47/_pdf/-char/en