รายละเอียด บริการเดินเรือเส้นทางใหม่ ‘บางหว้า-ท่าช้าง’ ฟรีค่าโดยสาร 6 เดือน

กทม. ร่วมกับกรมเจ้าท่า เปิดทดลองเดินเรือเส้นทางใหม่ ตั้งแต่ท่าเรือบางหว้า (คลองภาษีเจริญ) ถึงท่าเรือท่าช้าง (แม่น้ำเจ้าพระยา) โดยไม่เก็บค่าโดยสาร เป็นเวลา 6 เดือน เพื่อเชื่อมโยงระบบการคมนาคมขนส่ง “ล้อ ราง เรือ” และเพิ่มทางเลือกในการเดินทางของประชาชน

การเปิดเส้นทางเดินเรือนี้อยู่ในจุดที่ไม่มีเอกชนให้บริการรวม 4 เส้นทาง คือ

1) ท่าเรือบางหว้า-ท่าช้าง

2) ท่าเรือหัวลำโพง-วัดเทวราชกุญชร

3) ท่าเรือวัดศรีบุญเรือง-ห้าง Paseo

4) ท่าเรือบางหว้า-วัดกำแพง

สำหรับเส้นทางใหม่ ‘บางหว้า-ท่าช้าง’ ที่เปิดให้บริการ 17 มิ.ย. 2562 เป็นวันแรก เริ่มต้นจากท่าเรือบางหว้า บริเวณจุดเชื่อมต่อสถานีรถไฟฟ้า BTS บางหว้า ไปตามคลองภาษีเจริญ แยกขวาเข้าคลองบางกอกใหญ่ ออกแม่น้ำเจ้าพระยา โดยจอดรับส่งผู้โดยสารที่ท่าเรือ 5 แห่ง คือ ท่าเรือวัดอินทาราม ท่าเรือสะพานพุทธ ท่าเรือราชินี และท่าเรือท่าช้าง

ช่วงเวลาการเดินเรือมี 3 ช่วง คือ

  • เวลา 06.00-09.00 น. ออกต้นทางทุก 30 นาที
  • เวลา 09.00-15.00 น. ออกต้นทางทุก 1 ชั่วโมง
  • เวลา 15.00-19.00 น. ออกต้นทางทุก 60 นาที

ที่ท่าเรือวัดอินทาราม สามารถเดินออกไปยังถนนเทอดไท เพื่อไปต่อรถประจำทาง ได้แก่ สาย 4/9/111/175

ท่าเรือสะพานพุทธ เป็นท่ารถประจำทางสาย 8/73/73ก มีรถประจำทางสายที่ผ่านได้แก่ สาย 3/5/7ก/9/82 และยังสามารถต่อเรือด่วนเจ้าพระยา สายนนทบุรี-วัดราชสิงขร (ธงส้ม) ได้ที่นี่ด้วย

ท่าเรือราชินี สามารถต่อเรือด่วนเจ้าพระยา สายนนทบุรี-วัดราชสิงขร (ธงส้ม) ใกล้กับสถานีรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ช่วงหัวลำโพง-หลักสอง ที่สถานีสนามไชย

ท่าเรือท่าช้าง สามารถต่อเรือด่วนเจ้าพระยา สายนนทบุรี-วัดราชสิงขร (ธงส้ม) และสายปากเกร็ด-สาทร (ธงเขียว) ซึ่งที่ถนนมหาราชมีรถประจำทางสายที่ผ่าน คือ สาย 25/32/44/47/53/82/91/123/508

เปิดเส้นทางชีวิต ‘ปุ๊กกี้ ปริศนา’ อดีตนักร้องดังยุค 90 สู่วงการค้ายา

ประเด็นน่าสนใจ

  • ปุ๊กกี้ ปริศนา โด่งดังจากเพลงยอดฮิต ชาลาล่า ก่อนลาวงการไปสร้างชีวิตครอบครัว ในวัยเพียง 17 ปี แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จในความรัก โดยเธอแต่งงานใหม่ถึง 3 ครั้ง
  • ก่อนถูกจับกุมพร้อมยาเค จำนวน 5.2 กิโลกรัม จากการขยายผล ปุ๊กกี้และแฟนหนุ่ม มีหน้าที่จัดหายาเสพติดและร่วมกันผลิตยาเสพติดให้กับแก๊งค้ายาไต้หวัน

เปิดเส้นทางชีวิต ‘ปุ๊กกี้ ปริศนา’ อดีตนักร้องดังยุค 90 เจ้าของเพลง ‘ชาลาล่า’ ก่อนถูกจับพร้อมยาเค จำนวน 5.2 กิโลกรัม

