สนข. ระบุ ปีนี้ ‘บัตรแมงมุม’ ใช้ได้แค่รถไฟฟ้า 3 สายเท่านั้น เหตุพัฒนาระบบล่าช้า

ประเด็นน่าสนใจ

  • เเม้รถไฟฟ้าจะเเล้วเสร็จหลายเส้นทาง เเต่โครงการตั๋วร่วม หรือบัตรเเมงมุมอาจใช้ได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ
  • โดยสำนักนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร ออกมายอมรับว่า ติดปัญหาการวางระบบ
  • ซึ่งปีนี้คงจะใช้บัตรแมงมุมได้แค่ รถไฟฟ้าเพียง 3 สายเท่านั้น

นายเผด็จ ประดิษฐ์เพชร ผู้อำนวยการสำนักบริหารจัดการระบบตั๋วร่วม สำนักนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร ยอมรับว่า ปีนี้การใช้ระบบตั๋วร่วมกับรถเมล์และรถไฟฟ้าสายทุกสาย คงไม่สามารถดำเนินการได้ทันปีนี้ เพราะติดปัญหาการวางระบบใหม่

เนื่องจากการพัฒนาระบบล่าช้า เช่น การจัดตั้งบริษัทลูกเพื่อบริหารจัดการและบำรุงรักษาระบบตั๋วร่วม การควบคุมค่าโดยสารและระบบค่าโดยสารร่วม และการพัฒนาซอฟแวร์ตั๋วร่วม 4.0 คาดว่าต้องใช้เวลาพัฒนาระบบประมาณ 12-18 เดือน โดยจะหารือกับคณะกรรมการในวันที่ 21 มิถุนายนนี้ เพื่อหาข้อสรุป

ปีนี้บัตรแมงมุมระบบ 2.0 จะใช้ได้กับรถไฟฟ้า 3 สาย เท่านั้น คือ สายสีน้ำเงิน สายสีม่วง และรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ ซึ่งจะเริ่มเชื่อมต่อระบบในเดือนกันยายนนี้

ส่วนความคืบหน้า การออกประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีเพื่อขออนุมัติเห็นชอบหลักการ เพื่อตั้งคณะกรรมการนโยบายตั๋วร่วมขึ้นมาดูแลแนวทางกำกับงานด้านตั๋วร่วมและบัตรแมงมุมในระดับนโยบาย โดยตัวแทนคณะกรรมการจะมาจากหน่วยงานของรัฐบาล/ขณะนี้ได้ส่งแนวทางให้กระทรวงคมนาคมแล้ว รอเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ต่อไป

ที่มา: MONO 29

เปิดกระบวนการ การขอแก้ไขรัฐธรรมนูญปี 2560

ประเด็นน่าสนใจ

  • การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ปี 2560 มี 4 ช่องทางจาก 4 กลุ่ม ที่สามารถเสอได้คือคณะรัฐมนตรี,ส.ส.ไม่น้อยกว่า 1 ใน 5 ,(ส.ส.และส.ว.รวมกัน) ไม่น้อยกว่า 1 ใน 5 และประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งไม่น้อยกว่า 50,000 คน ร่วมเข้าชื่อ
  • รัฐสภาจะทำการพิจารณา 3 วาระ

อีกหนึ่งประเด็นทางการเมืองที่มักจะถูกพูดถึงเสนอทั้งก่อนเลือกตั้ง และหลังเลือกตั้ง คือ การแก้ไขรัฐธรรมนูญ 60 ที่หลายพรรคการเมืองมองว่า ส่งผลกระทบต่อการเลือกตั้ง และในอีกหลายๆปัจจัย

ทีมข่าวโมโน29 ได้มีโอกาสพูดคุยกับนักวิชาการถึงกระบวนการการขอแก้ไขรัฐธรรมนูญปี 2560 ว่าจะสามารถเสนอได้โดยใครบ้าง และมีขั้นตอนอย่างไร

ดร.สติธร ธนานิธิโชติ รักษาการผู้อำนวยการสำนักนวัตกรรมเพื่อประชาธิปไตย สถาบันพระปกเกล้า กล่าวถึงกระบวนการการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ปี 2560 ว่า มี 4 ช่องทางจาก 4 กลุ่มหลักในการเสนอการแก้ไข คือ 1. คณะรัฐมนตรี / 2. สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ไม่น้อยกว่า 1 ใน 5 /

3. สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และสมาชิกวุฒิสภารวมกันไม่น้อยกว่า 1 ใน 5 ของจำนวนสมาชิกรัฐสภา และ 4.ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งจำนวนไม่น้อยกว่า 50,000 คน ร่วมเข้าชื่อ

โดยการพิจารณานั้น ต้องเสนอเป็นร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมต่อรัฐสภา และให้รัฐสภาพิจารณา 3 วาระ ด้วยกัน คือ

วาระที่ 1 ในขั้นรับหลักการ ต้องได้รับคะแนนเสียงเห็นชอบไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งสองสภา ซึ่งในจำนวนนี้ต้องได้เสียงเห็นชอบจาก ส.ว.ไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 ของจำนวน ส.ว.ทั้งหมด 

วาระที่ 2 เป็นขั้นพิจารณาเรียงลำดับมาตรา โดยยึดเสียงข้างมาก แต่หากเป็นการแก้ไขที่ประชาชนเป็นผู้เสนอ ต้องเปิดโอกาสให้ผู้แทนประชาชนเสนอความคิดเห็นด้วย จากนั้นรอ 15 วัน