เรียกว่าเป็นข่าวช็อกวงการบันเทิงยามดึก หลังมีรายงานว่า ปุ๊กกี้ ปริศนา พรายแสง อดีตนักร้องชื่อดัง เจ้าของเพลงฮิต ชาลาล่า ถูกจับกุมพร้อมแฟนหนุ่ม เนื่องจากมีการนัดลักลอบส่งยาเค จำนวน 5.2 กิโลกรัม ซึ่งจากการขยายผลทั้งคู่มีหน้าที่จัดหายาเสพติดและร่วมกันผลิตยาเสพติดให้กับแก๊งค้ายาไต้หวัน

สำหรับ ปุ๊กกี้ ปริศนา พรายแสง เกิดเมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ.2522 จบการศึกษาระดับปริญญาตรี TAFE College Sydney Australia ก่อนก้าวเข้าสู่วงการบันเทิงจากการเป็นนักร้องลูกครึ่งไทย-ออสเตรเลีย ภายใต้สังกัดอาร์เอส โปรโมชั่น ด้วยการแสดงมิวสิกซีรีส์ในอัลบั้มชุดแรกของ ศรราม เทพพิทักษ์ และได้ร้องเพลงประกอบละครเรื่อง เงาราหู ทางช่อง 3 ในเพลง “คงมีสักวัน” ซึ่งถือเป็นผลงานเพลงแรกของเธอ

ก่อนที่จะกลายเป็นที่รู้จัก จนมีชื่อเสียงโด่งดัง จากผลงานเพลง SHA-LA-LA-LA ในปี พ.ศ.2540 ที่ดังสุดๆ ในตอนนั้น หลายคนจดจำเธอในชื่อ ปุ๊กกี้ ชาลาล่า 

  • ชีวิตครอบครัว

ปุ๊กกี้ สมรสครั้งแรกกับ สุรพันธุ์ จำลองกุล (ต๋อง) อดีตนักร้องวงทู ที่ตกเป็นข่าวฮือฮาในเรื่องที่อายุยังน้อยและกำลังมีชื่อเสียงในวงการเพลง อีกทั้งยังเป็นการไม่เห็นด้วยของมารดา มีลูกด้วยกัน 2 คน โดยคนโตเป็นลูกสาว อีกคนเป็นลูกชาย แต่ต่อมาทั้งสองระหองระแหงจนถึงขั้นหย่าร้างกันเมื่อกลางปี 2547

สมรสครั้งที่ 2 กับ ปาณสาร จันทร์หอม โดยได้ย้ายไปอยู่ด้วยกันที่ ประเทศออสเตรเลีย แต่งงานได้ปีกว่าก็หย่าขาดกับสามี[3] และย้ายกลับมาประเทศไทย ทำธุรกิจ จนกระทั่งมีลูกกับกับสามีนักธุรกิจส่งออกเสื้อผ้าสำเร็จรูป

ปัจจุบัน ปุ๊กกี้ ปริศนา พรายแสง เป็นภรรยาของ นายชลวิทย์ คีตะตระกูล มีบุตรด้วยกัน 1 คน ก่อนโดนเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมพร้อมกันที่บ้านพัก ขณะกำลังลักลอบส่งยาเค จำนวน 5.2 กิโลกรัม

ศรีสุวรรณจ่อนำพลพรรคไทรักธรรม ร้อง ป.ป.ช.สอบเอาผิด กกต.

ประเด็นน่าสนใจ

  • ก่อนหน้านี้ กกต. ได้ออกหนังสือแจ้ง กรณีพรรคไทรักธรรมหลุดเก้าอี้ ส.ส. เพราะคะแนน พรรคประชาธิปัตย์เพิ่ม เนื่องจากบางเขตไม่ได้เอาคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้า-นอกราชอาณาจักรมานับรวม
  • ด้านพรรคไทรักธรรมและศรีสุวรรณเตรียมร้องเรียน ป.ป.ช. เพื่อกล่าวโทษ กกต. หลังพรรคไทรักธรรมหลุดจากตำแหน่ง ส.ส. มองว่าเรื่องที่เกิดขึ้นมีพิรุธ

นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่า สมาคมฯได้รับการร้องเรียนจากพรรคไทรักธรรม ว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประกาศผลการเลือกตั้ง ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ (ครั้งที่ 2) เมื่อวันที่ 28 พ.ค.2562 ที่ผ่านมา ทำให้ ส.ส. หนึ่งเดียวของพรรคไทรักธรรมหลุดจากตำแหน่งไปอย่างมีพิรุธ โดยที่พรรคไทรักธรรมได้ไปยื่นคำร้องคัดค้านต่อ กกต.แล้วถึง 7 รอบแต่ก็ไม่มีผลเปลี่ยนแปลงแต่อย่างใดนั้น

ล่าสุดเลขาธิการ กกต.ได้ตอบหนังสือมายังพรรคไทรักธรรมยอมรับว่า เหตุดังกล่าวเป็นเพราะคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งบางแห่งไม่ได้นำผลคะแนนที่ออกเสียงลงคะแนนก่อนวันเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งนอกเขตเลือกตั้ง และนอกราชอาณาจักร มารวมผลคะแนนด้วย ซึ่งการยอมรับดังกล่าวขัดหรือแย้งต่อผลการประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง ส.ส. ในการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2562

และผลการเลือกตั้ง ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ เมื่อวันที่ 8 พ.ค.2562 ที่ระบุว่าเป็นผลคะแนนมาจาก 349 เขตเลือกตั้ง ซึ่งขัดต่อ พ.ร.ป.การเลือกตั้ง สส. 2561 ในหมวดที่ว่าด้วย “การนับคะแนนและการรวมคะแนน” โดย ม.123 บัญญัติไว้ชัดเจนว่า “เมื่อรวบรวมผลการนับคะแนนทุกหน่วยเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งนั้น รวมทั้งคะแนนที่ได้จากการออกเสียงลงคะแนนก่อนวันเลือกตั้งและคะแนนที่ได้จากการลงคะแนนเลือกตั้ง นอกราชอาณาจักรแล้ว ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งประจําเขตเลือกตั้งประกาศผลการนับคะแนน ผู้สมัครแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง และคะแนนที่ไม่เลือกผู้สมัครผู้ใด แล้วรายงานผลการนับคะแนนต่อ ผู้อํานวยการการเลือกตั้งประจําจังหวัดและคณะกรรมการโดยเร็ว”

ดังนั้น การนำผลคะแนนก่อนวันเลือกตั้งในเขตเลือกตั้ง นอกเขตเลือกตั้งและนอกราชอาณาจักร มารวมผลคะแนนใหม่แล้วประกาศในวันที่ 28 พ.ค.62 ที่ผ่านมาจึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย

การกระทำดังกล่าว เมื่อนับรวมคะแนนของทุกพรรคการเมืองที่มีการเลือกตั้งซ่อมในเขต 8 จ.เชียงใหม่ ให้ครบ 100% จำนวน 350 เขต มีข้อพิรุธขึ้นมาทันทีว่า ทำไมมีบางพรรคการเมืองมีจำนวนคะแนนเพิ่มขึ้นถึงอย่างผิดสังเกตอย่างไร้เหตุผลถึง 9,894 คะแนน ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในการคิดคำนวณคะแนน ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อขึ้นมาทันที ทำให้ ส.ส.พรรคไทรักธรรม หลุดจากตำแหน่งไป และมี ส.ส.บัญชีรายชื่อของพรรคพลังประชารัฐ และพรรคประชาธิปัตย์เข้ามาเสียบแทนอย่างน่าสงสัย และเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ของประชาชนทั่วประเทศ

ดังนั้น ข้ออ้างของเลขาธิการ กกต. ย่อมเป็นการยอมรับในผลของการปฏิบัติที่ไม่เป็นไปตาม ม.123 พ.ร.ป.การเลือกตั้ง ส.ส. 2561 อันหมายถึงเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งหมายความรวมถึงคณะกรรมการ กกต. ทั้ง 7 คนที่ต้องรับผิดชอบต่อกรณีดังกล่าวต้องเข้าข่ายทุจริตต่อหน้าที่ด้วย และให้เสนอศาลเพื่อสั่งให้การประกาศผลการเลือกตั้งวันที่ 28 พ.ค.62 เป็น “โมฆะ” ต่อไป

ด้วยเหตุดังกล่าวสมาคมฯและพรรคไทรักธรรมจะนำความพร้อมพยานหลักฐานไปร้องเรียนกล่าวโทษ กกต. และเลขาธิการ กกต.ต่อ คณะกรรมการ ป.ป.ช.เพื่อเอาผิดตามกฎหมายต่อไป ในวันพุธที่ 19 มิ.ย.62 เวลา 10.00 น. ณ สำนักงาน กกต. ถนนสนามบินน้ำ นนทบุรี