จึงจะสามารถเข้าวาระที่ 3 ได้ และวาระที่ 3 เป็นขั้นตอนสุดท้าย ต้องได้รับเสียงเห็นชอบเกินครึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งสองสภา โดยในจำนวนนี้ต้องมี ส.ส. จากพรรคที่ไม่มีสมาชิกเป็นรัฐมนตรี ประธานสภาผู้แทนราษฎร หรือรองประธานผู้แทนราษฎร เห็นชอบด้วยไม่น้อยกว่าร้อยละ 20 ของทุกพรรคการเมืองดังกล่าวรวมกัน และต้องมี ส.ว. เห็นชอบด้วยไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 ของจำนวน ส.ว. เมื่อมีมติเห็นชอบให้รอไว้ 15 วันและนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย

ทั้งนี้ ดร. สติธรได้ยกตัวอย่าง กรณีที่พรรคอนาคตใหม่ต้องการจะเสนอญัตติในการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ การจะเสนอรัฐญัตติสู่ที่ประชุมรัฐสภาต้องมีการเห็นพ้องต้องกัน ส.ส.ฝั่งรัฐบาล ส.ว.และกลุ่มฝ่ายค้าน ถึงจะผ่านวาระที่ 1 2 และ 3 ไปได้

ส่วนการปรับแก้ในมาตราอื่นๆ จากหลายพรรคการเมืองทั้งพรรคร่วมรัฐบาล และฝ่านค้านที่น่าหยิบยกมาแน่ๆ คือ ระบบการเลือกตั้ง อาจจะมีการเสนอให้เปลี่ยนปรับปรุงใหม่ทั้งระบบ หรือ เพียงเฉพาะวิธีการคำนวณคะแนน คงต้องติดตามต่อหลังการประชุมสภาในครั้งต่อๆไป ว่าจะมีการเสนอในเรื่องนี้หรือไม่

ชัช เตาปูน ปฏิเสธจับมือพรรคเล็ก เรียกร้องตำแหน่งรัฐมนตรีจาก พปชร.

ชัช ปฏิเสธจับมือพรรคเล็กขอเก้าอี้รัฐมนตรี ย้ำทำงานได้เเม้ไม่มีตำแหน่ง ชี้เหตุผลไม่ร่วมฝั่งเพื่อไทยเหตุจุดยืนต่างกับ ‘ธนาธร’

นายชัชวาลล์ คงอุดม หัวหน้าพรรคพลังท้องถิ่นไท ปฏิเสธร่วมกับ ดำรงค์ พิเดช หัวหน้าพรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทย และพรรคการเมืองขนาดเล็ก เพื่อเรียกร้องตำแหน่งรัฐมนตรีจากพรรคพลังประชารัฐ โดยยืนยันว่าไม่มีมูลความจริงการเข้าร่วมรัฐบาลกับ พลเอกประยุทธ์ เพียงอยากให้ประเทศชาติเดินหน้า

รวมถึงพลักดันนโยบายของพรรคเรื่องกระจายอำนาจ ยกระดับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สร้างความมั่นคง และเศรษฐกิจครัวเรือนและชุมชน พร้อมยืนยันว่าจะยังคงเดินหน้าร่วมกับพรรคพลังประชารัฐไม่มีการเปลี่ยนแปลง พร้อมย้ำไม่ได้เรียกร้องขอตำแหน่งใดๆทั้งสิ้น อยู่ที่พรรคพลังประชารัฐจะพิจารณาตามความเหมาะสม แต่ไม่ได้ปฏิเสธที่จะร่วมทำงาน หากมีตำแหน่งที่เหมาะสมก็ยินดีที่จะส่งบุคคลที่เหมาะสมไปร่วมทำงาน

อย่างไรก็ตามมองว่าหากยังมีการเรียกร้องกันไปมาอีก 2 เดือนก็จะไม่สามารถจัดตั้งได้ และประชาชนคงผิดหวังหากมีการแย่งชิงตำแหน่งเช่นนี้ ซึ่งอยากให้เห็นแก่ประโยชน์ของประเทศชาติเป็นหลัก

ส่วนโผล ครม. มีรัฐมนตรีบางคนเข้าข่ายมีคุณสมบัติต้องห้าม ตนไม่ขอก้าวล่วง เพระเป็นเรื่องของแต่ละพรรคเสนอเข้ามา อยู่ที่นายกรัฐมนตรีจะพิจารณาอย่างไร พร้อมยืนยันไม่เคยน้อยใจที่พรรคพลังประชารัฐไม่ให้เก้าอี้กับพรรคพลังท้องถิ่นไททั้งที่ได้ ส.ส. 3 ที่นั่งเท่ากับพรรคชาติพัฒนา

ส่วนกรณี นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ กล่าวในเวทีเสวนาว่า นายโกวิทย์ พวงงาม ส.ส. บัญชีรายชื่อพรรคพลังท้องถิ่นไทยอยู่ผิดฝ่าย ควรอยู่ฝ่ายประชาธิปไตยมากกว่า ยืนยันตนเองอยู่ฝ่ายประชาธิปไตยมาโดยตลอด แต่ครั้งนี้ที่ไม่ได้ยุ่งกับฝ่ายนายทักษิณ ชินวัตร เพราะมีจุดยืนต่างกับนายธนาธร ฝากถึงนายธนาธรว่าอะไรดีก็ทำไป พร้อมขอให้ต่างคนต่างทำหน้าที่ของตนเอง

ส่วนกรณีรัฐบาลเสียงปริ่มน้ำอาจจะเป็นผลดีกับประเทศชาติ เพราะทุกคนต้องระวังตัวมากขึ้น และการบริหารจัดการขึ้นอยู่กับความสามารถของรัฐบาลด้วย